ภาพจำสุดท้าย..เราคือเพื่อนกัน


ตึ้งๆๆๆ
ข้อความแจ้งทักมาในเฟสกลุ่มรุ่นเมื่อตอนเรียน   
มหาลัย
โดยปกติในกลุ่มนี้ ไม่ค่อยมีข่าวคราวมากนัก หรือมาพูดคุยแลกเปลี่ยนซักเท่าไหร่่ หลังจากที่ต่างคนต่างเรียนจบ และแยกย้ายกันไปทำงาน แต่วันนี้มาแปลกที่เมื่อได้เปิดดูมีการอัพเดตมากมายจากกลุ่มเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นหน้าฟีดเอง หรือกระทั้งในกลุ่ม

ภาพที่เห็นเมื่อเปิดเข้าไปอ่าน พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า มือไม้สั่น ทั้งที่พยายามบังคับให้ไล่อ่านข้อความต่างๆไล่จนไปดูภาพข่าวที่เพื่อนๆพากันแชร์
เพื่อนประสบอุบัติเหตุุ อาการสาหัส ต้องการกรุ๊ปเลือดด่วนหากนั้นคือความจริง มันคงเป็นความจริงที่โหดร้าย เพราะล่าสุดที่เจอกันเรามาเจอกันในงานแต่งงานเพื่อน หลังจากที่เรียนจบไป 2 ปี ไม่คิดว่าวันนี้ พี่ชายคนนี้ จริงๆ อายุเท่ากัน แต่เราเองทักเรียกเพื่อนคนนี้ว่า "พี่"ตามด้วยชื่อทุกครั้ง ไม่ถึงขั้นสนิทมากมายที่ไปไหนมาไหน แต่เพราะกลุ่มพี่แกเป็นกลุ่มผู้ชายในสาขาที่มีเพียง7-8คน หากจำไม่ผิด ทำให้เพื่อนๆในสาขามักจะสนิทกับกลุ่มผู้ชาย หากแต่เพราะสาขาที่เราเรียนด้วยกันคือคณะการจัดการ แต่เราเรียนคนละสาขากับพี่เค้ามันเลยมีบางวิชาที่เด็กโรงแรม มาเรียนวิชาทรัพยากรท่องเที่ยว หรือจะมีอีกลายๆคลาสที่ต้องมาเรียนวิชาการจัดการด้วยกัน มันเลยทำให้คลุกคลีด้วยกันบ่อยๆ หากแต่หลานครั้งที่ไปเที่ยวด้วยกันเอง หรือไปออกทริปด้วยกัน 
ภาพหลายๆภาพผุดขึ้นมาให้เห็น
ในวัยนี้ วัยที่เพิ่งเรียนจบออกมาที่ยังไม่ถึง 5 ปี กลับไปคิดว่า
อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เรากลัวกลัวว่ามันจะเหมือนครั้งนั้น
ครั้งที่เราใกล้เรียนจบ แล้วต้องไปฝึกงานไกลถึงเชียงราย ทั้งที่บ้านอยู่ภาคใต้
จากใต้สุดสยาม ถึง เหนือสุดสยาม
โดนตามตัวกลับกะทันหันเพียงเพราะ ทวดเข้า รพ.และเมื่อกลับไปถึงบ้านไม้ถึงอาทิตย์
ทวดก็จากไปอย่างสงบ

ความกลัว ความเป็นห่่่่วง พัดเข้ามา สองสัปดาห์ผ่านไป เพื่อนที่่่อยููใกล้ๆ พากันมาอัพเดพอาการ ว่าเป็นอย่างไร อาการที่หนัก ต้องฟอกไต ตลอด 24 ชม. และยังไม่นับรวมกับบาดแผลข้างนอก

เค้้้้้าโครงหน้าเดิิิมแถบหายไป จากหนุุ่มผิิวขาวคิ้วดกดำมีแก้ม รูปร่างไม่สูงโปรงหนัก แต่ออกเป็นผู้ชายที่่่ตัวไม่เล็ก และไม่่สููง ภาพหล่าวนีี้หายไป เหลือเพียงรอยช้ำที่เกิดจากอุบัััติเหตุ ข่าวคร่าวยังคงอัพเดพมาเรื่อยๆ และเราเองภาวนาให้มันดีขึ้น

หากคำภาวนาเป็นจริง ก็ขอให้พี่รู้สึกตัวก็ยังดี 

แต่่่่่เมื่่อถึงเวลา...ตึงๆๆๆๆ เสียงข้อความดังมาอีกครั้ง ในกลางคืน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด ความเย็นเข้ามาปกคลุม หลังจากที่เราเองกำลังเดินกลับเข้าหอ
เพื่อนไปสบายแล้วนะ
ข้อความข้างต้น เพื่อนส่งมาให้ พร้อมกับน้ำตาเริ่มคลอหลังจากอ่านข้อความจบ
ปฏิหารย์ ไม่มีจริง
คำภวนาไม่มีผล เพื่อนไปแล้ว พี่ชายคนที่เคยเรียน คนที่ไปนั่งกินข้าว ยิ้มหัวเราะ และมักชอบให้เลี้ยงข้าวเลี้ยงขนม ไม่มีอีกแล้ว 
ทั้งที่ครั้งสุดท้ายเรายังนั่งกินข้าว ถ่ายรูปกับเพื่อนในงานมงคลอยู่เลย
เมื่อตั้งสติได้ รีบกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทว่าที่บอกไปสบายไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย  
ถึงแม้ก่อนหน้านั่นเพื่อนอีกคนที่ไปเยี่ยมแล้วได้ถามอาการล่าสุดให้ฟัง ว่าหมอให้ทำใจ
แต่ใครจะไปคิดว่า มันจะไวได้ขนาดนี้
ทั้งที่เพิ่งผ่านวันเกิดพี่ไปเองนะ
ทั้งที่เพื่อนหลายๆคนคิดว่า หลังจากวันเกิด อาการคงจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย
เพื่อนเค้าไปสบายแล้ว ไม่ต้องเจ็บ ต้องทรมานแล้วหลัังจากดโทรไป เพื่่่อนรับสาย จึงได้พูดคุยไม่กี่นาที เหลือเพีีียงประโยคที่ว่ารอเพื่อนอีกคนประกาศในกลุ่มนะ

นั้นคือประโยคสุดท้าย ที่คุยกัน เพราะตอนนี้เพื่อนหลายๆคนคงทำใจไม่ได้ และคงไม่พร้อมที่จะคุยเรื่องนี้ 

หลังจากนั้นเราคงทำได้้ คือยอมรับ กับการสูญเสีย เราไม่เคยสูญเสียเพื่อน โตมาคนแรก คือทวด และนี่คือครั้งที่  สอง ที่เราสูญเสีย
คนที่เราเรียกเค้าว่า เพื่อน
มันทำให้คิดได้ว่า ทุกอย่างล้วนไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้นานๆ 
การไม่ติดต่อกัน แต่เรารู้ว่าเค้ายังอยู่                       กับการที่มีเพียงรูปถ่าย แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีอยู่แล้ว

บางทีการมีอยู่ มันยังดีกว่า อย่างน้อยเรายังรับรู้    เกีี่ยวกับการมีอยู่่่ของอีกฝ่าย 
การสูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เกิด  แต่เราไปบัังคับอะไรไม่ได้ ต่อให้เราเซฟตัวเองแค่่่่่ไหน. แต่เมื่อถึงเวลา มันก็ห้ามไม่่่่ได้ ภาพทุกภาพ ยังเก็บไว้ เก็บไว้เป็นความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่งเราคือเพื่อนกัน
หลับให้สบายนะพี่ เพื่อนคนนี้คิดถึงเสมอ ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา ขอบคุณทุกเรื่องๆตั้งแต่เรียนด้วยกัน ขอบคุณความเป็นเพื่อน ที่มีให้กันมาตลอดเกือบ 8. ปี 
ขอโทษที่ครั้งสุดท้าย ไม่ได้ลงไปหา 
***บทความนี้เขียนออกมา เพื่อให้นึกถึงพี่นะ 
อยู่บนฟ้า เป็นเทวดาดีดีๆละ .
SHARE
Writer
kanlakrang1
กาลครั้งหนึ่ง
ถ้าทำดีที่สุดแล้ว อะไรจะเกิดต้องเกิด ดีกว่ามาเสียใจที่ไม่ได้ทำเลย

Comments