[SF] Sweetest Toast (Chaeyeon x Eunbi) Part2
16.00 น.
: ห้องเรียน


“จะกลับเลยไหม” ซากุระเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ และข้างหน้าโต๊ะของเธอ

“อืม หาไรกินกัน” แชยอนเอ่ยชวนเพื่อนทั้งสอง

“วันนี้มีประชุมกรรมการนักเรียนว่ะ โทษที”
เยนาเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย 

เมื่อ 1 เดือนก่อน เยนาชนะการเลือกตั้งประธานตึก ทำให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการไปโดยอัตโนมัติ 

เย็นวันนี้เธอจึงต้องร่วมการประชุมวางแผนงานกีฬาสีในหนึ่งเดือนหลังจากนี้

“งั้น.. ก็คงต้องไปกันสองคนแหละเนาะ” 
ซากุระกล่าวปิดบทสนทนาก่อนทั้งสองจะบอกลาเยนาที่ต้องแยกตัวออกไป



“ไปกินขนมปังปิ้งกันต่อไหม” ซากุระเป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่ขวางกั้นระหว่างเธอและแชยอน

เธอแทบจะนับคำพูดของอีกฝ่ายได้เลยตั้งแต่เดินจากประตูโรงเรียนมาจนถึงห้าง ตั้งแต่อาหารเสิร์ฟจนทานหมด เธอรับรู้ได้ถึงผิดปกติที่เกิดกับแชยอน

“ซาจังอยากกินหรอ” แชยอนหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เพราะเพื่อนสนิทกำลังรอคำตอบของเธออยู่

“ก็เห็นเมื่อก่อนแชยอนชอบมากินบ่อยๆ ”

ซากุระจำได้ว่าเมื่อก่อนแชยอนมักจะเฝ้ารอเวลาหลังเลิกเรียน เพื่อที่จะได้มากินขนมปังปิ้งร้านนี้ ส่วนเธอกับเยนาก็เดินกลับบ้านไปอีกทางหนึ่ง ถ้าได้มาส่งแชยอนถึงร้านขนมปังปิ้งก็จะรู้สึกอุ่นใจเหมือนได้มาส่งเพื่อนสนิทถึงหน้าบ้าน

“อ๊ะ.. เอ่อ ตอนนี้ไม่ชอบแล้วแหละ”

“อ้าว งั้นหรอ ขอโทษนะ พอดีฉันไม่รู้”
ซากุระตอบด้วยความแปลกใจ

“ไม่เป็นไรเลย ฉันแค่รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเหมือนเดิมแล้วน่ะ เลยไม่ได้กินมาสักพักแล้ว”
แชยอนยิ้มตอบกลับไปเพื่อให้เพื่อนสนิทสบายใจ

ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อยหรอก
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้รสชาติเป็นยังไง
เพราะเธอมาไม่ได้กินขนมปังปิ้งร้านนี้ตั้งนานแล้ว

“งั้นเราแยกกันเลยไหม แชยอนจะได้กลับไปพักผ่อน”
ซากุระเห็นว่าสีหน้าของแชยอนไม่สู้ดีนัก จึงไม่อยากจะยื้อให้เพื่อนสนิทต้องเดินเล่นอย่างไร้จุดหมายเป็นเพื่อนเธอ

“ซาจัง” แชยอนเอ่ยโดยไม่มองหน้าอีกฝั่ง

“หืม ว่าไง” ซากุระมองไปยังคนที่กำลังก้มมองพื้นอยู่

“อ..อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนได้ไหม” แชยอนตอบเสียงสั่น เริ่มมีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

ความทรงจำเก่าๆ ในร้านขนมปังปิ้งมันกำลังบีบหัวใจของอีแชยอนคนนี้ 

เธอมองเห็นภาพตัวเองและควอนอึนบีเมื่อ 10 ปีก่อน จูงมือกันเข้ามาที่ร้านนี้ครั้งแรก ตอนที่เธอทั้งสองคนรวมเศษสตางค์กันเพื่อซื้อขนมปังปิ้ง 1 ชิ้นมาแบ่งกัน

เธอจำอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศแสนเย็นยะเยือก ในวันสุดท้ายก่อนควอนอึนบีจะย้ายไปเรียนมัธยมต้นที่อื่น

เธอจำความหวานของขนมปังปิ้งได้เป็นอย่างดี

และอีกหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เคยลืมได้เลย
คือความอบอุ่นในหัวใจเวลาที่เธอได้มาที่นี่
... กับควอนอึนบี

ฝ่ายซากุระก็ทำได้แค่นั่งข้างๆ และลูบหลังปลอบคนที่ยังสะอื้นไม่พูดไม่จา เธอไม่จะเซ้าซี้หาคำตอบเพราะเธอรู้ว่าเมื่อแชยอนพร้อม แชยอนจะบอกทุกอย่างกับเธอ

เวลาผ่านไปจนท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีส้ม ถึงเวลาอันเหมาะสมที่แชยอนจะเอ่ยปากพูด

"ทำไมเธอกับนาโกะถึงไม่คุยกันล่ะ"

"ทำไม.. จู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา"
ซากุระตกใจกับคำถามที่ไม่คิดว่าจะออกจากปากของแชยอนเวลานี้

"เพราะฉันหรือเปล่า"
แชยอนถามจี้อีกครั้ง เมื่อยังไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย

"ไม่ใช่ซะหน่อย ไม่เกี่ยวกันเลย"
ซากุระรีบแย้งกลับไป

เป็นความผิดของฉันคนเดียว ทั้งหมดคือความผิดของมิยาวากิ ซากุระคนเดียว

ไม่ใช่ความผิดของนาโกะ
ไม่ใช่เพราะแชยอน.. หรือ..
...ควอนอึนบี

เป็นฉันเองที่ดันคิดกับแชยอนเกินเพื่อนสนิทไป


6 เดือนก่อน 
: ห้องเรียน


"ซาจัง ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อยสิ" 
"ได้สิ นาโกะจัง"

ทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องน้ำ นาโกะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวยาวด้านหน้าห้องน้ำ

"อ้าว ไม่เข้าห้องน้ำหรอนาโกะจัง"

"ซาจังรู้ใช่ไหม ว่าอึนบีกับแชยอนชอบกันอยู่"

"..." ซากุระยืนนิ่ง ไม่ได้ให้คำตอบ

"การที่ซาจังแสดงออกมากเกินไป จะทำให้ทั้งสองคนเขาทะเลาะกันนะ"
นาโกะลุกขึ้นสุดความสูง ทำท่าจะเดินกลับห้องเรียน

"ทะเลาะกันก็ดี ฉันน่ะ..ชอบแชยอน มากกว่าที่อึนบีชอบแชยอนซะอีก"
ซากุระกระแทกเสียงตอบฝ่ายตรงข้าม แล้วค่อยๆ ลดเสียงลงกับคำพูดจากปากของเธอที่ไม่อยากให้ใครได้ยิน

ซากุระไม่เห็นว่าอึนบีจะเข้าใจแชยอนหรือทำอะไรเพื่อแชยอนได้เท่าเธอเลย คนที่อยู่ข้างๆ แชยอนเวลาที่แชยอนอ่อนแอที่สุดก็คือเธอ 

ถ้าทั้งคู่เลิกกัน.. ฉันคงบอกชอบกับแชยอนได้


6 เดือนก่อน
: โรงอาหาร

วันนี้มีสอบย่อยและเยนาทำเสร็จคนแรกของกลุ่ม หน้าที่จองโต๊ะในโรงอาหารจึงตกเป็นของเธอโดยปริยาย เธอมองหาโต๊ะใหญ่ขนาดพอดีกับจำนวน 6 คน และเธอก็มาหยุดอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าห้องสหกรณ์ 

ซากุระและแชยอนลงมาก่อนอีก 3 คน ทั้งคู่แยกย้ายกันไปซื้ออาหาร ส่วนเยนานั้นนั่งประจำที่พร้อมก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ในชามเรียบร้อย

"ซาจัง กินแค่นี้เองหรอ" 
เยนาเอ่ยถามซากุระที่เพิ่งออกมาจากสหกรณ์พร้อมหมั่นโถวและนมถั่วเหลือง 1 กล่อง

"วันนี้กินอะไรไม่ค่อยลงมาตั้งแต่เช้าแล้วน่ะ"
ซากุระตอบ ส่วนคนถามดูจะไม่ได้ใส่ใจคำตอบมากนักเพราะกำลังตักน่องไก่เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากนั้นฮิโตมิ นาโกะ และอึนบีก็ลงมา พอดีกับแชยอนที่เดินกลับมาจากร้านอาหาร

สามคนที่มาทีหลังแยกย้ายไปซื้อข้าว ส่วนสามคนที่โต๊ะก็จัดการอาหารของตัวเองอย่างตั้งใจ

“ฉันขึ้นห้องก่อนนะ” ซากุระกล่าว

“อ้าว จะรีบไปไหน ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ”
แชยอนกล่าวยื้อเพื่อนสนิทไว้

“ยังไม่ทำการบ้านคาบบ่ายเลย”

“การบ-”

“เจอกันข้างบนนะ”

ไม่ทันที่แชยอนจะเอ่ยปากถาม ซากุระก็ชิงหนีไปเสียก่อน

“คาบบ่ายมีการบ้านต้องส่งด้วยหรอวะ”
แชยอนพูดกับคนที่แทะน่องไก่แก้มตุ่ยข้างกาย

“ม่ายลูิเด่พ ค่อนลอกซาจังก้อด้าญ” 
ตอนนี้เยนาให้ความสนใจแค่เพียงอาหารตรงหน้าเท่านั้น

อึนบี นาโกะ และฮิโตมิทยอยเดินกลับมาที่โต๊ะทีละคน

“ซาจังล่ะ?” อึนบีกล่าวถามด้วยความแปลกใจ 

ปกติพวกเธอจะนั่งกินข้าวด้วยกันจนเสียงออดดัง ดีไม่ดี พวกเธอทั้งหกคนนั่งเลยเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง แต่วันนี้ซาจังกลับหายไปจากโต๊ะ

“ปายทามกายบาน” เยนาพูดทั้งๆที่เส้นก๋วยเตี๋ยวเต็มปาก

“ห้ะ? กายบาน?” อึนบีทวนคำพูดซ้ำ

“ซาจังบอกว่าขึ้นไปทำการบ้านคาบบ่ายน่ะ” แชยอนตอบ

“คาบบ่ายมีการบ้านด้วยหรอ ไม่เห็นรู้เลย” 
อึนบีคลายความสงสัยไปได้เรื่องนึง แต่ก็มีอีกเรื่องให้สงสัยต่อ

“ซาจังก็คงไปทบทวนบทเรียนแหละมั้ง อาจจะใช้คำศัพท์ไม่ถูก” นาโกะอธิบายความเป็นไปได้ ซึ่งไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะซากุระเรียนมัธยมต้นที่ไทยมา 3 ปี จนตอนนี้ขึ้นมัธยมปลายแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะสับสนคำว่า การบ้าน (しゅくだい) กับทบทวนบทเรียน (ふくしゅう) 

แต่คนอื่นๆก็ไม่ได้มีท่าทีสงสัยอะไร

16.00 น.
: ห้องเรียน

เสียงสวรรค์ของเหล่านักเรียนได้ดังขึ้นแล้ว ทุกคนพร้อมใจกันเก็บของเตรียมกลับบ้าน

“คุยกันหน่อยสิ” แชยอนพูดขึ้นเบาๆ เป็นเชิงให้รู้ว่ากำลังบอกคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด

“อือ” ซากุระตอบรับโดยอัตโนมัติ

แชยอนเดินนำซากุระมาที่หลังตึกที่ไม่มีคน มีเพียงโต๊ะหินอ่อนเก่าๆที่ดูไม่ค่อยสมประกอบกับเก้าอี้พังๆวางซ้อนกันอยู่ริมผนัง 

“มีอะไรไม่สบายใจที่บอกใครไม่ได้รึเปล่า”
แชยอนที่ยืนพิงผนังเอ่ยขึ้นเมื่อซากุระเดินมาถึง

“เปล่าซักหน่อย คิดมากเก่งนะเรา”
ซากุระตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ เพื่อให้เพื่อนรักสบายใจ

“นี่ซีเรียส ทำไมเราจะดูเธอไม่ออก บอกแล้วไงว่าพูดกับฉันได้ทุกเรื่อง หรือซาจังคิดว่าฉันเป็นคนนอก” แชยอนกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้ม เธอรู้ดีว่าถ้าเธอยังพูดติดตลก เพื่อนคนนี้จะไม่ยอมเปิดใจปรึกษาเธอเพราะกลัวเธอจะพลอยเครียดไปด้วย

“พูดได้ทุกเรื่องเลยหรอ” ซากุระถามย้ำ

“ใช่สิ” แชยอนตอบ

ซากุระค่อยๆผลักแชยอนเข้าไปชิดผนังอีกครั้ง ผลักเข้าไปในมุมอับที่กองเก้าอี้สูงล้อมรอบตัวทั้งสอง

“ ————x——-—”


“ฉันรักเธอที่สุดเลยนะ ซาจัง”
แชยอนพูดเสร็จก็เอามือทั้งสองข้างคว้าคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดอุ่นของตัวเอง


16.05 น.
: ห้องเรียน


“เห้ย ซาจังลืมกระเป๋าตังค์ไว้อะ มีใครเห็นซาจังบ้าง” อึนบีโพล่งขึ้นกลางห้องเรียน


“เมื่อกี้เพิ่งสวนกับฉันตรงห้องน้ำเอง”
ฮิโตมิที่ขอครูไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไปครึ่งชั่วโมง กล่าวขึ้นขณะกำลังเก็บของ

“อ่าวกลับแล้วหรอ จะมีเงินกลับบ้านไหมเนี่ย” 
อึนบีกล่าวด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

“น่าจะยังตามไปทันนะ” ฮิโตมิแนะนำ

อึนบีจึงวิ่งออกจากห้องเรียนลงไปด้านล่างตึก เธอเห็นซากุระที่ยืนอยู่ตรงมุมตึกตามลำพังกำลังกระวนกระวายใจอะไรสักอย่าง จึงไม่ได้เอ่ยเสียงเรียก แต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ

อึนบีเห็นแชยอนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วกำลังยืนกอดอกสอบสวนเพื่อนสนิทของตัวเองอยู่

เธอกำลังจะถอยกลับเพราะไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเพื่อน โดยเฉพาะปัญหาส่วนตัวของซากุระ ถ้าเธอจะได้รู้ เธอก็อยากจะให้เจ้าตัวระบายให้ฟังเอง 

แต่ไม่ทันที่อึนบีจะถอยเท้ากลับเธอก็ได้เห็นภาพของซากุระที่ผลักแชยอนเข้าชิดผนังแล้วเขย่งปลายเท้าพร้อมกับศีรษะที่โน้มเอียงเข้าหาส่วนเดียวกันของแชยอน 

...

เธอไม่รู้ว่่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แต่เธอได้ยินเสียงของคนรักชัดเจนเต็มสองหู

ฉันรักเธอที่สุดเลยนะ ซาจัง

SHARE
Written in this book
Once in a life time (Chaebi)

Comments

TmwJkp
20 days ago
อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ...สู้ๆนะคะะ✌🏻💕
Reply