Train of love (wheein-Hwasa) EP.3



08:40




         แสงของวันใหม่เผยให้เห็นที่นอนสีเข้มที่มีหญิงสาวผมสีทองนอนหลับตาพริ้มอยู่ในห้วงนิทรา วันนี้เป็นวันหยุดของนักบัญชีสาว


 
“เหมียว เหมียว” 



เสียงร้องเรียกจากสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของเธอ หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง เพื่อขยับตัวไปมาเบาๆคลายความเมื่อยล้าจากการนอนมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง สายตาจับจ้องไปที่บางอย่างข้างที่นอนนุ่ม เธอใช้มือที่มีรอยสักเล็กระหว่างนิ้วตีที่นอนเบาๆ เจ้าแมวเหมียวส้มกระโดดขึ้นมานอนอยู่ข้างๆมือของเธอ   มันร้องเหมียวเบาๆเสมือนกำลังสื่อสารอะไรบางอย่างกับเธอ



   “หิวแล้วใช่ไหม” 



หญิงสาวพูดพลางลูบหัวเจ้าแมวน้อยเบาๆ มันร้องเหมียวเหมือนเป็นคำตอบ เจ้าของร่างเล็กก้าวลงจากเตียงใช้มือข้างหนึ่งเสยผมสั้นนั้นขึ้น เผยให้เห็นคิ้วบางกับแก้มใสทั้งสองข้าง และเดินออกไปจากห้องนอนของตนโดยมีเจ้าแมวเหมียวกระโดดลงมาจากเตียงและวิ่งตามเธอออกมา 





       ในเวลาเดียวกัน
 


  
   ภายในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ถูกผ้าม่านสีดำผืนใหญ่ปิดบังไว้ มีแสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องว่างของม่านเข้ามาภายในห้องเล็กน้อย เผยให้เห็นร่างบาง เจ้าของห้องนี้กำลังนั่งพิงหมอนหนุนที่วางพิหัวเตียง หญิงสาวเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างขะมักเขม้น 


“Retreat” 


    เสียงดังจากเกมที่หญิงสาวใช้ทั้งสองมือเลื่อนโทรศัพท์ไปมาและกดรัวๆอย่างหัวเสีย คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันแบบที่หญิงสาวไม่เคยอยากให้เกิดขึ้น เพราะทีมของเธอทั้งห้าคน ได้ถูกฝั่งตรงข้ามสังหารจนหมด และสิ่งก่อสร้างที่เหลือเพียงสี่อันเท่านั้น 
 
      



     “จริงๆเลยเฮ้อ” 





เธอสบถเบาๆเมื่อเพื่อนร่วมทีมของเธอพูดด้วยอารมณ์ร้อนที่ร้อนขึ้นมาจนถึงหัว

 


         “แพรว! ว่านว่าพอก่อนเถอะ ว่านไม่ไหวว่านหัวร้อน” 




เสียงจากหญิงสาวที่เป็นเพื่อนในเกมของแพรวพูดออกมา เมื่ออารมณ์ของเธอสูงจนถึงขีดสุด สิ่งก่อสร้างด้านในสุดถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาของผู้เล่น ทั้งสองถอนหายใจพร้อมกับเสียงเกมที่ดังขึ้นเป็นคำที่ทั้งคู่ไม่อยากได้ยิน 


                                 Lost!!
 


 ““แพ้อีกแล้ว”” 



        เสียงจากหญิงสาววัย23ปี ที่ร้องออกมาอย่างหัวเสีย เธอวางโทรศัพท์บนเตียงพร้อมกับขยับร่างกายลงจากเตียงนุ่ม  ก้าวซ้ายขวาพลางถอนหายใจอย่างคนหมดแรง มือซ้ายเอื้อมเปิดประตูไม้สีดำ ออกมาจากห้องและเดินตรงไปยังครัวสีน้ำตาลที่อยู่ทางขวามือจากประตูทางเข้า เธอเดินตรงไปยังตู้เย็นขนาดใหญ่หยิบน้ำเปล่าออกมาหนึ่งขวดและเดินกลับมานั่งยังโซฟาที่ประจำ นั่งเหม่อลอยในขณะที่ปากเล็กยังคงงับหลอดสีขาวไว้ สายตาที่เหม่อลอยกำลังคิดถึงบุคคลหนึ่ง 




“กวินทร์จะทำอะไรอยู่นะ”







     12:04



    “สถานีต่อไป สยาม ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังสายสีลมได้ที่สถานีนี้ โดยประตูจะเปิดทางด้านขวา“
 "Next station Siam interchange with Silom line . Doors will open on the right handside of the train"  



       สถานที่นัดหมายของทั้งสองคือ ศูนย์รวมของผู้คนทุกเพศทุกวัยทุกสัญชาติ สยามพารากอน หญิงสาวผมสั้นใช้มือข้างหนึ่งเสยผมสีทองขึ้น เธอมองตรงไปยังร้านกาแฟชื่อดังที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งไขว่ห้าง ในชุดเสื้อคอกว้างสีครีมกางเกงขากระบอกสีน้ำตาลอ่อน รองเท้าส้นสูงรัดส้นสีน้ำตาล สวมแว่นสีดำแบบที่แตกต่างจากเมื่อครั้งที่เจอคราวก่อน เธอก้าวเท้าตรงไปยังบุคคลที่นั่งอยู่ตรงมุมของร้าน  หล่อนกำลังเขี่ยโทรศัพท์มือถือมาอย่างไม่มีจุดหมาย เธอเดินเข้าไปยังโต๊ะที่มีบุคคลนั้นนั่งอยู่




          แพรวละสายตาจากโทรศัพท์มือถือ ถอดแว่นดำออกเงยหน้ามองไปยังคนตรงหน้า หล่อนมาในชุดเสื้อเชิดสีขาวถูกคลุมด้วยเสื้อตัวหน้าสีดำกางเกงยีนพร้อมกับรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังสีขาว 




         “นั่งก่อนสิคะกวินทร์….ดื่มกาแฟไหมคะ””

        
         
         “ไม่ค่ะ แพรวดื่มอะไรหรอ”




หล่อนถามขณะที่กำลังนั่งลงบนโซฟาของร้านกาแฟที่อยู่ตรงข้ามโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าเธอ



         “ของแพรวเป็น Iced Americano”




“กวินท์ไม่ค่อยกินกาแฟค่ะ แล้ว….เราจะไปที่ไหนกันคะ”




       ผู้ถูกถามไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ยกแก้วกาแฟใบสีขาวขึ้นมาและยืนขึ้น ใช้นิ้วชี้เรียวยาวกระดิกมันเข้าหาตัวเอง มุมปากขึ้นหนึ่งถูกยกขึ้นคล้ายกำลังเชิญชวนให้อีกคนหนึ่งไปที่ไหนสักที่ กวินทร์ลุกขึ้นยืนและเดินตามเธอไปจนถึงทางที่เธอเดินข้ามา เธอหันมองหล่อน มุมปากบางทั้งสองข้างยกขึ้นราวกับว่ามีบางอย่างที่พิเศษเกิดขึ้น เธอมองตรงไปข้างหน้า พบกับผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา




        "กวินทร์อยู่ในที่คนเยอะๆแบบนี้ตลอดเลยใช่ไหมคะ"


 
      "ใช่ค่ะ แต่ แพรว……ก็ต้องเจอคนแบบนี้ทุกวัน เหนื่อยไหมคะ"


 
    

"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คนที่ทำงานก็ดี …..(แถมได้เจอกวินทร์เกือบทุกวันอีก)"



 
           ประโยคหลังที่เธอพูดออกมามันเบาเกินกว่าที่หญิงสาวผู้ฟังอยู่จะได้ยิน หรือมันอาจจะเป็นเพราะเสียงดังจากคนมากมายจึงทำให้หญิงสาวไม่ได้ยินประโยคสำคัญ



        ผู้ที่ฟังอยู่เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวที่ตนจับใจความไม่ได้ ขณะที่กำลังจะถามผู้พูดว่าเมื่อสักครู่พูดอะไรออกมา ก็ตกใจขึ้นเมื่อถูกบุคคลข้างหน้าจับมือของตนและพาก้าวเดินเพื่อไปยังที่ที่หนึ่ง แพรวเดินอย่างทุลักทุเล ส้นสูงที่เท้าของหล่อนทำให้การเดินลงบันไดของคนที่อยู่ตรงหน้ามันชั่งลำบากยากเย็นราวกับว่าหล่อนไม่เคยใส่มัน

        กวินทร์มองเล็บมือที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวที่แห้งสนิทพอดีกับเล็บมือสวย มุมปากข้างหนึ่งของเธอยกขึ้นหลังจากได้มองมือเล็กที่จับมือของเธออยู่  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองข้างหลังของผมสีดำอย่างไม่วางตา เมื่อถึงบันไดขึ้นสุดท้าย อีกฝ่ายก็หันหน้ากลับมามองเธอพร้อมยิ้มจนตาหยี




"วันนี้ไปเที่ยวข้างนอกกันนะคะ แพรวอยากพาไปที่ที่หนึ่ง"



 
      หญิงสาวนักบัญชีถูกพามาหยุดที่รถคันหนึ่ง เสียงปลดล็อคประตูรถทำให้เธอได้รู้ว่ารถคันนี้เป็นรถของแพรว รถคันสีขาว มีที่นั่งพอเพียงสองคน  มีวงกลมสี่ห่วงเป็นเครื่องหมายบอกว่ารถคันนี้เป็นของบริษัทใด

   ประตูฝั่งผู้นั่งข้างคนขับถูกเปิดออกพร้อมการผายมือของอีกฝ่ายเป็นการเชิญชวนให้เธอเข้าไปนั่งข้างใน หญิงสาวผู้ถูกเชิญชวนเดินเข้าไปหาพร้อมจับที่มือมือของอีกคนเบาๆ




         "ไม่พากวินทร์ไปฆ่าใช่ไหมแพรว"



 
      หญิงสาวพูดติดตลก ทั้งสองหัวเราะออกมาเบาๆ เธอเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ หล่อนปิดประตูเบาๆและเดินไปอีกฝั่งเพื่อนั่งข้างๆเธอ

ไม่นานรถคันหรูก็ขับเคลื่อนไปบนถนนที่มองออกไปยาวไกลจนสุดสายตา ถนนสามเลนที่รถคันดังกล่าวอยู่ในเลนสำหรับรถเร็ว

หญิงสาวผู้นั่งข้างคนขับนั่งมองบุคคลข้างๆตน หล่อนใช้มือข้างขวาจับพวกมาลัยแขนข้างซ้ายอยู่บนพนักวางแขนระหว่างเบาะคนขับและคนนั่งข้างๆทั่งคู่คาดเข็มขัดเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย




"จะเสียมารยาทไหมถ้ากวินทร์อยากถามอะไรแพรวหน่อยค่ะ"



 
"ไม่ค่ะกวินทร์ถามมาได้เลย"



 
"แพรวทำงานแต่ที่สถานีรถไฟฟ้าหรอคะ กวินทร์แค่สงสัย"



 
          หญิงสาวผู้ถูกถามมองไปที่ถนนยาวสุดสายตาที่มีรถข้างหน้าเธออยู่ไม่กี่คัน มือข้างซ้ายที่วางอยู่ที่พักเปลี่ยนไปช่วยมืออีกข้างประคองพวงมาลัยไว้



"แพรวไม่ได้ทำแค่ที่สถานีหรอกค่ะ แพรวทำงานอีกบริษัทหนึ่งอยู่ด้วย"


 
"อ้อขอโทษที่เสียมารยาทนะแพรว"



 
...หญิงสาวผู้ที่ถูกเรียกชื่อ ยิ้มเบาๆเนื่องจากไม่มีคำว่าคะขาในประโยคแล้ว..  






     14:37




รถคันหรูจอดยังที่หมายที่มีรถมากมายจอดอยู่เช่นกันหลังจากรถจอดจนนิ่งสนิท

เธอหันไปมองบุคคลที่นั่งอยู่ที่เบาะข้างๆที่หลับตาพริ้มตกอยู่ในห้วงความฝัน เธอนั่งมองมุมปาก

ที่ยกขึ้นของหล่อน รอยยิ้มที่เสมือนดั่งในฝันนั้นหล่อนเป็นเด็กหญิงผู้น่ารักที่ได้ขนมหวาน

ปากบางที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีอ่อนดึงดูดให้ดวงตาสีดำจับจ้องไปยังมัน หัวใจของเธอ

เต้นแรงและรัวราวกับกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง มือข้างหนึ่งของเธอจับที่หน้าอก เธอหยับตัวเข้าไปหา

หล่อนจนใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือกั้น 
 



"ถึงแล้วนะกวินทร์" 




      หญิงสาวผู้ถูกปลุกจากห้วงนิทรา ขยับตัวเบาๆก่อนลืมตาขึ้นมาและกระพริบตาถี่ๆ เพื่อให้ดวงตาปรับให้ชินกับแสง สายตาจับจ้องไปยังอีกคนหนึ่งที่นั่งมองเธอด้วยรอยยิ้มน้อยๆและมือข้างขวาที่จับอยู่เหนือหน้าอกของหล่อน 




"ที่นี่ที่ไหนแพรว"



 
"ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวแพรวพาไป แพรวว่ากวินทร์ต้องชอบ"



   
ทั้งสองเดินออกมายังที่จอดรถไม่นาน ก็พบกับหาดทราย น้ำทะเลสีน้ำเงินที่กว้างไกลจนสุดสายตา




"แพรวรู้ได้ยังไงคะว่ากวินทร์ชอบทะเล"




 
"แพรวเห็นรูปในLineของกวินทร์ไง"



  
      หญิงสาวผู้ถูกถามเดินตามมาพร้อมรองเท้าแตะสีน้ำตาล ที่ตนเตรียมมา จุดโฟกัสของสายตาทั้งสองข้างเป็นหญิงสาวข้างหน้าที่กำลังวิ่งเล่นบนหาดทรายด้วยเท้าเปล่า เสียงหัวเราะที่มีความสุขกับการวิ่งเล่นน้ำทะเล ผมสีทองปลิวสไวรับลม หล่อนหันกลับมามองยังบุคคลที่พาตนเองมาทะเล ดวงตาสีน้ำตาลมองจ้องมายังแพรวรอยยิ้มที่เคยมีหายไปในทันที หล่อนวิ่งเข้ามาหาแพรวอย่างรวดเร็ว ราวกับเด็กน้อยที่งอนบุคคลตรงหน้า
 



"พากวินทร์มาแล้ว แพรวก็มาเล่นด้วยกันสิ"



 
หลังจากประโยคนั้นจบลง มุมปากทั้งสองข้างของผู้พูดก็ยกขึ้นจนตาหยี แพรวถูกอีกคนหนึ่งจับที่ข้อมือเล็กและดึงเธอไปยังหาดทรายที่มีผู้คนมากมายกำลังเล่นกันอย่างมีความสุข






19:00
 


หลังจากที่ทั้งสองเล่นน้ำทะเลกันจนเหนื่อยจึงตัดสินใจขับรถเพื่อกลับไปยังที่พัก ระหว่างทางกลับทั้งคู่รับประทานอาหารทะเลที่ร้านดัง  



"อิ่มมากเลย"



ผู้พูดใช้มือลูบที่หน้าท้องน้อยนั้นเป็นวงกลม ระหว่างที่พูดก็ยิ้มไปด้วยเผยให้เห็นรอยบุ๋มตรงแก้มขวาอย่างเห็นได้ชัด



"สนุกมากเลยกวินทร์ขอบคุณแพรวนะ"


 
      หล่อนพูด ในขณะที่ดวงตาทั้งสองมองไปยังบุคคลทีกำลังขับรถอยู่  รอยยิ้มที่ใสซื่อและคำพูดที่เหมือนเด็กขี้อ้อนคนหนึ่งทำให้ใจของอีกคนสั่นจนจะออกมาจากร่างของเธอ รอยยิ้มนั้นและปากบางๆเป็นดั่งเคียวที่ใช้กระชากหัวใจของเธอ มันเต้นแรงเต้นรัวจนทำให้เธอต้องถอนหายใจเบาๆเพื่อให้ความร้อนบนใบหน้าคลายออกไป เธอหลบสายตาของอีกคนและใช้ความมืดเวลานี้บดบังแก้มแดงที่แสดงถึงความสุขจนเหลือล้น มือทั้งสองข้างจับที่พวงมาลัย สายตาทอดยาวไปยังถนน




"กวินทร์เปิดเพลงได้ไหมคะ"


 
"หญิงสาวพยักหน้าเป็นหารตอบตกลง"


 
"กวินทร์เอื้อมมือซนกดปุ่มเปิดเพลงทันทีเพื่อปิดความเงียบระหว่างทั้งสองคน" 



"เสียงเพลงดังขึ้นเป็นดนตรีสากลของนักร้องหญิงชื่อดัง"
work.work.work.work.work....

  

"กวินทร์ได้ยินเพลงนี้ ทำให้เธอหัวเราะออกมา" 



"แพรวฟังเพลงแนวนี้หรอ ฟังเหมือนกันเลยนะ"



  
       กวินทร์ยิ้มจนตาหยีเนื่องจากสิ่งที่เธอคิดมันตรงข้ามกันกับความเป็นจริงเธอมองอีกคนเป็นคนขรึมๆจนยิ้มครั้งหนึ่งทำให้หัวใจเธอแทบละลาย จึงคิดว่าแนวเพลงของหล่อนอาจจะเป็นคลาสสิคหรือป๊อบแบบเนื้อหาที่ฟังแล้วสบายใจ


แพรวยิ้มเขินหลังจากได้ยินเสียงหัวเราะของอีกคนเกี่ยวกับแนวเพลงที่เธอฟัง



ไม่นานนักรถคันหรูก็มาจอดที่หน้าคอนโตของกวินทร์ หญิงสาวเจ้าของห้องภายในตึกนี้ก้าวลงจากรถขณะที่กำลังสบตากับบุคคลข้างๆ เธอยิ้มก่อนที่อีกคนหนึ่งจะเปิดประตูและออกมาจากรถเช่นกัน




"แพรวจะกลับเลยหรือเปล่า"



 
"อาจจะกลับเลยค่ะ"



 
      กวินทร์ได้ยินดังนั้นจึง   ส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปยังใบหน้ารูปไข่ เธอใช้มือข้างหนึ่งจับมืออีกข้างของแพรวขึ้นมา พร้อมยิ้มเบาๆ  ขอบคุณสำหรับความสุขในวันนี้และปล่อยมือของอีกคน ยกมือข้างหนึ่งขึ้นพร้อมโบกมือเบาๆไปมา เป็นการบอกลาในวันนี้พร้อมรอยยิ้ม



      แพรวกำลังหันหลังก้าวกลับไปที่รถของตนก็ถูกบุคคลหนึ่งหยุดร่างบางไว้ด้วยการใช้สองแขนโอบเข้ามาที่เอวบางเบาๆจากข้างหลัง
 


"อยู่ต่ออีกหน่อยได้ไหม"



     เสียงพูดแผวเบาที่ข้างหู บุคคลผู้กำลังโอบกอดร่างบางถอนแขนทั้งสองข้างออก แววตาใสซื่อที่อยู่ในตาคู่นั้นทำให้แพรวหัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้




"….อย่างนั้นแพรว…ขอไปพักที่ห้องกวินทร์ก่อนได้ไหม"



เธอตอบบุคคลข้างหน้าด้วยเสียงที่สั่นเครือ…….

......กวินทร์ยิ้มกว้างก่อนที่จะจับมือของแพรวและพาเธอขึ้นไปที่ห้องของตน……..






To  be  continue....



 
ก็อีพีสามแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านนะคะเราจะพยายามให้ดีที่สุด อยากเขียนฟิคมาซักพักแล้ว  เลยคิดว่าจะลองเขียนดีไหม
แล้วก็มาเจอไรท์คนหนึ่งค่ะ เราชอบเค้ามากละเค้าก็บอกให้เราเขียนก็เลยลองเขียน ยังใหม่อยู่ค่ะยังไงก็ขอบคุณที่อ่านนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ
คอมเม้นท์ติชมได้นะคะ รักก
SHARE

Comments

moonnight
2 years ago
สองคนนี้นี่ชวนเข้าห้องกันละหรอ จะทำอะไรกันเปล่านะ อิอิ
Reply