IZ*ONE [SF] Yena x Yuri : STATION #2



     วันนี้เป็นวันแรกที่ยูริตัดสินใจขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนด้วยตัวเอง หลังจากที่เธอได้พยายามขออนุญาตแม่ให้เธอได้ลองไปโรงเรียนเองบ้าง ขออยู่ตั้งนานสองนานกว่าแม่จะยอมให้เธอมาเอง จนตอนนี้ตัวเองก็ได้มายืนรออยู่ป้ายรถเมล์อย่างสมใจอยาก

‘ตื่นเต้นจัง’

ไม่นานเสียงแตรของรถก็เรียกความสนใจจากเธอที่ยืนเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลารอ พอรถจอดสนิทก็รีบก้าวขาขึ้นไปทันที ความรู้ของเธอตอนนี้เหมือนกับไปโรงเรียนตอนอนุบาลซะงั้น อยู่ดีๆก็รู้สึกใจสั่น หรือเพราะเธอตื่นเต้นมากไปหรอ 


พอขึ้นมาได้แล้วก็พยายามมองหาที่นั่งที่ตัวเองสามารถนั่งได้ เธอคงไม่โชคร้ายที่ต้องได้ยืนไปโรงเรียนในวันแรกที่ขึ้นรถหรอกมั้ง


แต่เหมือนจะมองหานานไปหน่อยเลยทำให้รู้สึกว่ามีคนจ้องมองอยู่ ยูริหันไปมองตามที่หางตาตัวเองเห็น ผู้หญิงที่ดูท่าน่าจะตัวประมาณเท่าเธอ มัดผมทรงโพนี่เทล ใส่ชุดยูนิฟอร์มเดียวกันกับเธอ ไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ว่าเรียนโรงเรียนเดียวกัน


แต่เธอก็ไม่ได้มีเวลาสนใจรายละเอียดตรงหน้าได้นานเพราะมีคนที่นั่งข้างๆเธอได้สะกิดเรียกให้ไปนั่งด้วยกัน ที่ตอนแรกเธอมองไม่เห็นที่ว่างเพราะหล่อนดันเล่นวางกระเป่าไว้ แต่ตอนนี้กระเป๋าใบนั้นก็ได้โดนจับไปวางไว้ที่ตักแทนเสียแล้ว


“สวัสดี..เราชื่อโกอึน นาโกอึน อยู่มอหกห้องบีโรงเรียนเดียวกันกับเธอเลย ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรอ?” 

คนข้างๆแนะนำตัวเองกับเธออย่างเสร็จสับ เหมือนกับกลัวว่าเธอจะพูดตัดหน้างั้นแหละ แต่ท่าทางดูเป็นมิตรนั้นยูริก็ได้ยิ้มตอบกลับไปอย่างมีมารยาท เอาล่ะ อย่างน้อยเพื่อนร่วมทางก็ไม่ได้แย่อ่ะนะ


“เราชื่อโจ ยูริ แต่เรียกยูริเฉยๆก็ได้ ว่่าแต่เราอยู่ห้องเดียวกันเลยนะ”

“ห้องเดียวกันหรอ เอ๋~ ทำไมไม่เคยเห็นหน้านะ อ้อออ จำได้แล้ว เธอคือคนที่ย้ายมาใหม่ใช่มั้ย?”

“อื้อ ใช่ๆ”

“งั้นแสดงว่าเธอก็ยังไม่มีเพื่อนสนิทสินะ มาเป็นเพื่อนกับฉันเอามั้ย” 

อยู่ดีๆอีกคนก็ชักชวนให้เธอไปเป็นเพื่อนด้วย ยูริทำหน้าเหลอหลาเพราะตั้งตัวไม่ทัน โกอึนก็ได้แต่หัวเราะกับท่าทางนั้นก่อนจะพูดเองเออเองอีกแล้ว

“ถ้าไม่พูดก็แสดงว่าตกลงล่ะกันนะ เพื่อนยูล”

“อื้อ ก็ได้ งั้นฝากตัวด้วยนะ เพื่อนใหม่”








      
     ตอนนี้ยูริและเพื่อนใหม่อีกสองคนรวมทั้งโกอึนกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร คนดูเยอะเพราะตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว กว่าจะเดินหาที่นั่งได้ก็แทบจะพลิกแผ่นดินในโรงอาหารหาแล้ว แต่ก็ยังดีที่มีโต๊ะว่างอยู่ แต่มุมที่พวกเธอได้นั่งมันเป็นมุมอับไปหน่อย แต่ก็ยังดีที่มีร้านน้ำอยู่ข้างๆ


ยูริเสนอให้โกอึนและคนอื่นๆในกลุ่มไปซื้อข้าวก่อนเพราะเดี๋ยวจะไม่ทัน แต่ทั้งกลุ่มนั้นก็รักเธอเสียเหลือเกิน โดยเสนอให้เธอไปซื้อพร้อมกันแล้วเอากระเป๋าจองไว้แทน เธอก็เลยได้แต่ปล่อยตามใจของคนส่วนมาก ทั้งไม่อยากจะเรื่องมากด้วย


ร่างบางของยูริกำลังเดินหาร้านที่เคยมากินวันก่อน เธอจำได้ว่ามันอยู่ตรงมุมขวามือใกล้ๆกับทางไปห้องน้ำ มุมที่ร้านอยู่อาจจะทำให้คนไม่ค่อยอยากมาซื้อเพราะเป็นทางคนเดินผ่านไปมาบ่อย และนั่นแหละกลายเป็นสาเหตุที่เธอเลือกร้านนี้เพราะคิวไม่ยาวและก็เป็นร้านข้าวราดแกงที่อร่อยที่สุดที่เธอเคยได้กินมาด้วย 


แต่วันนี้ดูท่าจะผิดคาดไปหน่อยเพราะคนมารอคิวเยอะมากๆ แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าร้านอื่นๆ ร่างบางจึงเดินเข้าไปต่อแถวอย่างไม่รีบร้อน


พอซื้อข้าวเสร็จยูริก็เดินกลับโต๊ะปกติ แต่ที่ไม่ปกติคืออยู่ดีๆโกอึนก็บอกว่ามีคนแอบมองเธออยู่ ตอนแรกก็ตกใจนะนึกว่าโดนโรคจิตแอบดูรึเปล่า แต่พอหันไปมองตามที่เพื่อนเธอชี้ก็ได้แต่ยิ้มขำปนเอ็นดู
คนเมื่อเช้าที่แอบมองเธอนี่เอง 


ซึ่งเธอก็ได้รู้ชื่อจากโกอึนทีหลังว่าชื่อชเว เยนา มอหกห้องซี กลายเป็นว่าตอนนี้เธอรู้จักชื่อของอีกคนแล้ว แต่เหมือนอีกคนก็คงอยากจะรู้จักเธอเหมือนกันล่ะมั้งถ้าเธอดูคนไม่ผิดนะ







     หลังจากเสียงออดดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ยูริก็เดินออกมารออยู่ป้ายรถเมล์คนเดียว เธอเพิ่งรู้ว่าโกอึนตื่นสายเลยต้องมารถเมล์ เพราะปกติโกอึนจะมาโรงเรียนพร้อมกับพี่ ไม่ได้นั่งรถเมล์ประจำเหมือนที่เธอคิด 


แอบเสียใจนิดหน่อยเพราะคิดว่าจะมีเพื่อน เธอคงต้องกลายเป็นผู้ถูกทิ้งให้เคว้งอยู่คนเดียวในเวลากลับบ้านหรือมาโรงเรียนแน่ๆ เว้นเสียแต่ว่ามีอีกคนกำลังเดินตรงมาทางเธอ


'ชเว เยนาคนนั้นนั่นแหละ'


เหมือนอีกคนจะรู้ตัวว่าเธอมองอยู่ละมั้งถึงได้ดูเลิกลักตอนจะเดินมาถึงป้ายรถเมล์ เธอไม่ได้ตั้งใจจะจับผิดหรือระแวงอะไรเยนาหรอกนะ ก็แค่อยากทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมชั้นเฉยๆ พออีกคนหันมามองเหมือนมีอะไรจะพูดด้วย เธอก็เลยเลือกที่จะหันหน้าเข้าไปคุย


“เอ่ออ.. ส สวัสดี” 

เสียงของเยนาดูตะกุกตะกัก เหมือนคนไม่มันใจในตัวเองยังไงยังงั้น

“สวัสดีเยนา” 

พอเธอพูดชื่ออีกคนออกไป เจ้าตัวก็เหมือนจะตกใจที่เธอรู้จักชื่อ ก็แหงล่ะ กลับกันถ้าเป็นเธอก็คงตกใจไม่แพ้เยนาหรอก

“นี่รู้จักเราด้วยหรอ”

“อื้อ ก็เห็นจ้องเราตั้งแต่โรงเรียนอาหารแล้ว เราสงสัยว่าใครมองเลยถามเพื่อนน่ะ” 

เธออธิบายให้อีกคนได้หายข้องใจ

“แล้วเธอชื่ออะไรหรอ”

“เราชื่อยูริ.. โจ ยูริ”



     กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเราทั้งสองคนเข้ากันได้อย่างดีอย่างกับรู้จักกันมาตั้งนานแล้วงั้นแหละ เธอเล่าให้เยนาฟังว่าเพิ่งย้ายโรงเรียนมาใหม่ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่เพิ่งได้ลองมานั่งรถเมล์เองเป็นวันแรก 


เยนาทำหน้าตกใจตอนที่เธอบอกว่าเพิ่งเคยขึ้นรถเมล์ แต่เพราะหน้าเยนามันตลกเลยทำให้เธอหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง เจ้าตัวก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองตลกแค่ไหน คุยกันเพลินไปหน่อยจนตอนนี้ใกล้จะถึงบ้านเธอแล้ว 


‘อีกเรื่องที่ยูริเพิ่งรู้คือบ้านของพวกเธอห่างกันแค่ป้ายรถเมล์เดียวเอง’








     วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่ยูริได้มายืนรอรถเมล์คนเดียวในตอนเช้าของทุกๆวัน รอได้ไม่นานรถเมล์ก็มาจอดเทียบฟุตบาท พอขึ้นมาบนรถเธอแทบไม่ต้องหาที่นั่งที่อื่นเลย เพราะเธอเห็นว่ามีที่นั่งอีกที่ที่น่าจะว่างสำหรับเธอ 


เหมือนเจ้าของร่างที่กำลังใส่หูฟังจะรู้ตัวว่าเธอมองอยู่ จึงได้รีบขยับให้เธอได้นั่งลงข้างๆกัน เสื้อของเยนาเปียกแนบลงกับผิวจนเธอแอบเห็นชั้นในอีกคนด้วย เธอไม่ได้ตั้งใจจะคิดลามกนะ แต่มันเห็นแบบนั้นจริงๆ


“ขอนั่งด้วยคนนะ”

“อ อื้อ ได้สิ” 

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะนั่งลงได้สนิทดีเยนาก็รีบพูดขึ้นมาก่อน

“คือ..ตัวเรามีแต่เหงื่ออ่ะ ขอโทษนะ”

 ได้ยินอีกคนรีบบอกเธอก็ได้แต่ยิ้มให้อย่างไม่ถือสา เยนาเนี่ยทำไมชอบทำตัวเหมือนไม่มั่นใจในตัวเองอยู่เรื่อยเลยนะ

“ขอโทษทำไมอ่ะ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย”

“อ่า ก็ได้” 

พอเธอบอกว่าไม่เป็นไรอีกคนก็ดูจะหายเกร็ง เยนาเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองมากๆ เขาดูคิดเล็กคิดน้อยกลัวนั่นนี่ไปหมด แต่เธอก็คิดว่าเยนาน่ารักดี ดูแล้วเหมือนจะขี้อายอีกด้วย 


'น่ารักจริงๆเลยนะเยนายา~'








     เขาว่ากันว่าเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ เร็วขนาดที่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงของการสอบมิดเทอมแล้ว สองเดือนที่ผ่านมานั้นยูริแทบจะไม่มีเวลาพักเลย เพราะมัวแต่เคลียงานที่เป็นรายงานเขียนมือ ทั้งเรื่องอ่านหนังสือสอบอีก 


วันนี้ก็เหมือนกัน ทั้งที่ควรจะได้พักแต่กลับต้องมาค้นหนังสือไปเขียนรายงานวิชาประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าเธอจะสอบวิชานี้ไปแล้วก็เถอะ แต่งานก็ยังไม่ได้ผ่านไปเหมือนสอบเลย


เธอเดินวนอ้อมหาหนังสือที่น่าจะตรงกับเนื้อหาในบทเรียนมากที่สุดมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบ เหมือนจะเคยเจอตรงนี้แต่ก็ไม่ใช่ เหมือนจะเห็นอะไรแวบๆขณะที่หาจึงได้เงยหน้าไปมองยังต้นเหตุ


 ร่างเล็กของอีกคนนึงก็กำลังก้มๆเงยๆอยู่ชั้นหนังสือประวัติศาสตร์เหมือนเธอเลย เธอควรจะเดินเข้าไปหาอีกคนดีมั้ยนะ แต่ก็ไม่ทันที่จะได้ตอบตัวเองหรอก เพราะขาเธอก้าวไปหาอีกคนซะแล้ว
 
“ยูริ!”

“เรียกซะดังเลย”

“อ่า โทษที พอดีตกใจน่ะ”

 ยูริเห็นเยนายกมือเกาแก้มอีกแล้ว อะไรจะขี้อายขนาดนั้นนะคนเรา เธออมยิ้มให้กับร่างเล็กน้อยๆก่อนจะเอ่ยถามอีกคน

“หาหนังสืออยู่หรอ?”

“ใช่ๆ วิชาประวัติศาสตร์น่ะ”

“ยังไม่สอบวิชานี้หรอ?" 

เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม แอบแปลกใจที่อีกคนยังไม่ได้สอบ เห็นมาโรงเรียนทุกวันนึกว่าจะได้สอบพร้อมกันซะอีก

“อื้อ ห้องเราครูหยุดบ่อยอ่ะ เพิ่งสอนจบไปวันก่อนเอง อาทิตย์หน้าครูเลยนัดสอบน่ะ”

พอเยนาบอกว่าหาหนังสือเพราะจะสอบวิชาประวัติศาสตร์ในอาทิตย์หน้า เธอก็รู้สึกอยากช่วยอีกคนขึ้นมาทันที เพราะปกติเธอไม่เคยเห็นเยนามาห้องสมุดเลย ลองให้เดาๆดูก็น่าจะไม่ใช่เด็กเรียนเท่าไหร่ คิดได้ดังนั้นก็เลยพูดออกไปอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

“เดี๋ยวเราให้ยืมชีทสรุปวิชานี้เอามั้ย?”

“ห้ะ”

“ว่าไง เอามั้ย?” 

“ถ้าเธอให้เราก็เอาอ่ะ”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะเอามาให้นะ ตั้งใจอ่านด้วย”

“อื้อ จะตั้งใจอ่านเลย”







     ผ่านช่วงมิดเทอมไปแล้วก็เหมือนกับเอาความทุกข์ออกไปจากอก ยูริเองเคลียงานเสร็จหมดแล้ว และตอนนี้ก็กำลังยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายตามปกติ 


เธอเห็นว่าเยนากำลังเดินตรงมาทางนี้ วันนี้น่าจะรู้ผลสอบแล้ว เธอเองก็อยากรู้ว่าเป็นยังไง แต่เธอถามไปมันจะดีมั้ยนะ แต่ด้วยความอยากรู้ที่มันมากกว่าเธอจึงตัดสินใจถาม


“ผลสอบเป็นไงบ้าง”

“ได้ท็อปด้วยแหละ” 

“เก่งมากกกก นึกว่าจะอ่านตัวหนังสือเราไม่ออกแล้วนะเนี่ย”

“ตัวหนังสือเธอน่ารักจะตาย เธอก็เหมือนกัน..”

“หื้ม เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?” 

เพราะเธอฟังไม่ชัดจึงได้แต่เลิกคิ้วเป็นเชิงถามอีกคน แต่เยนาก็ยังคงเป็นเยนาอยู่วันยังค่ำแหละ เจ้าตัวเล็กทำหน้าเลิกลักก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาแก้ม

“ธ เธอก็เหมือนกันไง” 

“อะไรคือเหมือนกันอ่ะ เราไม่เข้าใจ” 

ไม่ได้ตั้งใจกวนอีกคนนะ แต่เธอไม่เข้าใจจริงๆ

“เธอก็หน้ารักเหมือนกับตัวหนังสือเธอนั่นแหละ” 

เอาล่ะ พออีกคนตอบมาเธอก็ไม่รู้จะพูดอะไร เยนาแอบชอบเธอรึเปล่านะ แต่ดูจากท่าทางแล้วก็น่าจะใช่แหละ พอพูดเสร็จก็หน้าแดง หูแดงไปหมด แต่เธอก็รู้สึกดีกับเยนาเหมือนกันนะ ดูเป็นคนตรงๆดี คิดอะไรก็ออกหน้าออกท่าทางหมด


“เหมือนกันนะ”

“ห้ะ”

“เยนก็น่ารักเหมือนกัน..” 

หลังจากที่เธอพูดออกไปเยนาก็หันมามองเธอ ร่างเล็กสูดลมหายใจเหมือนพยายามรวบรวมสติจะพูดอะไรบางอย่าง เห็นดังนั้นเธอก็เลยเลือกที่จะหันไปมองอย่างตั้งใจฟังด้วยเหมือนกัน

“ยูริ”

“หื้ม?”

“วันอาทิตย์ว่างมั้ย.. ไปเที่ยวกัน”

“ว่างสิ จะไปเที่ยวไหนหรอ”

“เดี๋ยวค่อยคุยกันคืนนี้ก็ได้ว่าจะไปไหน.. เดี๋ยวเราโทรหานะ”

“อื้อ ได้สิ”



     อย่างนี้เรียกว่าชวนไปเดทได้มั้ยนะ เธอรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนนั้นมันคลุมเครือ จะว่าคนคุยก็ไม่ใช่ จะว่าเพื่อนก็ไม่เชิง ถ้าเยนาอยากขยับก้าวข้ามความสัมพันธ์แบบเพื่อนกับเธอ เธอเองก็พร้อมที่จะก้าวข้ามมันผ่านไปพร้อมกับเยนานะ เพราะลึกๆแล้วเธอก็ชอบเยนาอยู่เหมือนกัน


     อนาคตจะเป็นยังไงเธอไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้ เวลานี้ เธออยากให้เราทั้งสองคนค่อยๆเรียนรู้กันไป เผื่อวันข้างหน้าจะสามารถสานสัมพันธ์ด้วยกันต่อไปได้ 

‘เยนาอา จริงๆแล้วฉันก็ชอบเธอเหมือนกันนะ’









     ยินดีกับเด็กๆด้วยนะคะ จะได้เดบิวท์จริงๆแล้ว ขอให้เด็กๆจงเป็นไอจึวอนที่ส่องประกายแสงแห่งความสุข เอาให้สว่างไปทั่วโลกเลยนะคะ 💕 ขอให้เด็กๆเติบโตและอยู่เป็นความสุขให้แฟนคลับไปตลอด2ปี6เดือนเลยน้า
#IZONE_DEBUT 

                      ขอบคุณค่ะ❤️

SHARE

Comments