วิสัยทัศน์ แผนการ ยุทธศาสตร์ สัจธรรม
ผมอ่านบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ "ซุยเป๋ง" แล้วก็นึกขึ้นได้
ซุยเป๋งคือใคร? 
"ซุยเป๋ง" จากข้อมูลในวิกิพีเดีย ซุยเป๋ง เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "สามก๊ก" เป็นศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์สุมาเต็กโช คบหาสนิทสนมกับ ขงเบ้ง, ชีซี 

ซุยเป๋ง เมื่อดูตามบทในนิยาย จะพูดว่าเป็นเพียงตัวละครประกอบ ไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรนัก เพียงแต่ในเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเล่าปี่ไปเยือนกระท่อมของขงเบ้งที่หุบเขาหลงจง เพื่อต้องการจะเชื้อเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาในครั้งแรก แต่ต้องผิดหวังเนื่องจากขงเบ้งไม่อยู่ จึงเดินทางกลับ ระหว่างทางพบกับชายผู้หนึ่ง มีท่าทางเหมือนนักปราชญ์ทรงภูมิปัญญา จึงคาดว่าน่าจะเป็นขงเบ้งแน่แท้ เลยเข้าไปคารวะและถามชื่อแซ่ ปรากฏว่า ชายผู้นี้มีนามว่า "ซุยเป๋ง" หาใช่ขงเบ้ง ทว่าซุยเป๋งผู้นี้ก็นับเป็นสหายของขงเบ้ง วิชาความรู้ย่อมจะสูงส่งเช่นเดียวกัน เล่าปี่จึงชักชวนซุยเป๋งดื่มชา และร่วมเสวนาเหตุการณ์ในแผ่นดินด้วยกัน เล่าปี่แสดงถึงวิสัยทัศของตนเอง ที่จะกอบกู้บ้านเมืองให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง และธำรงราชวงศ์ฮั่นสืบไป จึงต้องมาเชื้อเชิญขงเบ้งไปเป็นที่ปรึกษา ซุยเป๋งเมื่อรับฟังความปราถนาและเป้าหมายของเล่าปี่ เขาจึงกล่าวตอบ โดยผมถอดเป็นใจความได้ว่า

"การที่ท่านเล่าปี่ คิดหวังจะช่วยเหลือบ้านเมือง ให้กลับมาสงบสุข นับเป็นวิสัยทัศน์ที่ดี แต่เหตุการณ์ความเป็นไปบนโลก ล้วนเป็นไปตามวัฏจักร บนแผ่นดินนี้ เมื่อวุ่นวาย เวลาผ่านนานไปก็จะถูกจัดการจนสงบลง เมื่อสงบนานไปก็เริ่มเสื่อมถอย นานเข้าก็จะเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก เป็นเช่นนี้ผันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แปรเปลี่ยนเป็นยุคสมัย การทำให้แผ่นดินสงบสุขในยามจลาจลเช่นนี้ แม้เป็นสิ่งที่ดี ทว่าทำไปก็ป่วยการ ทุกอย่างเมื่อมีจุดเริ่มต้น ท้ายที่สุดมันก็มีจุดจบของมันเช่นกัน ปล่อยให้กาลเวลาเป็นผู้กำหนดจะดีกว่า"

คำพูดของซุยเป๋ง แม้จะดูขัดกับความตั้งใจของเล่าปี่ แต่เมื่อเรื่องราวของสามก๊กจบลง ก็เป็นไปตามคำพูดของซุยเป๋งทุกประการ

ขงเบ้งเป็นที่ปรึกษา ใช้สติปัญญาทำงานให้เล่าปี่ และเล่าเสี้ยน(ลูกชายเล่าปี่) จนสิ้นชีพทั้งๆ ที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ในวัย 52 ปี หลังจากขงเบ้งตายไป ก๊กของเล่าปี่ก็ล่มสลายในอีก 40 ปี ต่อมา ท้ายที่สุด ผู้ที่นำความสงบสุขมาสู่แผ่นดิน กลับเป็นตระกูลสุมา โดย สุมาเอี๋ยน หลานชายสุมาอี้ ได้แต่งตั้งตนเองเป็นฮ่องเต้ราชวงศ์จิ้น หาใช่ราชวงศ์ฮั่น หรือก๊กของเล่าปี่ไม่

ยุทธศาสตร์หลงจง
หากท่านที่เคยอ่านสามก๊ก จะรู้จักขงเบ้งเป็นอย่างดี ขงเบ้งเป็นนักปราชญ์ที่รอบรู้มากในสมัยนั้น
เมื่อเล่าปี่ได้พบกับขงเบ้ง ที่กระท่อมในหุบเขาหลงจง และถามถึงวิธีการที่จะกอบกู้ราชวงศ์ฮั่น นำความสงบสุขมาสู่แผ่นดิน ขงเบ้งได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ ที่ทุกวันนี้ แม้จะผ่านไปกว่าพันปี ยุทธศาสตร์นี้ยังเป็นที่จดจำของผู้คน ผมถอดความออกมาได้คร่าวๆ ว่า...

"โจโฉในตอนนี้ คุมภาคกลางและภาคเหนือ มีกำลังและอำนาจสูงที่สุด อีกทั้งยังคุมฮ่องเต้ ยากที่ท่านเล่าปี่จะต่อกรด้วยคนเดียว สิ่งนี้เป็นอุปสรรค และปัญหา
เกงจิ๋ว(ภาคใต้) เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ นับเป็นชัยภูมิที่ดี ท่านควรยึดไว้เป็นของตนเอง เพื่อปักหลักเป็นฐานที่มั่น ภายใน 5 ปีนี้
ซุนกวนเป็นผู้ปกครองแถบกังตั๋ง(ภาคใต้แถบตะวันออก) มีกำลังที่มากพอสมควรทั้งยังปกครองดี ท่านควรเข้าหาผูกพันธมิตรร่วมต้านโจโฉ เท่านี้โจโฉก็จะไม่กล้ารุกราน  
ราวๆ 10 ปี เมื่อฐานที่มั่นแข็งแกร่ง ท่านมีกำลังเพรียบพร้อมแล้ว ก็ขยายดินแดนเข้าไปทางตะวันตก เข้ายึดเสฉวน ทำนุบำรุงราษฎร สั่งสมเสบียงอาวุธ ฝึกปรือทหาร สร้างกองทัพ
20 ปี จากนี้ ท่านก็ยกทัพใหญ่บุกภาคกลาง ตรงเข้าเมืองหลวงจากสองทาง คือเสฉวนและเกงจิ๋ว กระหนาบตีโจโฉ โจโฉจะต้องพ่ายแพ้ และท่านก็จะได้ภาคกลางพร้อมกับกอบกู้ราชสำนักฮั่นจากมือโจโฉได้ เพียงเท่านี้ เป้าหมายของท่านเล่าปี่ ก็จะประสบผลสำเร็จตามที่ท่านคาดหวัง"

วิสัยทัศน์ แผนการ ยุทธศาสตร์ สัจธรรมคุณเคยได้ยินคำถามพวกนี้หรือเปล่า?

อีก 5 ปี คุณจะไปในทิศทางใด? 
อีก 10-20 ปี คุณจะเป็นแบบไหน? 
คิดว่าจะถึงจุดที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเมื่อไหร่? 
สิ่งสูงสูดของชีวิตนี้คืออะไร ความฝันสูงสุดของคุณเป็นอย่างไร?

ที่จริงแล้วคำถามพวกนี้เป็นสิ่งที่ดี ผมคิดว่ามันเป็นตัวการในการสร้างแรงผลักดัน
เป็นการกำหนดทิศทาง กำหนดเป้าหมายให้กับตนเอง
ซึ่งผมก็ถามคำถามนี้กับตัวเองอยู่เสมอ
และคำตอบ ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้ตอบคำถาม
ปัจจัยหลักๆ คือ การไหลไปของช่วงเวลา และ การได้รับประสบการณ์
ยิ่งแก่ขึ้น ก็ยิ่งเห็นอะไรมากขึ้น แปลกขึ้น หรือสิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 
มันก็ทำให้คำตอบของผมเปลี่ยนไป

เหนือการประเมินคือแผนการ เหนือแผนการคือยุทธศาสตร์
เหนือยุทธศาสตร์คือสัจธรรม 
ทุกวันนี้ที่ผมทำงาน กระบวนการนี้ ช่วยให้ผมทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น
ไม่ตรงตามเวลา ก็ทำให้อยู่ในกำหนดการณ์
ไม่เป็นไปตามกำหนดการณ์ ก็ทำให้อยู่ในแผน
ไม่เป็นไปตามแผน ก็ทำให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็ต้องยอมรับความจริง
มันไม่ใช่การฝืน มันไม่ใช่การปล่อยวาง
แต่มันคือการมองเห็นความเป็นจริง
ท้ายที่สุด ก็เท่ากับว่า ได้เห็นความเป็นจริง ว่ามันไม่ตรงตามเป้าหมาย มันไม่ใช่ที่คาดหวังไว้
จากนั้นก็กลับมาคิดทบวนใหม่ เริ่มปรับวิสัยทัศน์ ปรับมุมมองใหม่ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
วนไปเรื่อยๆ เช่นนี้จนกว่าจะสำเร็จ หรือบางครั้งก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ อยู่บนวัฏจักรที่ว่า
“เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป” นี่แหละคือชีวิต

SHARE
Writer
3693
etc.

Comments