Potion
(ความเดิม ตอนที่ 1 https://storylog.co/story/5bc7dff7ce26e9d46ea5e48d )

ในป่ายังมืดสนิท อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะพ้นขอบฟ้าสาดแสงแห่งวันใหม่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังเงียบสงัด เป็นเวลาที่สัตว์กลางคืนเข้ารังนอนและสัตว์กลางวันยังไม่ตื่น

กระนั้นเองหน้าต่างเล็กของกระท่อมดินกลางป่าก็มีแสงเรืองทอดออกมา สลับกับเงาเคลื่อนไหวผ่านเป็นพักๆพร้อมเสียงมีดหั่น กระบวยคน น้ำเดือดและคาถาร่ายมนตร์

ร่างใหญ่เคลื่อนอย่างไร้เสียงเข้าใกล้กระท่อม ท่อนบนของเขาเปล่าเปลือย ไม่หวั่นทั้งอากาศหนาวทั้งน้ำค้างโปรย ท่อนล่างเป็นผ้ายาวพันทบหลายชั้น ไม่เป็นทรงกางเกงหรือกระโปรงแต่อย่างใด ในมือหนึ่งหิ้วหูหีบโลหะ อีกมือหนึ่งมีพืชต้นเล็กที่ถอนมาทั้งราก

ประตูไม้แง้มเปิดออกโดยที่ยังไม่ได้โดนเคาะ

“เข้ามาสิท่านเวนทัส ปรุงใกล้เสร็จพอดี” แม่มดออกปากแต่ไม่ละสายตาจากหม้อเวทย์ที่ตั้งอยู่บนเตา ของเหลวข้างในกำลังเดือดปุด สีของมันเปลี่ยนทุกชั่วพริบตา

ผู้มาเยือนค้อมตัวเข้าประตูอย่างที่เชิญ เขาวางหีบลงที่โต๊ะเขียนหนังสือและนำพืชไปวางที่โต๊ะปรุงยาอย่างคุ้นเคย 

“นอกจากหีบเหรียญทอง ข้าเอาต้นพริกแดงมาฝากด้วย หวังว่าจะเพียงพอ”

 แม่มดเหลือบตามองหีบแล้วกล่าว “พอสำหรับห้าขวดกระมัง ถ้าอยากได้ทั้งหมด ท่านคงต้องกลับไปเอามาอีกมาก”

 “เจ้าอย่าดูถูกข้า” ชายหนุ่มร่างใหญ่เค้นเสียง “นี่ต้นพริกแดงจากหลุบเขามืดแคว้นบาคีโรวาเซีย ข้าเก็บมาเมื่อคืนพระจันทร์สีเลือด ลำพังเจ้าไม่มีวันหาส่วนผสมยาวิเศษแบบนี้ได้หรอก”

“ท่านก็ไม่บอกตั้งแต่แรก” แม่มดลุกจากหน้าเตาไปเอาต้นพริกใส่ขวดโหล “ท่านไม่ต้องแกล้งทำอารมณ์เสียหรอก ตอนนี้เจ้าฮูกไม่อยู่”

“โถ่ แบบนี้ไม่สนุกเลย” เวนทัสนั่งบนเก้าอี้ที่มุมพักผ่อน เก้าอี้นั้นพอดีสำหรับแม่มด แต่สำหรับเขา ดูเหมือนกำลังนั่งยองบนเก้าอี้เด็กเสียมากกว่า “เจ้านั่นไปไหนเสียล่ะ”

“เมื่อค่ำบอกว่าจะไปหาอะไรกิน” แม่มดยกกล่องที่แน่นไปด้วยขวดแก้วใสมาวางไว้ใกล้เตาฟืน “แต่ก็คงกำลังหาทางปลดปล่อยพันธะของตัวเองอย่างเคย”

“เด็กเอ๋ยเด็กน้อย” เวนทัสหัวเราะ

“ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ” แม่มดหัวเราะตาม สายตาทั้งสองสบกันจังหวะหนึ่ง ก่อนที่แม่มดจะหันกลับเพื่อร่ายมนตร์บทสุดท้าย

“เห็นเจ้าฮูกบินเป๋เอาหม้อยาแข็งไปที่ถ้ำทีไร ข้าก็อดขำไม่ได้ วันไหนข้าอยู่ใกล้ปากถ้ำยิ่งตลก เห็นข้าลืมตาก็ตัวสั่น เห็นข้าหลับตาก็ตัวสั่น ต่อให้ไม่เห็นก็หันซ้ายขวาหน้าหลังจนข้ากลัวว่าหัวจะหลุด วันก่อนข้าพ่นหายใจหน่อยเดียว ก็โยนหม้อทิ้งแล้วพุ่งหนีอย่างกับลูกปืนใหญ่”

“ท่านก็อย่าแกล้งนางนักเลย ข้าเบื่อจะไปหาผู้ช่วยใหม่” แม่มดดับไฟแล้วคนยาในหม้อที่ตอนนี้ใสราวน้ำฝน

“ให้ข้ามาช่วยเจ้าแทนไหมล่ะ” เวนทัสยิ้ม “ข้าตัวใหญ่ แข็งแรงกว่า ระยะทางการหาส่วนผสมปรุงยาก็ไปได้ไกลกว่าหลายเท่า แถมเวลาเจ้าอยากทิ้งหม้อเวทย์ก็ไม่ต้องขนไปไหนไกล”

แม่มดทยอยกรอกน้ำยาลงขวดและปิดฝา ทีละขวด ทีละแถว “ไม่บังอาจได้หรอก ข้าเป็นเพียงแม่มดต่ำต้อย จะให้ท่านพญามังกรลดตัวลงมาเป็นผู้ช่วยได้อย่างไรกัน”

“ข้าเป็นมากกว่าผู้ช่วยก็ได้นะ” เวนทัสลุกจากเก้าอี้ เดินมายืนตัวงอ หลังหัวแตะเพดานอยู่หลังแม่มด

“ไม่ดีกว่า ข้าไม่ชอบอยู่ในถ้ำ” แม่มดกลับตัว ยื่นกล่องขวดยาให้ “ยาแปลงเป็นมนุษย์ตามที่ท่านสั่ง อย่าลืมว่าขวดที่ข้าขีดสีแดงให้ใช้เป็นขวดสุดท้าย กินเมื่อจะมารับยาเพิ่ม เป็นมนุษย์ก็แทบจะเข้ากระท่อมข้าไม่ได้แล้ว ร่างจริงของท่านก็คงเข้าได้แค่จมูก”

“แล้วถ้าข้าอยากจะมาหาเจ้าในโอกาสอื่นล่ะ” เวนทัสรับกล่องมาถือ ตาจ้องใบหน้าที่ไม่แก่และไม่เด็กของอีกฝ่าย

แม่มดเดินไปยังโถต้นพริกแดง “ขอบคุณมากท่านเวนทัส ที่อุตส่าห์ดั้นด้นไปถึงบาคีโรวาเซียเพื่อเก็บต้นนี้มาให้ข้า สภาพครบสมบูรณ์ไม่บอบช้ำด้วย รับยาคราวหน้าท่านไม่ต้องเอาอะไรมาจ่ายหรอก นี่ก็มากพอแล้ว”

เวนทัสยิ้ม แล้วค้อมตัวเปิดประตูเดินออกไป แสงอรุณฉายสวนเข้ามา ระบายทุกอย่างในกระท่อมเป็นสีแดง

รวมไปถึงแก้มของแม่มด
SHARE
Writer
LaureaParma
Un-realist
All we can ever do is try

Comments