หนี เธอ ไป เข้า ป่า เพื่อ พบ รัก
26/10/61
มีโอกาสได้เข้าค่ายอาสาพัฒนาเป็นครั้งในชีวิต ออกเดินทางตั้งเเต่ตี 4 ซึ่งตอนนั้นเรายังหลับอยู่ เเต่ว่าเมทปลุกให้รีบลุกไปอาบน้ำเข้าค่าย ก็นั่งรถไปเข้าค่ายที่บ้านยวนสาว จังหวัดสุราษฏร์ธานี ถึงประมาณ 10 โมงกว่าๆ ตามตารางจริงคือ ต้องถึงก่อน 9 โมงเช้า เเต่เพราะว่ารถขับช้าเลยทำให้ถึงช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย พอมาถึงเเล้วพวกพี่ๆ ก็ทำการสันทนาการน้องก่อนเล็กน้อยเพื่อละลายพฤติกรรมกันก่อน ต่างคนต่างมาจากคณะอื่นไม่รู้จักกัน พี่ๆก็ให้เราจำเพื่อนในกลุ่มกันเเละจะถามด้วย จากนั้นพี่ประธานค่ายได้เข้ามาบอกว่า ชมรมเราจะได้ออกทีวี ซึ่งสปอนเซอร์คือรายการคนค้นคน จากนั้นจึงพากันไปทำโครงงาน เราได้ทำส่วนของบ่อปลาดุก งานหนักพอสมควรสำหรับผู้หญิงบางคนที่ไม่เคยจับจอบหรือกระบุ้งมาก่อน เรามันลูกนายช่างใหญ่ที่บ้านมีให้เล่น จะตื่นเต้นมาก เเต่พอได้ขุดจริง...แรงผู้หญิงมันน้อยกว่าผู้ชายเลยเปลี่ยนไปขนดินเเทน เเล้วเอาดินที่ขุดไปทำเป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้อีกที ทำโครงงานกันได้สักชั่วโมงกว่าๆ แดดสุราษฏร์ก็ยังสู้แดดภูเก็ตไม่ได้ เราทำงานกลางเเจ้งเเต่ไม่ดำเลย (รู้สึกเสียใจ) เพื่อนคนอื่นเค้าเกือบดำกันทั้งนั้น ไม่ดีเลย555 หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวกันต่อ ก่อนกินข้าวก็จะมีสันกันก่อนอีกที คือจะให้จับใบสุ่มว่าใครได้กินข้าวคู่กับใคร ซึ่งเราได้คำใบ้ว่า "พะยูน" คู่กับรุ่นพี่ ซึ่งความจริงแล้วอยากคู่นาคีมากกว่า อิอิ พอจานข้าวมาวางอยู่ข้างหน้าทุกคนก็จะต้องท่องบทสวด "คำบูชาข้าว" ในตอนเด็กโดนท่องบ่อย โตมาก็จำไม่ได้เเล้ว หลังจากนั้นก็ทำโครงงานต่อแล้วตอนเย็นก็มีทำสุกี้กินกัน ปกติเราก่อกองไฟให้พ่อบ่อยนะ เเต่มารอบนี้คือไม่ขึ้นเลย ไฟไม่ยอมติดไม่รู้ว่าขาดขั้นตอนไหนไป เลยยอมให้เพื่อนทำแทนเพราะว่าควันจากกลุ่มอื่นมันเริ่มเยอะ เราเป็นภูมิแพ้ควันซักด้วย เเต่ว่ากลุ่มเราได้กินเป็นกลุ่มเเรก ตกกลางคืน เเน่นอนห้องน้ำเป็นที่กล่าวถึงในหมู่ผู้หญิงมาก คือมันไม่มีห้องอาบน้ำให้จ้า สำหรับค่ายพักแรมมันควรจะเป็นเเบบนี้แหละเเต่สำหรับเราเป็นเพราะว่าโรงเรียนปลูกฝังเวลาเข้าค่ายจะมีห้องอาบน้ำส่วนตัวของผู้หญิงให้ ตอนนั้นคือรู้สึกติดลบมากๆ เเต่ทำอะไรไม่ได้เรามาพักแรม จึงต้องจำยอมเข้าห้องน้ำเเละใช้ขันตักอาบน้ำ มันไม่มีอะไรจะเสียเเล้วอ่ะ เสร็จจากอาบน้ำก็เข้านอน หัวถึงหมอนก็หลับเลย

วันที่สอง 27/10/61 
พี่ๆปลุกให้ตื่นตั้งเเต่ 6 โมงเช้ามาออกกำลังกายบริหาร เเล้วเฉลยว่าเป็นคู่กินข้าวของเราเอง (เห้ยยย รู้งี้ฉันวิ่งไปหาเธอดีกว่า) จากนั้นจึงพาขึ้นรถไปเพื่อทำเขื่อนเล็กกั้นน้ำ ใกล้ๆกับทางขึ้นไปดูหินพัดเลย ในงานนี้เราทั้งกรองทรายเข้าถุง ลากถุง มันเป็นงานที่สนุกมาก มีพี่คนหนึ่งเป็นคนตักทรายให้ เขามักจะมีมุกตลกๆมาเล่นกับเพื่อนให้เราคำ พี่เข้าชื่อ 'เค' เป็นคนที่ฮาได้ทั้งวัน ชอบชงมุกให้คนอื่นตลอด เเต่ก็แป็กทุกที5555 ช่วงกลางวันอากาศมันเริ่มร้อนเราก็นั่งพัก พอหลังจากนั้นก็ลงไปช่วยลุงเเละพี่ๆเขาลากทรายไปทำเขื่อน ในที่นี้คือเราไม่ได้ทำคนเดียวมีเพื่อนคณะอื่นมาช่วยส่งต่อทรายด้วย (เเค่พยายามที่จะอยู่ใกล้เธอ) จากตอนเเรกที่บอกใครๆว่าเป็นผู้หญิงสายสวยคอยช่วยให้กำลังใจ กลายเป็นผู้หญิงสายถึกซะงั้น ง้อออวว เสร็จจากตรงนี้พี่ๆก็พาน้องๆไปกินข้าวที่ธารน้ำตก ชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ เเต่มันเป็นน้ำตกของบ้านยวนสาวนะ น้ำเย็นมาก เเต่สีขุ่นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน จากนั้นพี่ๆ ก็พาไปทำงานที่ประตูฉิมพลี ทางมันเป็นเขาเเละชันมาก จึงอยากให้น้องๆทุกคนช่วยกันทำบันไดทางสั้นเพื่อที่คนอื่นจะได้ขึ้นไป เเถมพี่ๆฝากมาบอกอีกว่าถ้าใครได้ทำขั้นสูงๆ จะมีโอกาสไปเดินลอดผ่านประตูฉิมพลีก่อน ชาวบ้านบอกว่าใครได้ลอดประตูฉิมพลีซึ่งเป็นหินสองก้อนพิงกันอยู่จะได้เจอเนื้อคู่ ก่อนจะไปทำก็ต้องเลือกกันก่อนว่าใครจะได้ทำขั้นไหน ก็โอน้อยออกกัน กลุ่มอื่นได้ขั้นต่ำๆ ก็โชคดีไป เเต่กลุ่มฉันกับกลุ่มเธอนี้สิ ต้องเลือกเเล้วละ ว่าจะเอาขั้นไหนกัน เราสองคนเลยต้องเป่ายิงชุบ ปรากฏว่าเธอเป็นคนชนะ ตามจริงเขาจะเลือกขั้นสี่ก็ได้นะ เเต่เขากลับเลือกขั้นห้าเเทน...อืมม ก็ประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาแหละ (เขินเบย) หลังจากนั้นทุกคนได้รับอุปกรณ์เล้วเดินขึ้นไปทำงานกัน เดินไปได้สักกิโลหนึ่ง พี่บอกว่านี้คือขั้นเเรก คุณพระ !! กลอกตาเลย เราก็เดินขึ้นเขากันไป ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย เราเป็นกลุ่มที่ได้ขั้นที่ชันที่สุด แต่ก็ระยะทางสั้นสุด ....ก็นั้นแหละ ก็ทำกันเสร็จ เราเลยบอกเพื่อนว่าขึ้นไปกินข้างบนกันมั้ยจะได้ดูวิวกัน เราขึ้นมาก่อนโดยมีเธอนำหน้าเราอยู่ก่อน ขอบคุณเธอนะที่คอยช่วยพยุงเราขึ้นบนหิน เเล้วรับเราลงมาจากหิน ประทับใจเธออีกเเล้ว  ผ่านไปสักพักฝนตกลงมาเเละเริ่มหนักทำให้เราไม่สามารถเดินลงไปข้างล่างนอกรอให้ฝนซ่าลง จนเเล้วก็ยังไม่ซ่า พี่ที่ติดด้วยตัดสินใจให้เราเดินลงไปก่อน ทางลงมันลื่นมาก ฝนก็ยังคงตกหนัก ระหว่างทางอาจจะมีลื่นไปชนเธอนิดหน่อยขอโทษเธอด้วยนะ อิอิ เเล้วเราก็เจอผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน เเต่พวกเขาสามคนน่าสงสารมาก พี่เคมาช่วยน้องสองคนที่ลงไปไม่ได้ ยอมใจในความกล้าหาญเลย ในใจเราก็กลัวว่าจะเกิดน้ำหลากมั้ย ได้เเต่ภาวนาว่าอย่าเกิดเลย มันช่างเป็นการผจญที่สนุก ตื่นเต้น ระแวง และกลัวผสมกันไป จนกระทั่งลงไปข้างล่างได้สำเร็จ เห้ออออ 
SHARE

Comments