Lost in mind
 เขาจำได้ว่ากำลังเดินอยู่ แสงสลัว ไม่รู้ทิศ ใบหญ้ายาว ๆ บาดผิวจนเลือดซิบ พื้นดินไม่ได้เฉอะแฉะแต่เขามั่นใจว่าก่อนหน้านี้ฝนคงจะตก สังเกตได้จากกลิ่นกระไอดินชื้น ๆ

จนกระทั่งสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดพุ่งพรวดเข้ามา ความปวดร้าวที่ไหล่ซ้ายแล่นพร่าน เลือดในกายสูบฉีดบ้าคลั่ง ชายหนุ่มถึงได้หลุดจากความมึนงงเมื่อครู่ หายใจหืดกระหอบ กล้ามเนื้อขาถูกสั่งให้วิ่งหนีบางอย่างที่กำลังไล่หลังมา

เสียง ฉี่ๆ ฉับๆ คล้ายโลหะกระทบกันอยู่ใกล้กว่าที่คิด เขาพยายามเร่งฝีเท้าแต่ดูเหมือนไม่เป็นผล ทุ่งหญ้ารอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นต้นไม้รูปร่างแปลก ๆ จากหญ้าที่สูงแค่เข่ากลายเป็นใบไม้รูปร่างประหลาด กลิ่นเหม็นเขียวทำเขาแทบอาเจียน

ราวกับต้นไม้พวกนั้นมีชีวิตขึ้นมา พวกมันค่อย ๆ โน้มกิ่งโอบรัดตัวเขา ชายหนุ่มตื่นตระหนก อัตราการวิ่งลดลงทันที เสียงฉับของโลหะใกล้เข้ามาอีก ไม่รอดแน่ เขาคิด

กลุ่มกิ่งไม้ไม่ได้ยับยั้งเขาเสียทีเดียว พวกมันยังคงเคลื่อนไหว นำพาเขาไปข้างหน้าบ้าง ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หมุนเป็นวงกลม ลักษณะไม่แน่นอน เสียงโลหะกระทบกันนั่นเบาลง ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ว่าต้นไม้พวกนี้พยายามซ่อนเขาจากบางอย่างที่ไล่ตามมา

ไม่นานนักพวกมันก็คลายตัว กิ่งไม้ขยับกลับที่เดิม เขาไม่ได้ยินเสียงโลหะน่ากลัวอีกแล้ว แต่เบื้องหน้ากลับมีกระท่อมไม้ทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วหลังหนึ่งตั้งอยู่ แสงไฟอบอุ่นถูกเปิดให้เห็นอยู่ทุกบานหน้าต่าง ความปวดร้าวที่ไหล่ซ้ายเข้าเล่นงานอีกรอบ แขนขาปวดเกร็งและอ่อนล้าประท้วงร่างกายให้เดินเข้าไปยังเพิงพำนักหลังนั้น

ประตูไม้สานไม่ได้ถูกพันธนาการ เขาเพียงแค่ออกแรงผลักเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นด้านใน กลิ่นเหม็นหืนและอับชื้นคละคลุ้งทั่วบรรยากาศ หยากไย่เกาะเต็มมุมเพดานไม้

“นายกำลังจะตาย”

เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู เขาสะดุ้งโหยง ทันใดนั้นโลกหมุนคว้าง ทุกการขยับเคลื่อนตัวถูกจำกัด ปอดถูกบีบรัดจนทรมาน เขาเห็นสิ่งรอบตัวเป็นจุดสีอำพันเล็กๆ

“นายกำลังจะตาย”

เสียงนั้นพูดย้ำ เป็นในเชิงตักเตือนหรือขู่ให้กลัวเขาก็ไม่อาจรู้ได้ ชายหนุ่มปิดเปลือกตาแน่น

“ตื่นซะ”

ฉับพลันเขาฉุกคิด ตื่น?

“ถ้านายไม่ตื่น นายก็จะตาย! ตื่นเดี๋ยวนี้!!”

ร่างกายกระตุกสั่น เขาลืมตาโพลง ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าเป็นฝ้าเพดานสีขาว ผ้าห่มสีครีมผืนหนาคลุมทับลำตัวช่วงล่าง เหงื่อไหลโทรมกาย แต่ไร้ซึ่งอาการเจ็บปวด ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาถึงตระหนักได้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน

แต่แล้วความตื่นกลัวก็ถาโถมเข้าใส่ ตามเนื้อตัวกลับมีเศษหญ้าและคราบดินแห้งกรังเต็มไปหมด ใช้มือคลำดูก็พบรอยปูดของแผลเป็นที่ไหล่ซ้าย


เสียงเคาะประตูดังขึ้น “ขอเขาไปนะ”


อะไรบางอย่างทำให้เขาฉุกคิดถึงเสียง ๆ นั้นในความฝัน...


ชายหนุ่มเบิกตากว้าง นั่นเป็นเสียงของตัวเขาเอง!


“ไม่ ไม่ๆๆๆๆ”


ประตูห้องถูกเปิด ปรากฎร่างของคน ๆ หนึ่ง เขากล่าวทักด้วยรอยยิ้มเหยียด


“อรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างล่ะ”



END.
SHARE
Writer
aortic_hiatus
My mind
Revenclaw / traveling on USS enterprise / member of halfblood camp

Comments