สมดุลของการเติบโต
ไม่แปลกหลอกที่คนคนหนึ่งจะเลือกทางผิด
แต่คงไม่ถูกแน่ๆ ถ้าคนคนนั้น
จะมัววิตกอยู่แต่กลับทางที่เลือกในครั้งนั้น
จนไม่มีแม้ความหวังที่จะเดินทางอีกต่อไป






บนโลกนี้มีเรื่องแปลกประหลาดอยู่มากมาย

อาจบางที
สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดก็อาจไม่ใช่อะไร
นอกไปจากสิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไป
ที่แทนตัวเองว่ามนุษย์ผู้วิเศษนั่นเอง



สัตว์ต่างๆ มากมาย
ดิ้นรนเพื่อหาทางรอด
แต่กับมนุษย์นั้นไม่
สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปคว้าไขว่
คือความสะดวกสบายใจ
มากกว่าสิ่งอื่นใดที่มี

เมื่อใดที่เป็นทุกข์
เมื่อใดที่ท้อแท้เสียใจ
เมื่อใดเศร้าโศกผิดหวัง
สิ่งที่มนุษย์มากมายกระทำ
กลับเป็นการเดินเข้าหาความตาย



แต่นั่นไม่ใช่ความแปลกประหลาดที่สุด
สิ่งที่ทำผมแปลกใจมากกว่า
คือการตัดสินใจของมนุษย์ต่างหาก

การเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่น่าเหลือเชื่อ
ตามมาด้วยการกระทำที่ชวนให้ฉงนสงสัย
เมื่อใดที่ใครคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป
บางครั้งผลกระทบมันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน





จะครบหนึ่งปีแล้วตั่งแต่ที่ผมมาเป็นครูที่นี่
โลกใบนี้ช่างหมุนเร็วเสียเหลือเกิน
แต่ไม่ใช่แค่โลกเท่านั้นหรอกที่เปลี่ยน
อย่างน้อยผมก็สามารถเปลี่ยนที่นี่ได้ด้วยเช่นกัน




เมื่อ 6 เดือนก่อน


ในห้องเรียนเล็กๆ บนเรือนไม้เก่าๆ
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างกินพื้นที่ไปครึ่งห้อง
เด็กนักเรียน 7 คน นั่งคุยกันอย่างออกรส
กว่า 2 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ

จายหน้าตาที่บึ่งตึงแปรเปลี่ยนไปเป็นสดใส
น้ำตาที่เลือนหายกลับกลายเป็นรอยยิ้ม
ทุกสิ่งแประเปลี่บนสลับไปมาเช่นนั้น

บางครั้ง
ทุกคนต่างเงียบเพื่อฟังเรื่องเล่าจากบางคน
จากนั้น
ใครบางคนที่เล่าเริ่มมีน้ำตารินไหล
ทุกคนที่เงียบต่างผลัดกันปลอบใจ
ต่างช่วยเยียวยาหัวใจของกันและกัน


" ครูครับพวกผมได้คุยกันแล้วนะครับ "

" ว่าไงล่ะ อยากจะตายกันแบบใหน เอาที่มันไม่เดือดร้อนใครด้วยนะ ครูจะได้จัดการให้ "


ใช่
ได้ยินไม่ผิดหรอก

หลังจากงานศพวันนั้น
ก็ยังคงมีอีกหลายงานตามมา

ถ้ามันเป็นงานของคนสูงวัย
ผู้ป่วยโรคร้ายที่ทุกทรมาน
หรืออุบัติการที่ไม่อาจควบคุม
มันก็คงไม่แปลกอะไร

แต่ไม่ใช่
มันเป็นงานของเด็กวัยรุ่นทั่วไป
ที่ปราศจากโรคภัยกร้ำกราย
และห่างไกลจากคำว่าอุบัติเหตุ
เพราะพวกเขาเลือกที่จะตายเอง
ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมาย
ที่ผู้คนมากมายประสบพบเจอเช่นกัน


" พวกผมยังไม่อยากตายครับครู "


เด็กคนหนึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มตอบผม
กลุ่มเด็กที่ผมสามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้
แม้วันนี้ตอนนี้พวกเขาจะยังคงปลอดภัย
แต่ผมรู้ดีว่าไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ตลอดไป
ผมจึงได้ทำในสิ่งที่คงไม่มีใครจะกล้าทำกัน
และมันก็ประสบความสำเร็จจนผมเองก็คาดไม่ถึง


" อ้าว! ทำไมล่ะ "

" พวกหนูยังมีสิ่งที่อยากจะทำอยู่ค่ะ "


เด็กผู้หญิงคนหนึ่งตอบคำถามแทนเพื่อนของเธอ


" ผมเคยคิดว่าผมคือคนเดียวที่โชคร้าย และเอาแต่ตั่งคำถามกับสวรรค์ว่าโกรธและเกลียดอะไรผมนักหนาถึงทำอย่างนั้น แต่วันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าสวรรค์คงไม่ได้เกลียดอะไรผมเป็พิเศษหรอก "


เด็กผู้ชายตัวเล็กที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นมา


" ผมเคยอิจฉาโจ้ ผมถึงแกล้งเค้าประจำ ผมเคยอยากมีชีวิตแบบนั้น อยากมีเงิน มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ผมคิดว่าบางทีผมอยู่อย่างงนี้มันก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร "


เด็กผู้ชายตัวโตพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่คนตัวเล็ก


" พวกหนูเคยเลือกทางผิด เคยมองตัวเองแปลกประหลาด มองว่ามันข้อด้อย เป็นสิ่งที่ถูกคนอื่นล้อมาตลอด แต่ว่าไม่ใช่หนูคนเดียวที่เป็นอย่างนั้น หนูไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย "


ผู้หญิงที่โตที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นมาบ้าง


" อย่างน้อยผมก็ไม่อยากให้ใครเป็นเหมือนน้องสาวผม คนเราทำผิดพลาดกันได้ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลให้ผมกังวลจนไม่กล้าทำอะไร อย่างน้อยๆ ผมก็ควรจะทำในสิ่งที่ผมทำได้เพื่อไม่ให้มันกลับไปเป็นอย่างนั้น "

" งั้นหมายความว่าพวกเธอจะยังไม่ฆ่าตัวตายกัน แต่จะขอทำบางอย่างก่อนแล้วค่อ... "

" ไม่ครับ พวกเราจะไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้วครับ "


ผมเลือกจะเดินเข้าไปกอดเพื่อปลอบใจพวกเขา
พาให้พวกเขากลับไปใช้ชีวิตเช่นที่ควรจะเป็น
และเป็นกำลังใจให้พวกเขาได้ทำในสิ่งนั้น
สิ่งที่ทำให้พวกเขายังอยากมีชีวิตเพื่อจะทำมัน



มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดทางความคิด
พวกเรามีอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนหลายชั้น
แต่กลับไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นเลยจากการซ้อนทับกัน
กลับกันมันเปราะบางยิ่งกว่ากระดาษเสียด้วยซ้ำไป
มันเหมือกับผ้าบางๆ ที่เย็บอย่างลวกๆ
ที่ต่อให้ใส่ซ้อนกันไว้หลายชั้น
แต่แค่มีดคัดเตอร์อันเล็กๆ อันเดียว
ก็สามารถแทงให้ทะลุได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร

มันเปลี่ยนแปลงง่ายซะยิ่งกว่าโมเลกุลทางเคมี
และยากเกินกว่าจะคาดเดาผลที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่มีสูตรตายตัวเพื่อคำนวนว่าเป็นอย่างไร
ที่ทำได้ก็แค่หวังให้มันเป็นไปในทางที่ถูกที่ควร




6 เดือนผ่านมาแล้วนับจากวันนั้น
ถ้าเป็นต้นไม้มันอาจยังไม่ได้เติบโตขึ้นสักเท่าไร
แต่สังคมที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมากมายเหลือเกิน
จากการกระทำบางสิ่งของเด็กเพียง 7 คน

ไม่สิ
ควรจะบอกว่าจากเด็กทุกคนที่มีปัญหาจะดีกว่า





" ใบไม้ที่โยมกวาดมันกลายเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้จนสูงใหญ่ขึ้นแล้วนะ "


เสียงหลวงพ่อดังขึ้นจากด้านหลังผม
พระชราที่ผมไม่ได้เห็นท่านมานานตั่งแต่วันนั้น


" แต่ใบไม้มันก็ยังคงตกลงมาไม่ต่างจากเดิมเลยล่ะครับ อาจบางทีดูเหมือนจะมากขึ้นด้วยซ้ำไป "

" โลกนี้มีสมดุลของมันนะโยม ต้นไม้ยิ่งสูงใหญ่ แพร่กิ่งก้านมากมายเท่าไร ใบไม้ก็มากมายเพิ่มข้ึนไปเท่านั้น นั่นคือผลที่ตามมา

มันเป็นสมดุลของการเติบโตโยม เมื่อเติบโตมาสู่ปัจจุบัน อดีตย่อมถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง โยมไม่อาจรู้ได้เลยว่าอดีตของโยมมีผลต่อใครบ้าง 

ต้นไม้เองก็เช่นกัน มันจำเป็นต้องผลัดใบเก่าออกไป แล้้วใบไม้นั้นจะเป็นโยชน์ เป็นปุ๋ยกับมันในภายหลัง แต่มันคงไม่รู้หรอกว่าจะทำให้ใครรำคาญใจ "

" แล้วผมไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้หรือครับ "

" ทำได้สิ แต่ยิ่งโยมทำเท่าไร สิ่งที่ตามมาก็มากเท่านั้น มันคือสมดุลโยม ธรรมชาติไม่อาจให้มีแต่การเกิดได้หรอก เพื่อผลิใบใหม่ใบเก่าจำเป็นต้องร่วงหล่นลงไป

กี่พันปีผ่านมาแล้ว แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่อาจห้ามใบไม้ไม้ไม่ให้ร่วงหล่นได้เลยโยม

ท่านทำได้แค่เผยแพร่คำสอน ท่านหวังให้มนุษย์พบเจอแต่ความสงบสุข แต่เมื่อความสงบสุขเข้ามา ความเจริญก้าวหน้าเกิดขึ้น ผลที่ตามมาคือความทุกข์ที่มากขึ้น มันคือสมดุลที่เราไม่อาจฝืน "


สิ่งที่หลวงพ่อพูดก็มีเหตุผล
บางทีถ้ามนุษย์ไม่เติบโตขึ้นเช่นนี้
ปัญหาก็อาจไม่่ได้มากมายเช่นนี้ก็ได้
เหมือนกับต้นไม้ต้นเล็กๆ
ที่มันไม่ได้มีใบมากเท่าไรให้ร่วงลงบนพื้น


" แต่บางมันอาจมีทางนี่ครับ แค่เราอาจยังไม่ค้นพบเท่านั้นเอง "

" ก็อาจจะใช่ อาตมาเองก็อยากเห็นทางนั้น "


ผมกราบลาหลวงพ่อ
บางทีผมคงต้องเริ่มบ้างแล้ว
ผมเองก็ไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร
ผมอาจกำลังจะทำสิ่งที่ผิดพลาดก็ได้
แต่ผมยังมีความหวังว่ามันที่จะเดินต่อไป






SHARE
Written in this book
บริษัทรับฝากชีวิต
บริษัทรับฝากชีวิต ทุกอย่างอยู่ที่คุณลิขิต เพราะทุกชีวิตมีสิทธิ์จะเลือกเอง

Comments

Sarah_Ram
7 months ago
เคยเป็นเหมือนเด็กๆเลยค่ะ แต่สุดท้ายแล้วก็พบว่ายังมีเรื่องต่างๆที่อยากทำอยู่มาก พอเอาเวลาไปลงมือทำจริงๆ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ทำไปทีละอย่างจนบางทีก็คิดว่าถ้าให้ตายตอนนี้ก็ไม่เสียดาย ทำให้คิดได้ว่าสิ่งสำคัญจริงๆมันคงอยู่ที่ สิ่งที่เราอยากจะทำ สิ่งที่เราเลือกทำเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงใจเราว่าจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไรและมีความสุขหรือเปล่า ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆนะคะคุณครู :)
Reply
konimon
7 months ago
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ แต่ว่าผมไม่ใช่ครูครับ 😂😂
เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นแต่อาจมีแค่บางส่วน บางเรื่องเล่าเท่านั้นที่เป็นเรื่องจริงครับ
Sarah_Ram
7 months ago
555 อินไปหน่อยนึง ขอบคุณมากๆค่าา
Reply