Our Skyy
ผมเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามเย็น วันนี้ฟ้าสวยเชียวครับ ไล่สีจากอ่อนขึ้นไปจนเข้มได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจราวกับภาพวาดชั้นหนึ่งจากจิตรกรชั้นเอก


รอยยิ้มบางแต่งแต้มบนใบหน้า ยามจับจ้องมองไปยังภาพวาดสีสวยบนนั้นพาลให้คิดถึงเพื่อนรัก; เพื่อนสนิทที่อยากให้มานั่งเชยชมความงามจากธรรมชาตินี้ด้วยกัน

"ทำไรอยู่?" 

ผมตัดสินใจต่อสายโทรศัพท์เปิดโหมดวิดิโอคอล

"นอนเล่น" ปลายสายตอบ ใบหน้าของคนในจอเจือด้วยรอยยิ้ม แววตาอบอุ่นที่ผมชอบยังจ้องจับมาทางผมดังเคย

"ดูดิ ฟ้าตรงนี้โคตรสวย" ผมว่าพลางสลับโหมดกล้อง เปลี่ยนไปใช้กล้องหลังพลางเคลื่อนขยับมือหันเหทิศทางขึ้นไปบนท้องฟ้าสวยเพื่อให้ปลายสายได้เห็น

"อืม" เขาครางรับในลำคอ ดวงตาเป็นประกายซุกซน

"แต่คงสวยกว่านี้ถ้ามึงอยู่ด้วย" ผมว่าต่อ ใบหน้าคนในจอขึ้นสีระเรื่อ

"กูจองตั๋วกลับละ" มันว่าติดตลก ยังเขินเก่งเหมือนเดิม

"ตรงนั้นเป็นไงบ้าง?" 

อีกฝ่ายไม่ตอบอะไร หากเคลื่อนร่างไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง สลับกล้องฉายภาพท้องฟ้าที่อีกฟากฝั่งให้ผมได้ชม

"ทางโน้นเริ่มมืดเร็วจัง" ผมกล่าว แต่ในความมืดนั้นไม่ได้ดำสนิทเป็นสีราตรีกาลแต่อย่างใด บนพื้นที่กว้างขวางบนท้องนภาเป็นสีกรมท่าหากช่วงปลายฟ้ายังมีส่วนที่เป็นสีเหลืองทองตัดพาดผ่านกันอยู่ที่เส้นขอบฟ้า

"อืม" เขาครางรับในลำคอ สลับเปลี่ยนกลับมาฉายภาพตนเองจากกล้องหน้า แววตาคะนึงหาของเขาทำลมหายใจผมสะดุดชะงัก "คิดถึง"

"..."

ผมรู้สึกมวนท้องประหนึ่งว่ามีหมู่มวลผีเสื้อมาบินเวียนในท้อง รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นขึ้นมาลอยอยู่บนใบหน้าจนต้องหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายจนได้

"เงียบ" เขาว่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวขำ รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า ยิ้มด้วยความสุขีจนดวงตาโค้งเป็นรูปสระอิ 

"คิดถึงเหมือนกัน" 

ผมช้อนตามองคนในสาย เขาชะงักไปวูบหนึ่ง ยกมือขึ้นเกาศีรษะแก้เก้อ "เขินอะ ไม่ค่อยได้ยินมึงพูด" 

"อือ วางก่อน หิวข้าว" 

"ครับ อีกสองวันเจอกัน" เขาว่าก่อนผมจะพยักหน้ารับแล้วกดตัดสาย

ถึงตัวจะไกลกัน แต่อย่างน้อยเราก็อยู่ใต้ฟ้าแผ่นเดียวกัน
ผมคิดในใจ แย้มยิ้มออกมาจนเมื่อยหน้าไปเสียหมด

ท้องฟ้าของเราวันนี้ยังสวยงามไม่เปลี่ยนไปจากวันวาน

#OurSkyy #อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างวันนั้น :))

SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments