BIRTH OF THE LIVING DEAD (2014) เรื่องราวที่มากกว่าหนังซอมบี้

(1)
ผมเคยเขียนเล่าถึงหนัง Night of The Living Dead มาครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องบอกว่านี่คือหนังซอมบี้ชั้นครูของ จอร์จ โรเมโร่ ตำนานผู้กำกับผู้ล่วงลับผู้ได้ชื่อว่า เป็นราชันย์หนังซอมบี้ ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างตำนานซอมบี้ให้กลับมาอาละวาดบนจออีกครั้ง หากทำให้ศพเดินดินกลายเป็นวัฒนธรรมป็อบที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ตัวละครสยองขวัญตัวอื่นๆ แล้วยังต่อยอดในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย 

แต่ไม่ว่าหนังซอมบี้จะออกมาในรูปแบบไหน 99.99% ก็ได้แรงบันดาลใจจากหนังเรื่องนี้ 

เผอิญได้มีโอกาสดูสารคดีที่ชื่อ Birth of the Living Dead ที่ว่าด้วยเรื่องราวของที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ และ แนวคิดของหนังที่ไม่ใช่แค่หนังซอมบี้ธรรมดาเท่านั้น โรเมโร่ ยังใส่นัยยะสังคมเหมือนสะท้อนว่าซอมบี้คือตัวแทนของเหตุการณ์นั้นๆ ให้คนดูได้รับรู้อีกด้วย

วันนี้เลยขอหยิบมาเล่าใหม่อีกครั้งให้แฟนหนังซอมบี้ได้ย้อนรอยความทรงจำว่า กว่าจะเป็นหนังเรื่องนี้ พวกเขาเริิ่มจากอะไร ทำยังไง และ สะท้อนสังคมได้เช่นไร วันนี้ไปชมกันได้เลยครับ


(2)
หลังจากที่ จอร์จ โรเมโร่ จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เขาเริ่มงานเบื้องหลังด้วยการเข้าไปทำงานในบริษัท Latent Images บริษัทโฆษณาในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย โรเมโร่ เป็นคงหลงใหลภาพยนตร์อย่างมาก เมื่อครั้งได้รับกล้องถ่ายหนังเป็นของขวัญวันเกิด เขาก็ถ่ายจนพบตัวเองว่าเขาอยากไปสายนี้ 

ประสบการณ์ที่ทำให้เขาค้นพบตัวเองว่าถนัดแนวหนังเรื่องไหน เกิดขึ้นเมื่อเขาได้มีโอกาสไปช่วยกำกับรายการสำหรับเด็ก Mister Rogers' Neighborhood ของ เฟร็ด โรเจอร์  ในตอนที่เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล โรเมโร่ ได้นำสไตล์การเล่าเรื่องหนังสยองขวัญมาปรับใช้ ทำให้เขารู้แล้วว่าเหมาะกับหนังแบบไหน

หลังจากบ่มเพาะประสบการณ์ในระดับหนึ่ง เขาและเพื่อนอีกสองคนอย่าง จอหน์ รุสโซ่ และ รูดี้ ริชชี่ ได้คุยในช่วงมื้อกลางวันว่าอยากทำหนังสยองขวัญเกรดบีเรื่องหนึ่งเพื่อฉายตามโรงหนัง ไดร์ฟอิน ที่กำลังได้รับความนิยมในเวลานั้น 

โรเมโร่ ได้นำเรื่องสั้นที่เขียนไว้ช่วงว่างจากทำงาน มาให้เพื่อนได้อ่าน ซึ่งทั้งสองก็สนใจเรื่องราวที่เขาเขียน โดยได้ไอเดียจากเรื่องราวของ ริชาร์ด แมทธิสัน คือ I am Legend ที่ว่าด้วยเมื่อโลกถูกแวมไพร์ครองโลก แต่โรเมโร่กลับเปลี่ยนศัตรูให้เป็นศพเดินดิน  

ช่วงเวลาในการปลุกปั้นหนังเรื่องนี้ มีเหตุการณ์สำคัญๆบนโลกในเวลานั้นอย่างการต่อสู้เรียกร้องสิทธิของคนผิวสี หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือ เมื่อวุฒิสมาชิกในเวลานั้นอย่าง โจเซฟ แมคคาร์ธีย์ เคยเปรียบเปรยคนผิวสีว่า 

แม้คนพวกนี้จะเป็นคนเหมือนเรา แต่พวกเขาไม่นับถือพระเจ้า
ไร้จิตวิญญาณและต้องการทำลายชาวอเมริกัน

ช่วงเวลานั้นเหตุการณ์เหยียดผิวในสหรัฐฯ ได้ชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด  นอกจากนี้อีกเหตุการณ์หนึ่งคือสงครามเวียดนาม ที่ทางการส่งคนหนุ่มในเวลานั้นไปร่วมรบที่เวียดนามเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนไม่ได้กลับมา ขณะที่บางคนได้กลับมา แต่ชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

โรเมโร่จึงปรับปรุงซอมบี้จากของเดิมที่ฟื้นขึ้นมาเพราะไสยศาสตร์ มาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ หรือ สาเหตุมาจากไวรัสหรือสารเคมี ที่กลายเป็นแม่แบบให้กับหนังซอมบี้ในปัจจุบัน และที่สำคัญซอมบี้ก็เหมือนเหยื่อของเหตุการณ์บนโลก ที่พร้อมจะล้างแค้นอย่างสาสม



(3)

หลังจากที่ทั้งสามคนตัดสินใจว่าจะนำเรื่องสั้นโรเมโร่ทำเป็นหนัง นำไปสู่การรวมกลุ่มพรรคพวก ไปสู่ Image Ten เพื่อหนังเรื่องนี้และเป็นหลักประกันว่า พวกเขาจะได้กำไร ในสมัยก่อนวงการภาพยนตร์จะมาจากค่ายยักษ์ใหญ่ฮอลลีวู้ด แต่พวกเขาจะขอเป็นหนึ่งในนักทำหนังอิสระที่ไม่ขึ้นตรงต่อบริษัทใหญ่ และก็สร้างหนังได้ไม่แพ้ค่ายดัง

โรเมโร่ที่ต้องไปเคีลยร์งานโฆษณาที่เหลือ ทำให้ รูดี้ และ จอหน์ แก้ไขบทพร้อมถ่ายทำฉากเปิดเรื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งจะเอาไว้ฉายเสนอขอทุนจากนายทุนในละแวกนั้น  หลายคนส่ายหน้าทำได้แต่ปลอบใจ แต่บางคนขอร่วมสนุกด้วย รวมถึงชาวบ้านกับอาสาสมัครที่ขอแจมในหนังจนว่ากันว่านี่คือหนังที่สร้างโดยชาวพิตต์สเบิร์กอย่างแท้จริง 

นักแสดงหลักก็ใช้คนรู้จักหรือคุ้นเคย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนในทีมงานทำให้ภาระมากพอแสดงจบก็ต้องมารับผิดชอบงานของแต่ละคน 

การถ่ายทำก็ใช้วิธีแบบโฮมเมด มีสิ่งนั้นสิ่งนี้มารวมกัน อาทิ เช่น เสื้อผ้า, เลือดซอมบี้ใช้ซอสช็อคโกแล็ต หรือเครื่องในที่ซอมบี้กินในหนังก็ได้รับการอนุเคราะห์จากร้านขายเนื้อ กล้องที่ใช้ถ่ายทำ โรเมโร่เลือกถ่ายแบบขาวดำ แทนที่จะเป็นถ่ายหนังสี เพราะนอกจากจะกลบเรื่องเมคอัพแล้วยังสร้างบรรยากาศชวนสยองได้เป็นอย่างดี 

หลังจากถ่ายทำจบก็ใช้เวลา 3 เดือนตัดต่อ ก่อนจะหาค่ายหนังมาจัดจำหน่าย แต่คำตอบส่วนใหญ่ได้รับว่าจะไม่ลงทุนกับหนังขาวดำ บางเจ้าเสนอให้เปลี่ยนฉากจบ แต่โรเมโร่ก็ปฏิเสธไป ท้ายสุดก็ได้ค่ายหนังทุนต่ำค่ายหนึ่ง รับหนังเรื่องนี้จัดจำหน่ายแถมให้โรเมโร่ใส่ฉากนองเลือดและรุนแรงได้ไม่อั้น ก่อนจะเข้าฉายจบงบสร้างไปทั้งสิ้น 114,000 เหรียญ แต่กลับทำรายได้ไปถึง 12 ล้านเหรียญในอเมริกา และอีก 18 ล้านเหรียญทั่วโลก

ว่ากันว่าในช่วงฉายแรกๆ ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าขายความรุนแรง บางคนกลัวจนไม่กลับไปดูอีก แต่เพราะนักวิจารณ์ชาวฝรั่งเศส ได้ประเมินใหม่และมองว่านี่คือที่สุดของหนัง ทำให้หนังได้กลับมาฉายยึดรอบมิดไนท์ จนหนังกลายเป็นตำนานทุกวันนี้ แถมโรเมโร่ยังได้ซอมบี้ไว้หากินจนวาระสุดท้ายของชีวิต

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้กำไรมาก เพราะหนังไม่ได้ประทับตราลิขสิทธิ์ในหนังชุดใหม่ ทำให้ผลงานกลายเป็นของสาธารณะโดยปริยาย

คุณูปการของ Night of The Living Dead ถือว่ามหาศาลมากๆ เพราะนอกจากเป็นการให้กำเนิดหนังซอมบี้ยุคใหม่ที่เรารู้จักแล้วนั้น ยังได้เห็นภาพสะท้อนสังคมในแต่ละยุค ถ้าใครดูหนังซอมบี้โรเมโร่ แกจะใส่นัยยะในช่วงเวลานั้นๆเหมือนตั้งคำถามกับคนดูอีกด้วย 

หนังได้ถูกมาสร้างใหม่ในปี 1990 เพื่อเป็นการยืนยันความเป็นต้นตำรับ ส่วนรายได้ก็อยู่ในระดับที่โอเค แถมได้แฟนหนังทั้งเก่าและใหม่ 

Night of The Living Dead คือผลงานที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโฉมโลกภาพยนตร์
แต่มันทำให้หนังแนวซอมบี้สมัยใหม่กลายเป็นสิ่งที่เรายังเห็นมาตลอด แล้วนำไปต่อยอดในแนวอื่นๆเวลาต่อมา......

ข้อมอูลประกอบ : https://thaipublica.org/2014/02/birth-of-the-living-dead/
SHARE
Written in this book
POPCORN DIARY
เรื่องราวสนุกๆ ในโลกภาพยนตร์
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments