Train of love (wheein-Hwasa) EP.2



06:30  





แสงแดดยามเช้าเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ ภายในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีเตียงนอนขนาดห้าฟุตตั้งอยู่กลางห้องแต่กลับไม่พบผู้เป็นเจ้าของมันอยู่บนนั้นมีเพียงสัตว์เลี้ยงขนฟูเท่านั้นที่นอนขดตัวอยู่ 
       

           “แกร็ก”
 


           เสียงเปิดประตูสีฟ้า หญิงสาวที่มีผมสั้นประบ่าเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับจัดเสื้อเชิดสีขาวพอดีตัวของเธอให้เข้าที่ กางเกงยีนรัดรูปกับถุงเท้าลายแมวสีดำ เธอเดินเข้ามาหยุดยืนหน้ากระจกบานใหญ่ทางด้านขวาของเตียงนอนที่มีเครื่องสำอางวางอยู่มากมาย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอจับจ้องและมองตัวเองในกระจาก 
          “วันนี้จะได้เจอกันไหมนะ”   เธอพูดกับตัวเองในกระจก มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นแสดงถึงความสุข เธอหยิบเสื้อคลุมสีดำที่พาดอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าประตู้ห้องนอน บอกลาเจ้าแมวเหมียวน้อยพร้อมเทอาหารเช้าไว้ให้มัน


  

       07:00



เสียงก้าวเท้าเป็นจังหวะ จากร้องเท้าผ้าใบสีดำ ก้าวขึ้นบนบันไดเลื่อน ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นอย่างช้าๆ กวินทร์ เดินอย่างอ้อยอิ่งเพราะเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลางาน บัตรแคทซี่การ์ดแสกนผ่านเกดทางเข้าและเดินเข้าไปข้างในเพื่อไปยังชานชาลา เธอรีบมาที่สถานีรถไฟในเวลานี้เพื่อมาพบหญิงสาวคนหนึ่งคนที่รอยยิ้มของหล่อนยังคงตราตรึงใจเธออยู่เสมอ กวินทร์ใช้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองหาบุคคลนั้นในขณะที่กำลังเดินไปนั่งเก้าอี้เพื่อรอรถไฟฟ้ามา เธอนั่งรอบุคคลนั้น เป็นเวลานาน รถไฟฟ้าผ่านไปหลายขบวนแต่ก็ยังคงมองหาหล่อนไม่พบ
ท้ายที่สุดเธอจึงตัดใจและเดินขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปยังสถานที่ทำงานของตน.... 







               07:30

                     สถานที่แห่งหนึ่งที่มีประตูทางเข้าสองประตูใหญ่เป็นกระจกใส มีรถหรูสีแดงที่มีไม้ขีดสามอันต่อกันเป็นแฉก คือยี่ห้อรถราคาแพง กำลังเลี้ยวเข้ามาจอดที่ประตูหน้า ประตูรถคันหรูถูกเปิดออกคนขับรถก้าวลงมาพร้อมร้องเท้าส้นสูงสีดำราคาแพงและชุดสูทสีดำทรงรัดเอวคอดเสื้อเชิ้ตสีขาว เธอคือ“แพรว”เด็กสาวผู้ที่เป็นที่รู้จักของคนที่นี่ เธอกำลังเดินเข้าไปภายในตึกสูง รถของเธอมีคนมานำไปจอดยังที่จอดรถ 
              


                        “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแพรว”



 หญิงสาววัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ทักทายผู้เดินเข้ามา เธอก้มหัวเล็กน้อยละทักทายกลับ หญิงสาวเดินตรงไปศูนย์กลางตึกที่มีลิฟต์6ตัวล้อมรอบ ปลายนิ้วเรียวยาวกดเครื่องหมายชี้ขึ้น ไม่นานลิฟต์ก็เปิดออก พร้อมบุคคลหนุ่มสาวมากมายภายในลิฟต์ บุคคลเหล่านั้นก้มหัวให้กับเธอเล็กน้อย เธอยิ้มตอบและเดินเข้าไปกดลิฟต์ชั้น65 ไม่นานลิฟต์ตัวนั้นก็มาถึง ยังชั้นสูงสูดของตึกนี้ เธอก้มหัวเล็กน้อยให้กับบุคคลที่นั่งอยู่หน้าประตูบานใหญ่ 
 
     

                  “พี่หญิงคะ แพรวมาหาบอส”




        “บอสรอน้องแพรวอยู่ค่ะเข้าไปได้เลย”





                 ก๊อก ก็อก!! เสียงเคาะประตูสองครั้ง ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกเผยให้เห็นห้องทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง หลังโต๊ะนั้นมีบุคคลหนึ่งใส่สูทสีน้ำเงินเนคไทสีดำลายเส้นขวางสีขาว กำลังนั่งมองวิวข้างหลังโต๊ะตัวใหญ่ที่มีเพียงกระจกใสเท่านั้นที่กันระหว่างวิวสวยและเขา




            “ป๊า เรียกแพรวมามีอะไรหรือเปล่าคะ”




                    หลังจากได้ยินเสียงหวานของหญิงสาว ชายวัยกลางคนก็หมุนเก้าอี้มามองที่เธอและยิ้มอย่างมีความสุข “ลูกสาวป๊ามาแล้ว” เขาลุกขึ้นและเดินตรงมาที่เธออ้าแขนกว้างและโอบกอดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเองเอาไว้


 
           “ป๊าแค่คิดถึงหนู…….เมื่อไหร่จะกลับมาทำงานที่บริษัทละ ป๊าไม่มีบอสบริหารนานแล้วนะ พนักงานเริ่มดื้อแล้วนะลูกกลับมาคุมพวกนี้ให้ป๊าที”



               เขาถอนกอดลูกสาวและจับแขนสองข้างของเธอไว้ ดวงตาสีดำแสดงถึงความออดอ้อนลูกสาวอย่างถึงที่สุดเนื่องจากเธอขอร้องเขาไว้ว่าจะไปทำงานเป็นพนักงานสาขาทางรถไฟฟ้าเพียงหนึ่งเดือน



          “ป๊าทำสายตาแบบเดียวกันกับวันที่หนูมาขอป๊าไปทำงานตรงนั้นแล้ว…หนูจะยังไม่กลับมาช่วยป๊าหรอลูก”
คนเป็นพ่อกล่าว เธอยิ้มหัวเราะจากการกระทำของคนเป็นพ่อจนตาทั้งสองข้างเป็นสระอิ




      ““ป๊าแพรวชอบทำงานตรงนั้นค่ะมันยังสนุกอยู่เลย..แพรวขออีกสองเดือนนะคะ”’
ดวงตาสีดำมีประกายบางอย่าง  เธอมองออกไปข้างนอกกระจกใสนั้นอมยิ้มเล็กน้อย




       “ถ้าอย่างนั้นวันนี้แพรวดูงานให้ก่อนหนึ่งวันนะคะ”
เขาได้ยินดังนั้นจึงทำได้เพียงพยักหน้าตอบ




       “สองเดือนห้ามเบี้ยวนะน้องแพรว แวะมาหาป๊าที่บ้านบ้างก็ได้  แม่บ่นคิดถึงใหญ่แล้ว”




       “ได้ค่ะ เดี๋ยวแพรวแวะไปนะป๊า แพรวไปดูงานให้ป๊าก่อนนะคะเดี๋ยวก่อนกลับจะเข้ามา”
เธอยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าที่เรียงกันราวกับเม็ดข้าวโพดในฝักสวย พร้อมปล่อยมือผู้เป็นพ่อของของตนเพื่อไปสะสางงานที่เธอได้รับหน้าที่


          หญิงสาวเดินออกมาจากประตูใหญ่ก้มหัวเล็กน้อยและยิ้มให้กับพี่หญิงบุคคลที่ยืนมือทั้งสองข้างผสานกันยิ้มน้อยๆให้เธออยู่หน้าห้อง หญิงสาวเดินตรงไปยังห้องบริหารเพื่อพบกับเพื่อนๆและพี่ๆของเธอ 
 
อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน
                   
 เสียงที่สดใสทำให้ทุกสายตาจดจ้องไปยังประตูทางเข้าที่เปิดอยู่




“น้องแพรวเป็นไงบ้างคะสบายดีไหม” 
เสียงทักทายจากหญิงสาวรุ่นพี่ที่ทำงานร่วมกับเธอ




“แพรวสบายดีค่ะแต่วันนี้แพรวมาตรวจงานนะคะทุกคน”




“โห่…” เสียงโห่จากทุกคนทำให้ หญิงสาวหัวเราะออกมา





..เด็กสาวผู้นิสัยเป็นกันเองเหมือนกับบอสทำให้ทุกคนในนี้รักและเอ็นดูเธอถึงแม้บางทีเธอจะเข้มงวดกับงานมากๆแต่ก็ยังเป็นที่น่าเอ็นดูและเข้าใจของทุกคน..




 
       17:45

         เวลาเลิกงานของการทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ สีหน้าเศร้าสร้อยของบุคคลหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดแบบคนไม่มีเรี่ยวแรง ดวงตาที่แสดงถึงความเศร้าแผ่ออกมาเป็นวงกว้างรอบตัวเธอ  เธอคิดวนซ้ำไปซ้ำมาว่าเหตุใดเธอถึงไม่ได้เจอกับบุคคลผู้เป็นเจ้าของรอยยิ้มที่เธอเฝ้าคิดถึงมาทั้งวัน


สถานีต่อไป นานา Next station Nana”” เสียงภายในรถไฟฟ้ากำลังจอดเทียบสถานี 
 

   “ครืด”    เสียงประตู้รถไฟฟ้าเปิดมีผู้คนมากมายภายในกำลังก้าวเดินออกจากขบวนรถและคนภายนอกกำลังหลั่งไหลเข้ามา หญิงสาวที่กำลังยืนก้มหน้าล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกำแพงตรงหน้าสุดของขบวนขยับเล็กน้อยเพื่อให้ที่ว่างกับคนที่กำลังเดินเข้ามา แต่เธอต้องสะดุดตาเมื่อมีบุคคลคนหนึ่งใส่รองเท้าส้นสูงเดินมาหยุดที่หน้าเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นพบกับผู้หญิงในชุดสูทสีดำใบหน้ารูปไข่มีไฝที่แก้มซ้ายถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยและสวมแว่นสีดำสนิทบุคคลนั้นมองตรงมาที่เธอมุมปากบางที่ทาด้วยลิปสติกสีแดงยกขึ้นเหมือนเด็กน้อยผู้ได้ของขวัญในวันที่ไม่พิเศษ “แพรว” หญิงสาวที่เธอรอพบเจอมาตั้งแต่ตอนเช้าขณะนี้คนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว


       "บังเอิญจังเลยนะคะเนีย" 


เสียงและรอยยิ้มของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เธอใจสั่นราวกับถูกปาระเบิดใส่
สีหน้าที่เคยเศร้าสร้อยของ กวินทร์ ถูกเปลี่ยนแทบจะในทันทีที่เธอได้มองรอยยิ้มอันสดใสนั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจดจ้องไปยังแว่นสีดำ เธอยิ้มตอบหญิงสาวตรงหน้าเหมือนว่าทั้งคู่กำลังพูดคุยกันผ่านรอยยิ้ม

ถึงสถานีจุดหมาย หญิงสาวทั่งคู่ได้เดินลงมาจากชานชาลา
ทั้งคู่ถามไถ่กันทีที่ลงมาจากขบวนรถ



       “คุณแพรวแต่งตัวสวยจังนะคะ” กวินทร์ยิ้มอายเนื่องจากเธอไม่ค่อยชมใครเท่าไหร่
ผู้ถูกชมยิ้มเขิน และไม่ได้พูดอะไรออกไป เพียงแต่ยื่นโทรศัพท์มือถือของตนเข้ามาที่ตัวเธอ




       “จะเสียมารยาทไหมคะถ้าแพรวจะขอ Line ของคุณกวินทร์”




ผู้ถูกขอยิ้ม และรับโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย มาเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ของเธอทั้งสองลงไปในโลกโซเชียล เพื่อที่ทั้งสองได้รู้จักกันมากขึ้นผ่านอุปกรณ์สื่อสาร



            หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของผมสีทองเดินมองบุคคลที่เดินอยู่ข้างๆเธอด้วยสายตาสงสัยว่าเหตุใด บุคคลตรงหน้าเธอถึงสวยและมีเสน่ห์มากขนาดนี้ เหตุใดน้ำเสียงของหล่อนถึงได้ดึงดูดหัวใจของเธอ ปากบางที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูที่ขยับไปมาจากการเล่าเรื่องอาหารโปรดของหล่อน ดึงความสนใจของเธออย่างถึงที่สุด ชุดสูทสำดำที่เข้ากับสีผิวน้ำผึ้งอย่างกับมันสร้างขึ้นมาเพื่อผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้เพียงคนเดียว ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านอาหารร้านโปรดของเธอ หญิงสาวข้างหน้าเธอกำลังพูดกับเจ้าของร้านด้วยความเป็นกันเอง

         


                    "พี่จ๋อมคะแพรวเอาเหมือนเดิม" 




                                     "เล็กเย็นตาโฟต้มยำนะ"

 
            "ค่า"….



หญิงสาวผมยาวที่ถอดแว่นดำนั้นออกมองหน้ากวินทร์อย่างตั้งคำถาม
 



            "พี่กวินทร์เอาอะไรคะ"



 
เสียงแจ้วจากเด็กสาวข้างหลังกวินทร์ เธอรอคำตอบจากผู้ถูกถามด้วยสายตาที่ลวนลามอย่างถึงที่สุด

             

                 “พี่เอาเหมือนคุณแพรวเลยค่ะ”




ผู้ถูกถามตอบด้วยเสียงที่เขินอายและมองจ้องไปยังอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม




               “ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้นี่คะเรารู้จักกันแล้วนี่”




เสียงหวานของอีกคนทำให้หัวใจของเธอพองโตดั่งลูกโป่งที่ถูกเป่าเป็นขนาดใหญ่
 
ระหว่างทานก๋วยเตี๋ยวทั้งคู่ก็พูดคุยถามถึงกิจวัตรประจำวันของกันและกันราวกับว่าสนิทกันมาเนิ่นนาน จนแพรวได้รู้ว่าห้องพักของกวินทร์อยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟฟ้านี้เอง

หลังจากทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จไม่นานนักทั้งสองคนบอกลากันเพื่อกลับไปยังที่พักของตน 
ด้วยร้อยยิ้ม

 
แต่มีเพียงกวินทร์เด็กสาวผู้ใสซื่อที่ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกคนหนึ่งเลยแม้เธอจะสงสัยแต่ก็มีได้เอะใจ…..

 






  19:04



                           Line!



Pichaya (praew)   :  (สติ๊กเกอร์)



Kwinthara (kawin)    :    ถึงห้องหรือยังคะ



Pichaya (praew) :  เรียบร้อย



Kwinthara (kawin)   :  กวินทร์ก็ถึงแล้วค่ะ 


 
Pichaya (praew) : วันนี้บังเอิญจังเลยนะคะ



Kwinthara (kawin) : แต่ก็ดีใจที่ได้เจอนะคะแพรว



Pichaya (praew)  :  ค่ะ :)  คืนนี้หลับฝันดีนะคะกวินทร์



Kwinthara (kawin) : ฝันดีแน่นอนค่ะ ฝันดีเช่นกันนะคะ 잘자요



Pichaya (praew) : กวินทร์เก่งภาษาเกาหลีหรอคะ


 
Kwinthara (kawin) : รู้แค่นิดหน่อยค่ะ



Pichaya (praew) : อ้อค่ะ (สติ๊กเกอร์ยิ้ม)





เธอวางโทรศัพท์ลงและหันไปมองสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ร้องเหมียวๆอยู่ข้างกาย อุ้มมันขึ้นมา “คุณจี๊ด คุณแพรวน่ารักมากๆเลยกวินทร์ชอบ” มันร้องเหมียวเหมียวเหมือนเป็นคำตอบ เธอยิ้มและวางมันลง และหยิบอาหารมาเพื่อป้อนเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของเธอ

                   
                       Line!!



Pichaya (praew) : พรุ่งนี้วันหยุดหรือเปล่าคะ ไปเดินเล่นกันไหม ^^  



หญิงสาวเห็นข้อความดังนั้นจึงกระโดดไปมาราวกับเด็กอายุน้อย และหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาด้วยอาการมื้อสั่น



Kwinthara (kawin) : พรุ่งนี่วันหยุดค่ะ ที่ไหนคะ 



Pichaya (praew) : พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงแพรวโทรไปนะคะ



Kwinthara (kawin) : ได้เลยค่ะไว้เจอกันนะคะ

                อีกด้านหนึ่งของบทสนทนาหญิงสาวผมยาวสีดำขลับกำลังถือโทรศัพท์ด้วยอาการมือสั่นจนเกือบทำมันร่วงหล่นจากมือของตน แก้มที่ขยับไปมาจากการเคี้ยวขนมอย่างช้าๆและสายตาเหม่อลอยเปรียบดั่งว่าโดนขโมยวิญญาณออกไปจากร่าง 

“ตัดสินใจชวนไปแล้ว” 

“”พรุ่งนี้ใส่ชุดอะไรดีนะ”” 
 
        เธอวางโทรศัพท์ลงที่โซฟาสีน้ำตาล ลุกขึ้นและวิ่งเข้าไปยังห้องแต่งตัวด้วยความตื่นเต้น ที่ตนจะได้เจอกับบุคคลที่เธอตกหลุมรักเขาซ้ำไปซ้ำมา……






อีพีสองแล้วความจริงคือคิดอะไรไม่ออกค่ะไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ทั้งสองน่ารัก อธิบายให้ดูมีอะไรอีกหน่อยแต่ก็คิดไม่ออกค่ะ ตอนนี้คำน้อยกว่าตอนแรกเยอะเลย ให้กำลังใจด้วยนะคะเรื่องแรกของเด็กใหม่อย่างเรา 
รักคนอ่านน้าา ม๊วฟๆ >"< 
 
SHARE

Comments

moonnight
2 years ago
ตายละแพรวมีความสุขกับงานเป็นยามหรอ เอ็นดู 5555 // ไปเดทกันเอาให้น้ำตาลขึ้นเลย
Reply