September Rain (OS-NCT Jaeten)
September Rain
Pairing: Jaehyun & Ten
Inspiration:
Opera House - Cigarettes After Sex
I'm in love - Narsha



เดือนกันยายนนำพาฝนเข้ามายังโซลยาวนานร่วมสัปดาห์

เม็ดฝนโปรยปรายเกาะไล้กระจกรถเมล์ลิ่วฉิวสวนความเร็วยามค่ำคืน

ดึกแล้วแต่แจฮยอนเพิ่งกลับบ้าน ช่วงเวลาเดิมซ้ำประจำสำหรับคนคร่ำเครียดกับการแข่งขันทางการศึกษาเช่นเขา

จนกระทั่งล้อรถที่บดถนนหยุดนิ่ง บานประตูพับเปิดออกหย่อนเด็กหนุ่มลงยังป้ายใกล้บ้าน

ใครบางรอแจฮยอนอยู่... ราวกับกิจวัตร

"วันนี้ตกรถรอบสามทุ่มครึ่งเหรอ" เสียงสดใสเด่นชัดตัดจังหวะมวลเม็ดฝนที่ตกกระทบพื้น รอยยิ้มก็เช่นกัน สว่างไสวมากพอที่จะเกิดสายรุ้งในใจขนาดย่อม

"อืม วันนี้เนื้อหาที่เรียนยากเลยอยู่ต่ออีกหน่อย เกือบไม่ทันรอบสี่ทุ่มแหน่ะ" แจฮยอนว่า น้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่ง

"รอบสุดท้ายเลยนะนั่น" คนข้างๆหัวเราะน้อยๆ เอ็นดูความจริงจังของอีกฝ่ายที่คล้ายจะเรียกความเดือดร้อนเข้าตัว

"เรื่องของฉันตลกมากเหรอ"

"เปล่าซะหน่อย" เด็กหนุ่มร่างเล็กกว่าแจฮยอนแกล้งกระแทกไหล่ก่อนหัวเราะชอบใจ ร่มถูกกางฝึงเมื่อขาเรียวออกตัววิ่งกระโดดหนี

"เฮ้! เตนล์ เอาร่มมาให้ฉันก่อน" แจฮยอนวิ่งตามพร้อมยื่นมือทวงสิ่งของที่เขาควรได้รับ

"แกล้งเล่นน่า ฉันไม่ปล่อยให้นายเปียกหรอก" ไม่ทันขาดคำ ร่มอีกคันที่ถูกรวบไว้อย่างดีก็กางออกป้องกันหยาดฝนไม่ให้นำพาความเปียกชื้นมาสู่คนสูงกว่า

เตนล์ส่งร่มให้แจฮยอนก่อนเดินเข้าซอยแคบนำทางสู่บ้าน ไม่ใช่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่เดียวกัน แต่บ้านของทั้งสองอยู่เยื้องกันแค่ถนนกั้น

ห่าฝนไม่มีท่าทีเบาบางลง มันดังมากพอกับความกระอักกระอ่วนที่รวบตัวทั้งสองฝ่ายไว้ แจฮยอนกับเตนล์ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาแค่อยู่บ้านใกล้กัน เห็นกันตั้งแต่ยังเด็ก แต่การเติบโตกลับจับจูงให้ความสนิทของคนทั้งคู่เดินหายไปคนละทิศทาง

เว้นเสียว่าทุกครั้งที่เข้าฤดูมรสุม กิจวัตรแปลกๆของทั้งสองจึงดำเนินขึ้นอย่างเงียบเชียบ

เตนล์จะมารอรับแจฮยอนกลับบ้านหลังเรียนพิเศษทุกคืนวันฝนตก

ไร้ซึ่งคำถาม หากยังมีข้อสงสัยที่แจฮยอนไม่เคยเอ่ยออกไป

เพราะเตนล์ไม่มีท่าทีชวนแคลงใจ ชายหนุ่มสดใสไม่เปลี่ยนแปลงจากวันวาน

มันคงเป็นความใจดีอย่างปกติของเตนล์ อย่างที่เตนล์เป็นมาเสมอตั้งแต่เยาว์วัย เด็กหนุ่มตัวเล็กรู้ดีกว่าใครว่าเพื่อนของเขาคนนี้ไม่ชอบพกร่มต่อให้เข้าช่วงมรสุมแล้วก็ตาม มันจึงเป็นหน้าที่หรืออะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่

"เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยคืนร่มนะ"

"เมื่อไหร่ก็ได้แล้วแต่นายเลย"

"พรุ่งนี้แหละ เดี๋ยวเอาไปวางหน้าประตูตอนเช้า"

"กดกริ่งเรียกให้ฉันออกมารับเหมือนเดิมก็ได้นี่"

"พรุ่งนี้วันเสาร์ นายไม่ตื่นหรอก"

"ฉันตื่นเหอะน่า ตื่นแน่นอน"

"โอเค อย่างงั้นก็ได้"

เมื่อเลี้ยวเข้าซอยตรงหัวมุมแจฮยอนและเตนล์ต่างโบกมือลาแยกย้ายเข้าบ้านของตนเอง

มันเป็นเช่นนั้นเสมอมา... ราวกับปกติ อาจจะปกติ


.


.


.


เสียงกริ่งดังดิ๊งด่อง แจฮยอนยืนหาวหวอดพิงผนังอิฐหน้ารั้วบ้านเตนล์ ในไม่ช้าเด็กหนุ่มเจ้าของบ้านก็ออกมาเปิดประตูต้อนรับในสภาพสะลึมสะลือ

"ฉันบอกแล้วนะว่าไม่ต้องออกมาเอา" แจฮยอนลอบหัวเราะให้กับท่าทีง่วงงุนทั้งชุดนอนของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า

"นายวางทิ้งไว้หน้าประตูเดี๋ยวมีคนมาขโมยไปจะทำไง"

"ร่มราคาไม่เท่าไหร่เอง"

"แลกกับนายเดินตากฝนกลับบ้านดีมั้ย" เตนล์มุ่ยหน้า "ฉันไม่ได้มีร่มเป็นสิบคันให้นายใช้นะ"

"โอเค เข้าใจแล้ว เข้าไปนอนต่อเถอะ"

"นอนต่อแน่นอน เอามาคืนซะเช้าเลย" เตนล์บ่นอุบ ริมฝีปากเล็กอ้าหาวหวอดพลางขยี้ตาอีกครั้ง "ว่าแต่... วันนี้มีไปติวอีกมั้ย"

"มีสิ แต่วันนี้กลับเร็ว น่าจะสองทุ่มมั้ง" แจฮยอนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาเช็คเวลาให้แน่ใจ "ประมาณสองทุ่มแหละ"

"อืม... พยากรณ์อากาศวันนี้บอกว่าตอนเย็นถึงมืดฝนจะตก งั้นไว้เจอกันนะ" เตนล์วาดยิ้มสดใสพร้อมยกร่มขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ที่เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายก่อนต่างแยกย้ายกลับเข้าบ้านไป

ภายในวันเดียวกันแต่เวลาล่วงเลยจนมืดค่ำ เด็กหนุ่มเจ้าของร่มสองคันนั่งคอยที่ป้ายรถเมล์ตามเวลาที่ใครอีกคนได้เอ่ยไว้ ไม่ช้าไม่นานแจฮยอนก็ก้าวขาลงจากรถเมล์ในสภาพกึ่งรีบร้อนก่อนเอื้อมมือคว้าร่มจากเตนล์ทันที

"กลับบ้านกันเร็ว" มือหนึ่งกางร่มออกฝึงสู้กับเม็ดฝนหยดหนัก อีกมือหนึ่งคว้าจับมือนิ่มของคนที่ยังงงงวยในสถานการณ์ แจฮยอนออกวิ่งพร้อมกับแบกรับความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้า

"ทำไม?! เกิดอะไรขึ้น?!" สองขาก้าววิ่งตามในทิศทางกลับบ้านเหมือนเคย แต่เตนล์ไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น หรือว่าแจฮยอนเจอคนไม่ดีไล่ตามมา

"ดอกไม้" ความเร็วไม่ลดระดับ ริมฝีปากหยักเฉลยปัญหาพร้อมพ่นลมหายใจหอบ "ฉันปลูกดอกไม้ไว้ที่ระเบียง ลืมเก็บเข้าบ้าน"

"นายปลูกดอกไม้ด้วย!" เตนล์โพล่งขึ้นเพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นเกินคาด คนอย่างแจฮยอนเนี่ยนะปลูกดอกไม้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังหลุดหัวเราะพรืดออกมา

"ฉันไม่ตลกนะ วิ่งเร็วเตนล์"

"ขอโทษๆ แต่ฉันหัวเราะเพราะไม่คิดว่านายจะมีมุมอ่อนโยนอะไรอย่างงั้นด้วย"

แจฮยอนไม่ตอบ เขาไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำระหว่างที่ฝนตกหนักอย่างนี้ มือใหญ่ที่รวบกุมมือของเตนล์กระชับแน่นยิ่งขึ้นต่อให้ตอนนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดฝน เลี้ยวเพียงหัวมุมแจฮยอนรีบสาวเท้าก้าวเข้าบ้านตึงตังขึ้นไปยังระเบียงห้องนอนแถมลืมตัวลากใครอีกคนเข้าบ้านมาด้วย

เด็กหนุ่มเจ้าของห้องโยนสัมพาระทิ้งทันทีและพุ่งตัวออกไปยังระเบียง เขารีบรวบกระถางดอกลิลลี่สีขาวต้นหนึ่งเข้ามาในห้องก่อนหอบหายใจ เกือบเน่าน้ำตายแล้วมั้ยล่ะเจ้าดอกไม้

เตนล์ไม่เคยเข้ามาในห้องนอนของแจฮยอน แม้ในวัยเด็กจะเคยเล่นกัน แต่แค่เพียงห้องนั่งเล่นหรือครัวเท่านั้นที่เตนล์คุ้นเคย เมื่อความลนลานคลายตัวจากทั้งคู่ ความกระอักกระอ่วนจางๆจึงค่อยๆคลานเข้ามาแทนที่

"เอ่อ... ดอกไม้จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย" เตนล์อึกอักก่อนที่จะเอ่ยออกมา เขาต้องการทำลายความเงียบ หากคำถามนี้จะช่วยได้บ้าง

"ฉันก็ไม่แน่ใจ ปริมาณน้ำไม่น่าเป็นอะไร แต่ฉันไม่อยากให้ดอกมันช้ำน่ะ" นัยน์ตาสีเปลือกไม้ตรวจสอบกลีบดอกที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยดน้ำ

"ละเอียดอ่อนนะเนี่ย" เตนล์จับความอบอุ่นเคลือบความกังวลในสายตาของแจฮยอนได้

"อย่างงั้นเหรอ-- นายก็ช่างสังเกตนะ"

เตนล์ยักไหล่แทนคำตอบ ส่วนแจฮยอนก็คลี่ยิ้มบางๆให้ แทนความโล่งใจที่เขากำลังรู้สึกอยู่

"อ่า... ฉันว่า ฉันกลับบ้านก่อนดีกว่า" นิ้วเรียวชี้ไปที่ประตูพร้อมท่าทางเก้ๆกังๆ คนตัวเล็กกว่าพอจะรู้ว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน ไม่ใช่ว่าแจฮยอนรังเกียจ แต่นี่มันนอกเหนือจากกิจวัตรที่เตนล์ทำ

"ฉันไปส่ง" แจฮยอนโพล่งขึ้น ส่งผลให้เตนล์หยุดกึกก่อนขมวดหัวคิ้ว ทำไมวันนี้มีแต่อะไรที่ชวนให้เขาไม่เข้าใจ

"ไม่เป็นไรหรอกน่า บ้านฉันอยู่แค่นี้เอง"

"ฉันเผลอลากนายติดมือมาด้วย ก็ต้องไปส่งสิ"

"ไม่ต้องๆ ฉันกลับเอง"

"ฉันจะไปส่ง" แจฮยอนไม่ว่าเปล่า เขาจับฉวยมือนิ่มอย่างครั้งก่อนให้เดินตามมาและไม่สามารถหนีโดยง่าย ส่วนเตนล์ทำได้เพียงเดินตามพร้อมบุ้ยปากไม่เข้าใจว่านี่คือความเอาแต่ใจหรือความละเอียดอ่อนที่เขาแซวไว้ในนาทีที่แล้ว


.


.


.


วันหนึ่งช่วงค่ำครึ้มเมฆฝนอย่างเคย หากทว่ามีบางอย่างที่ต่างออกไป วันนี้แจฮยอนไม่มีติวหนังสือกับเพื่อนหรือเรียนพิเศษ เด็กหนุ่มขลุกอยู่ในห้องแล้วหยาดฝนก็ร่วงหล่นลงมา

เสียงเปาะแปะบนหลังคาเตือนสัญญาณว่าอีกครู่หนึ่งฝนเม็ดใหญ่จะร่วงจากฟ้าจำนวนมาก มันอาจทำให้ดอกลิลลี่กระถางเดียวของเขาช้ำเอาได้

แจฮยอนก้มตัวลงอุ้มเจ้าดอกไม้มาอยู่ในอ้อมกอดก่อนยืนเต็มความสูง เสียงเอียดอาดการเสียดสีของรางเหล็กบางอย่างเรียกความสนใจไปที่บ้านเยื้องตรงข้าม หน้าต่างห้องสว่างบอกถึงการมีอยู่ของใครบางคน เงาสลัวบอกแจฮยอนว่าเจ้าของห้องนั้นเป็นผู้ชาย ส่วนสูงและลาดไหล่ที่คุ้นเคย ใครคนนั้นเปิดมุ้งลวดชั้นในอาจเพื่อปิดกระจกกันฝนสาดเข้ามาในห้อง แต่กลับค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น

ราวกับเด็กหนุ่มตรงบานหน้าต่างทอดสายตามองแจฮยอนอยู่ และไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแจฮยอนก็มองกลับไปอย่างพินิจ อาจเพราะความมืดที่โรยตัว ระยะห่างที่ขวางกั้นไว้ การรู้สึกตัวจึงมาช้าและมึนเบลอว่าปลายสายตาของทั้งคู่จับวางที่ใดกันแน่

หากทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก... 

แจฮยอนรู้สึกตัวอยู่บ่อยๆถึงการลอบมองนี้ จากคนๆเดิมนี้ คอยสังเกตพฤติกรรมก้มๆเงยๆในความมืดของเขาบริเวณระเบียง ไม่ว่าจะเฝ้าถนอมดูการเติบโตของดอกลิลลี่สีขาว คอยรดน้ำตามเวลาอย่างเหมาะสม หรือแม้กระทั้งปกป้องไม่ให้น้ำหนักของเม็ดฝนที่ร่วงหล่นมากระทบทำร้ายให้บอบช้ำ แจฮยอนรักษาดอกไม้นี้ไว้อย่างดี

และเลือกทำเลที่เหมาะเจาะพอดีกับความอ่อนหวานบางอย่างที่เขาเทิดทูนแสนรักใคร่อย่างเงียบเชียบ

แน่นอน... เขาวางไว้ตรงกับระยะสายตาของห้องนั้น หน้าต่างบานนั้น หรือบางทีอาจเป็นตัวแทนของคนๆนั้น

แจฮยอนรู้ว่าอีกไม่นานฤดูมรสุมนี้จะผ่านไป กิจวัตรการรอคอยในวันฝนตกจะคืนหาย

ดอกลิลลี่ถูกวางไว้ในห้องหับ สองขายาวก้าวฉับฉวยคว้าร่มก่อนเดินตรงออกจากบ้าน เด็กหนุ่มมีจุดหมายคือนักสังเกตการณ์ หรือในอีกชื่อหนึ่งคือนักถ้ำมองแอบดูเขาดูแลดอกไม้ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้ว

เสียงกริ่งดิ๊งด่องระรัวเรียก แจฮยอนตัดสินใจแล้ว เขาปล่อยให้คำถามที่ติดค้างในหมอกแห่งความคลุมเครือมานานมากพอแล้ว ถึงเวลาต้องทำอะไรบางอย่างเสียที

"มีอะไรเหรอแจฮยอน" ประตูรั้วเปิดออกพร้อมคำทักทายตื่นๆจากเสียงใส

"เตนล์ นายชอบฉันรึเปล่า" แจฮยอนเอ่ยนิ่งเรียบ ไม่ได้ตั้งใจจะกดดันอีกฝ่าย แต่ความจริงจังนำทางให้เขาแสดงออกไปเช่นนั้น

"หะ?! อ... อะไรเนี่ย จู่ๆทำไมถาม..." นัยน์ตากลมหลุกหลิกพลางเกาแก้ม เตนล์มีพิรุธและเก็บแทบไม่อยู่

"แค่ตอบฉันก็พอ-- ไม่ได้เหรอ"

"คือ... ฉันไม่คิดว่านายจะสงสัยฉันในทางแบบนั้น"

"แล้วฉันสงสัยไม่ได้เหรอ"

"ก็... ไม่ใช่อย่างงั้น นี่ อย่าคาดคั้นฉันได้มั้ย"

"ฉันทำให้นายอึดอัดเหรอ โทษที-- แต่ถ้านายไม่คิดอะไรก็อย่าทำอย่างงั้นกับฉันเหมือนกัน"

"ฉันทำอะไร"

เตนล์ไล่ไม่ทันความคิดและไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของแจฮยอนนัก แต่การกระทำของคนสูงกว่าตรงหน้ายิ่งทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก รวมถึงจะหนียังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ในเมื่อแจฮยอนยึดร่มของเตนล์ไม่พอยังก้าวเข้ามาประชิดในความกว้างเพียงร่มเดียวที่กางอยู่

ใกล้เกินไป

ดังเกินไป

คนทั้งคู่อาจภาวนาให้เสียงฝนกลบเสียงหัวใจที่เต้นคึกโครมจนแทบหลุดจากอก

"นายมารอรับฉันทุกวันที่ฝนตก อย่าทำอีก" แจฮยอนไม่อยากพูดอย่างนี้เลย แท้จริงแล้วเขาไม่อยากให้มันเปลี่ยนไป

"นายอึดอัดงั้นสินะ" เตนล์ทำได้เพียงหลุบตามองพื้นที่เม็ดฝนกำลังไหวเต้นไม่ขาดสาย เขาไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะรับรู้ถึงความลับที่ซุกซ่อนไว้ หวั่นใจเหลือเกินว่าความปวดระบมในจิตใจจะเผยออกมาให้เห็น

"แล้วก็เลิกแอบมองฉันจากห้องด้วย"

"นายรู้?!"

"ฉันไม่โง่นะ ฉันเห็นนายตรงหน้าต่าง"

ริมฝีปากบางเม้มปิดชิดกันแน่น ราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำผิด และบางทีอาจได้รับโทษ อย่างเช่นแจฮยอนอาจไม่อยากยุ่งกับเขาอีก

"เตนล์ ชอบฉันรึเปล่า ฉันอยากรู้"

เขาต้องหนี... ใช่ วิ่งหนีเข้าบ้าน ช่างร่มมันเถอะ เตนล์ไม่พร้อมตอบ เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้เตรียมใจหากเขาไม่สามารถแสดงความรักอย่างเงียบๆดั่งที่เคยทำได้อีกหลังจากนี้

เกราะกำบังหยาดฝนหล่นร่วง แจฮยอนคว้าแขนเรียวไว้ ก่อนปลดเปลื้องความนัยที่เขาต้องการเอ่ยออกไปในคืนนี้

"ฉันชอบนาย ขอโทษที่ทำให้อึดอัด"

"ตั้งแต่เมื่อไหร่..."

"ตั้งแต่ที่นายคอยมารับฉันตอนฝนตก สองสามปีที่แล้วมั้ง ฉันไม่แน่ใจ มันเป็นความรู้สึกดี... แต่ปีนี้ฉันมั่นใจ เลยอยากถามให้มันชัดเจน"

สองสายตาประสานนิ่ง ไร้ประโยคตอบรับใด ความฉุกละหุกของอีกฝ่ายทำให้เตนล์ตั้งตัวไม่ทัน จนกระทั่งเกิดการขยับไหว มือใหญ่ที่จับกระชับเริ่มคลาย แจฮยอนกำลังจะกลับไป และความเข้าใจผิดอันเลวร้ายอาจเกิดขึ้น

"ฉันก็ชอบนาย ขอโทษ... ขอโทษที่ไม่กล้าบอก"

คำถามของแจฮยอนได้รับคำตอบกลับตรงตามอย่างที่สงสัย รอยยิ้มจางผุดพรายบนใบหน้าคมคาย ความหวังที่ดับวูบถูกจุดติดขึ้นมาใหม่ ดอกลิลลี่ของเขา ความรักแสนถนอมของเขาเป็นรูปเป็นร่างขึ้นจริงยิ่งกว่าจินตนาการที่เคยฝัน

แจฮยอนหยิบร่มขึ้นมากันหยาดฝนแม้ทั้งคู่จะเปียกปอนหมดสภาพจากความสับสนเมื่อนาทีก่อน เขาเอื้อมมือลูบหัวกลมๆของคนตัวเล็กตรงหน้าก่อนรั้งเข้ามากอด เป็นระยะห่างที่ทั้งคู่ไม่เคยเอื้อมคว้าหรือคิดว่าจะได้มันมาในวันหนึ่ง

"เตนล์ ชอบฉันจริงๆใช่มั้ย" แจฮยอนถามซ้ำย้ำอีกครั้ง แต่ใบหน้าน่ารักที่ซุกไหล่กว้างทำได้เพียงพยักตอบเท่านั้น เตนล์ไม่กล้าพูดอีกเป็นครั้งที่สอง เขาถูกความขัดเขินจับกุมตัวไว้อยู่

"ขอบคุณที่มารอรับฉันทุกครั้งที่ฝนตกนะ"

"จริงๆฉันไปรอเพราะอยากเจอนาย แล้วใช้ฝนเป็นข้ออ้าง" เตนล์วาดยิ้มน่ารักก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน

"จริงๆฉันพยายามกลับเวลาเดิม แล้วต่อให้รู้ว่าฝนจะตกก็ไม่พกร่มไปเพราะอยากเจอนาย" แจฮยอนยิ้มกว้างกว่าเดิม "ฉันรู้ว่านายถือรอรับฉันอยู่"

"นี่ แจฮยอน... จะหมดช่วงมรสุมแล้ว ฉันไม่ชอบเลย"

"นายมารอรับฉันวันที่ฝนไม่ตกก็ได้"

"งั้นก็ไม่มีเหตุผลเนียนๆไปรับนายแล้วนะ"

"มีสิ เหตุผลที่ว่านายชอบฉันไง"



End.
SHARE
Writer
Cheloline
nymph of cactuses
just an ordinary girl with short hair

Comments