ไปไหนต่อดี
ในช่วงเวลาที่หลายอย่างเข้ามาปะทะอย่างถาโถมและไม่มีท่าที่ที่จะหยุด... เราก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า " ขอให้มันผ่านพ้นไปเสียที ช่วงเวลาแบบนี้.." เราเหนื่อย ท้อ รู้สึกแย่ในโชคชะตาที่เราต้องยอมรับมันอย่างไม่เต็มใจนัก ใจหัวมีทั้งภาระงานที่เราต้องรับผิดชอบ แรงกดดันจากสภาพแวดล้อม และความกดดันที่เกิดในใจตัวเอง

เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นตรงนี้เสียที... 
ณ ช่วงนั้น เหมือนจะขาดใจ

" เหนื่อยท้อ อย่างคนไร้จุดหมาย "
ใช่ เราไร้จุดหมายจริงๆ 
เรากลับมาทบทวนอะไรหลายๆอย่างอีกครั้ง
ว่าอะไรคือตัวตนของเรา ที่เป็นความสุขในการใช้ชีวิต อะไรที่เราชอบ อะไรที่เราทำแล้วมีความสุขกับมัน

แล้วก็ได้เจอว่า.. เราอาจจะมีความสุข และกลับมาชีวิตชีวามากกว่า ณ ตอนนี้ ถ้าเราออกจากตรงนี้

เรายอมรับว่า เราเริ่มยอมแพ้แล้ว!
และนี่อาจจะเป็นจุดสิ้นสุด.. ของทางเส้นนี้

เพื่อให้เราได้ก้าวเดินไปยังทางหนใหม่ 
เราไม่ใช่ว่าไม่รู้จักเส้นทางเดิม 
เรารู้.. แต่สิ่งที่เราไม่รู้ คือ ตัวเราเอง 
ที่จะสามารถก้าวเดินไปได้ไกลแค่ไหน 

จะยอมเสียเวลาเพียงเท่านี้ 
หรือจะเสียเวลามากกว่านี้ นี่ก็เป็นอีกประโยคของหมาน้อยจนตอก ฝุดขึ้นมาในสมอง... 
" แกเอ้ยย... จะไปไหนต่อได้ละที่นี้ มันไม่ใช่ว่าเราจะรู้ได้ง่ายๆนะว่าจะก้าวไปซ้ายหรือขวา หรือหันเอียงสี่สิบห้าองศามุมไหนถึงจะใช่ " 

.... 
นั่นแหละ... 
" เราชอบอะไร อะไรที่ทำให้มีความสุขและสนุกที่จะอันนั้นก้เหมาะที่จะทำมันนะ ลองไปคิดดีๆ " 
เพื่อนข้าว่าไว้ 

จริงๆ เราก็ผ่านชีวิตการทำงานมาหลายแบบ ในช่วงก่อนวัยทำงานจริง ทั้งร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย แผงขายมาลัย จัดดอกไม้ก้ทำได้ ทำขนมได้ และชอบการพบเจอผู้คนมากๆ แน่ดันอ่อนภาษา 
ขี้ตื่นคนไปบ้างเวลาเจอคนเยอะๆ เคยคิดอยากทำหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือการเรียนต่อป.โทจิตวิทยาด้วยเงื่อนไขส่งตัวเองเรียน 

แม่เคยถามว่า ทำไมถึงอยากเรียนสาขานี้? 
อ้อ หนูอยากเข้าใจตัวเอง และเข้าใจคาอื่นมากกว่านี้ เรียนเพื่อรู้และเข้าใจ รู้ว่าเราจะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ยังไง 

จากแรงบันดาลที่เราชอบเป็นผู้รับฟัง อยากให้คำปรึกษา อยากช่วยให้คนรอบข้างเรามีรอยยิ้ม 

หากเราเลือกเดินออกจากเส้นทางสายเก่าได้แล้วจริงๆ ก็อยากไปเพิ่มทักษะที่เรายังไม่มี
คือ ขับรถยนต์ 

ใช่.. เรายังขับไม่เป็นทั้งที่ที่บ้านก็มีรถยนต์ 
แต่เราไม่ได้แตะสักนิด 

อีกอย่างคือ กลับไปตั้งสติ รีบูตสมองใหม่ 
ไปถือศีลแปดพักสมอง เจริญปัญญาสักหน่อย

บางทีเราก็คิดว่า เพราะที่ผ่านๆมา เราใช้ร่สงกายไม่ได้พักเลย ระหว่างเรียนก็ทำงานพาสไทม์ เรียนจบก็ฝึกงาน ฝึกงานเสร็จก็กลับมาทำงานพาสไทม์ ได้งานถึงมาลาออกพาสไทม์ แล้วก็ย้ายงานจากเขตคอมฟอร์ดโซนมากทม. 

ชีวิตเด็กไฮเปอร์ที่เคยขยันสุดๆ เลยดาวน์ลง 
ยิ้มหน่อยสิ กลับไปเป็นตัวเองได้แล้วนะ 

เห้อ.. ไปไหนต่อดีเรา

SHARE
Writer
KhongkwanS2
The little gifts.
Be yourself and stay strong

Comments