ละเลยไปเท่าไหร่? เพื่อรักษาใครบางคน





เคยรู้สึกอะไรมั้ย...ว่าได้ละเลยใครบางคนไป เพื่อใครคนหนึ่งจริงๆ ความรู้สึกนี้มัััััันเกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ทีี่เรายังคบกับใครบางคน 
ใครบางคนที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น "พี่น้องคนสนิท"
ตั้งแต่คบกัน....
  เรามักให้ความสำคัญกับคนหนึ่งมาก และคงมากเท่าที่คนนี้จะทำได้  และยอมอะไรมากมายเพียงให้ใครบางคนได้สบายใจ...
เรามักให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็น 
**** วันครบรอบในทุกปี ที่เรามักให้ความสำคัญ ในทุกๆปีตั้งแต่ที่เราคบกัน คือเรามักจะมีของขวัญให้เสมอ 
**** ทุกๆเดือน เราจะมีหนึ่งวัน ที่ตรงกับวันครบรอบ และเรามักจะให้ความสำคัญของวันนี้เสมอ โดยการหยุดงานให้ตรงกับวันสำคัญ ทำให้ทุกๆเดือนเราจึงมักไปหาร้านอร่อยๆทานเกือบทุกเดือน
**** ไม่นับรวมกับของขวัญที่มีให้เกือบทุกเดือน และคำอวยพร ที่เรามักจะขอให้
ให้เราจับมือกันไปนานๆ

น่าแปลกที่หลายๆครั้งเราสามารถทุ่มเท พาไปกินข้าว บ้างมื้อเลี้ยง บางมื้อแชร์ บางมื้อต่างคนต่างจ่าย
ความสุขของการทานอาหารจริงๆก็คงอยู่ที่ว่าเราทานกับใครซินะ

เมื่อยิ่งโตขึ้น เริ่มทำงานเข้าสู่ปีที่สอง ในขณะที่คนคนหนึ่งเริ่มเรียนขึ้นปีสูง เวลาเริ่มน้อยลง แต่เราเองก็ยังทุ่มเท ให้ทั้งเวลามากมาย
แม้กระทั่งต่อให้โกรธแค่ไหน สุดท้ายเราก็ต้องใจอ่อนทุกๆครั้งที่เราทุ่มเท เรามักเต็มใจทำให้เสมอ แค่เพียงอีกฝ่ายพอใจ ได้เห็นร้อยยิ้มของคนคนหนึ่ง ที่คอยเป็นกำลังใจ และต่อให้กลับมาเหนื่อยๆ แต่การได้เจอคนคนนั้น เหมือนทำให้เราได้หายเหนื่อย ถึงแม้ในขณะที่เราคบกัน
 เราต่างคนต่างแยกหอกันอยู่ ทั้งที่ความจริงหอเราทั้งคู่อยู่ถัดไปคนละซอย

น่าแปลกใจใช่มั้ยล่ะ...
  ว่าทำไมไม่อยู่ด้วยกัน แยกกันอยู่ทำไม ใจจริงก็อยากอยู่ด้วยกันนะ 
แต่การห่างกันบ้าง มันอาจทำให้เราคิดถึงกันมากขึ้น
แต่จริงๆต่างคนต่างมีโลกส่วนตัว ต่างคนที่ยังอยากมีพื้นที่ของตัวเอง แต่เหตุผลหลักจริงๆคือ
หากทะเลากัน อย่างน้อยก็ยังมีห้องให้นอน
และอีกฝ่ายยังมีพ่อแม่ที่เทียวไปเทียวมาหา และเราเองก็อยากมีพื้นที่เวลาพ่อแม่มาหา มันคงสะดวกใจกว่า 
...เวลามักผ่านไปเสมอ...
เรามักยอมเธอทุกเรื่อง ขอเพียงเรายังเห็นรอยยิ้ม ไม่ต้องมาทะเลาะ
ตลอดเวลาที่คบมาเราถึงทุ่มเทให้เธอ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ค่อยกลับบ้าน ทั้งที่มีวันหยุด แต่เลือกที่จะให้เวลากับเธอ

เลือกที่จะเลื่อนนัดเพื่่่อน จนสุดท้ายมีวันหยุดจากงานก็ไม่ได้ไปไหนนอกจากไปกับเธอ     และเธอมักให้เหตุผลว่า
วันหยุดมีแค่วันเดียว ยังจะไปกับเพื่อนอีกหรอ แทนที่จะอยู่กับเธอ
ดูเธอเอาแต่ใจดีเนอะ ....แต่จริงๆเธอก็เอาแต่ใจจริงๆนั้นแหละ และสุดท้ายตัวเราเองที่หาเหตุผลมาหักล้าง 

ในหลายๆครั้งที่มีเหตุการณ์ และหลายครั้งที่เราได้อยู่คนเดียว จนถึงตอนนี้ที่ได้มาเขียนบทความนี้ มันให้เราคิดได้ และเสียใจที่ตลอดเวลา
เราทุ่มเทเพื่อใครคนหนึ่ง แต่กลับละเลยใครบางคนที่รักเรามาก
เป็นมั้ย???
  ที่จำวันเกิดคนรักได้แม่น แต่...กลับลืมวันเกิดบุพการี
  ที่มีของขวัญขวัญคนรักเกือบทุกโอกาส แต่กับครอบครัวพี่น้องเรามักไม่ค่อยยื่นให้
   ที่เวลาไปไหนมักไปหาของอร่อยทานด้วยกัน
แต่กลับกัน...ไม่เคยคิดพาครอบครัวไปทาน
    ที่มีเวลาเสมอวันหยุดไปเที่ยวที่ต่างๆ แต่กลับกันแค่หาเวลากลับบ้าน ต่างอ้างว่างานเยอะ ไม่มีเวลากลับ
   ที่มีวันสำคัญต่างๆ กลับมีเวลาให้ต่างจังหวัดก็ไปได้ ขอแค่มีเพียงสองเรา แต่กลับกััน. วันสำคัญของครอบครัวกลับไม่โผล่หัวให้ที่บ้านเห็น
  ที่สามารถโทรคุยนานๆถามไถ่กันและกัน แต่กลับไม่เคยคิดจะโทรถามบุพการีหรือพี่น้องว่าสบายดีมั้ย
  ที่เห็นร้านอาหารอร่อยๆก็มักชวนไปกิน แต่กลับกันไม่เคยนึกอยากพาครอบครัวไปทาน
  ที่มีเรื่องราวสนุกๆก็พร้อมแชร์ให้คนบางคนฟัง แต่กลับกัน เวลามีปัญหากลับนึกถึงครอบครัว
  
เคยมั้ยที้ซักครั้งเคยถามตัวเองว่าเราละเลยไปเท่าไหร่กันแล้ว???ยิ่งโตขึ้น ยิ่งทำำงานหาเงินเอง ในหลายๆครั้งเราทุ่มเทกับคนคนหนึ่่ง
เพียงเพราะเรารักเค้า เพราะเค้าคือกำลังใจเราเลยทุ่มเทไปมากมาย 
ในขณะที่ยังคบกัน นับวันมันจะมีความคิดแวปเข้ามาคือ 
อยากพาพ่อแม่น้องๆมากินของอร่อยๆแบบนี้บ้างและมันเป็นแบบนี้เสมอเมื่อถึงเวลาที่เราชวนใครบางคนไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปหาซื้อของมักมีคำถามขึ้นมาในหัวว่า
ทำไมเราให้ได้ง่ายๆ กับคนคนนี้ และ ทำไมในหลายๆครั้งเราปฏิเสธคนในครอบครัวครัว

จนวันหนึ่งอาจเป็นคำตอบให้กับตัวเองว่าเพราะเราคิดว่าคนในครอบครัวจะอยู่กับเราไปตลอดเราเลนมักมองข้าม แต่ตรงกันข้ามกันคนข้างๆที่เราต้องรักษาและดูแลให้เต็มที่นั้นซิเนอะ....ที่คนเรามักมองข้ามอะไรที่อยู่ใกล้ตัวและมองหาอะไรๆที่อยู่ไกลตา
ยิ่งโตขึ้น ยิ่งทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น
จนคิดได้ว่า
เราละเลยคนในครอบครัวไปเท่าไหร่แล้ว เพื่อที่จะรักษาใครบางคน 
ตลอดเวลาหลายปียอมรับเลยว่าเราเอาใจ ไปให้คนคนหนึ่งเต็มร้อย โดยที่ครอบครัวไม่มีการมาว่ากล่าว เข้ามายุ่งวุ่นวายกับความสัมพันธ์ว่าเราคบกับใคร และใครคนนั้นยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยกัน
ขอเพียงแค่เราไม่เคยไปสร้างปัญหาให้สังคมและเมื่อวันหนึ่งเราต้องเลิกกัน ถึงเราเองยังไม่พร้อมที่จะเลิก เพราะในใจยังมีความรู้สึกดีดี 
แต่...เราต้องยอมรับ และนั้นทำให้เรากลับมา
กลับมามีชีวิตเป็นของตัวเอง และคิดได้มากขึ้น
หันมามีเวลาให้คนในครอบครัว
มีเวลาก่อนนอน ตอนเช้า กลางวัน โทรคุยกับแม่ได้เป็นชั่วโมง คุยเรื่องมีสาระ ไร้สาระปะปนกันไป

ความสุขจริงๆกลับมาอีกครั้ง สุขโดยไร้ความคาดหวัง
ไม่ว่าน้องชายโทรมาอยากขอเงิน เติมเงินโทรศัพท์ เราก็โอนๆให้ เพราะอย่างน้อยคือน้อง ไม่ให้น้องจะให้ใคร
บางทีบ่นๆไปว่า 
ไม่ใช้ตู้บุญเติมนะ ที่เอะอะให้ออนไลน์.                     ไม่ใช่ตู้ ATM. เมื่อเงินหมดก็ขอเอาบ่นไปด่าไป เราก็มััักกดโทรศัพท์พร้อมโอนให้้เสมอ. เพียงเพราะเรากัับน้องๆไม่ได้อยู่ด้วยกัน นานๆทีให้ก็ไม่ได้เสียหายที่กับใครบางคน ยังให้ได้ แล้วทำไมคนในครอบครัวถึงให้ไม่ได้้จนถึงตอนนี้....มันทำให้เราคิดได้ และควรคิดถึงมากๆคือ คนในครอบครััว. คนที่รักเรา รักโดยเต็มใจที่จะรัก
และเป็นเราเองที่ตลอดเวลา มองข้ามมันตลอด เพียงอยากรักษาคนคนหนึ่งไว้
รักได้ แต่อย่าลืมครอบครัว
หันมาสนใจครอบครัวบ้าง....
หันกลับมา...โทรหาท่านบ้าง
หันกลับมา....กลับไปหาท่านบ้าง
หันกลับมา....กลับไปให้เวลาท่านบ้าน
หันกลับมา....กลับมาทานข้าวกับท่านบ้าง
หันกลับมา...กลับมาคุยกับน้องๆพี่ๆบ้าง
หันกลับมา...พาท่านไปเที่ยวบ้าง
หันกลับมา...หาของที่ท่านชอบให้ท่านบ้าง
หันกลับมา...ถามสาระสุขทุกข์ดิบกับท่านบ้าง
หันกลับมา...เวลากลับบ้านให้เวลาให้ท่านเต็มร้อยบ้าง
หันกลับมา....ลองกลับไปนวดแขนนวดขาให้ท่านบ้าง
แล้วความสุขจะอยู่กับคุณ ความสุขที่ชื่อว่าครอบครัว
อย่าทำอะไรเหมือนที่เคยทำเพียงเพราะ
รักษาใครบางคน จนละเลยคนในครอบครัว
ที่รัก รักคุณ มาตลอด....
SHARE
Writer
kanlakrang1
กาลครั้งหนึ่ง
ถ้าทำดีที่สุดแล้ว อะไรจะเกิดต้องเกิด ดีกว่ามาเสียใจที่ไม่ได้ทำเลย

Comments