บางครั้งความเพอเฟ็คไม่ใช่คำตอบทุกอย่างของชีวิต
(1)

เธอเนี่ยทำอะไรไม่ได้เรื่องเลย โจทย์เลขแค่นี้ก็ตอบไม่ได้
ก็อย่าหวังว่าจะสมบูรณ์แบบได้เลย จำไว้!!!

ผมยังจำคำปรามาทของอาจารย์ที่สอนเลขสมัยอยู่ประถม ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้นที่มองว่าเราเป็นไอ้ทึ่มคนหนึ่ง ใจหนึ่งก็รู้สึกเจ็บใจและผูกใจเจ็บ จนตั้งปณิธานในใจ ว่า คอยดูเหอะอาจารย์ผมจะต้องสมบูรณ์แบบเอาให้อาจารย์รู้สึกผิดไปข้างนึงเลยที่พูดแบบนี้

หลังจากเรียนจบ เข้าเรียนในชั้นมัธยมจนมหาวิทยาลัย ก็มีคำหนึ่งที่ติดหูว่า ทำไมเพื่อนบางคนเพอเฟ็ค สมบูรณ์แบบมีใครเข้าหา ผมก็เริ่มทำตาม แล้วใครจะไปรู้ว่ามันส่งผลเสียจนรู้สึกถึงได้ก็วันนี้

ผมยึดคติว่า จะไม่มีความผิดพลาดเข้ามา เวลาทำงานเดี่ยวหรือกลุ่ม ผมจะทำเกินๆอยู่เสมอ หรือจดจ่อกับงานที่ทำจนกว่าจะได้คำตอบ ซึ่งเวลารู้ผลมันเหมือนมีอาการประสาทอย่างหนึ่งคือเวลางานผ่าน โคตรมีความสุข จนอยากจะทำต่อ เวลาผิดพลาดก็เหมือนไม่อยากทำ หรือแก้วนเวียนซ้ำๆ ซึ่งก็ทำเราปวดหัวพอสมควร 

พอเข้าวัยทำงาน มีครั้งหนึ่งที่ได้ทำงานชิ้นใหญ่มีเวลาเพียง 1 เดือน ตอนนั้นตั้งเป้าว่านี่ล่ะจะเป็นโอกาสทองที่ได้ลบคำดูถูกที่อาจารย์เคยพูดไว้ ช่วงนั้นแทบจะกลับบ้านดึกอาทิตย์หนึ่ง บางทีถ้าพี่ให้พักก็คือพัก แต่ส่วนใหญ่ผมทำตรงกันข้าม ทำงานจนลืมความสุขที่ผ่านมา 

จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่สนุกกับงานอย่างเมามันส์สัญญาบางอย่างก็กระทบเข้าหาเราเข้าจนได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงในที่สุด

....

.......

............

..................

..........................

.................................

(2)

ตอนนั้นปวดหัวจนเป็นไมเกรน จนรู้สึกตัวอีกทีว่าอยู่ห้องพยาบาลของบริษัท ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่พยาบาลบอกว่าเราถูกหามส่งห้องพยาบาล เพราะหมดสติจากการทำงาน ตอนนี้ก็กินยา พักผ่อน ก่อนจะรู้ตัวอีกทีเลิกงานแล้ว เลยกลับไปโต๊ะทำงาน ก่อนจะได้พบข่าวร้ายว่าผมไม่ได้ไปต่อ

ตอนนั้นรู็สึกเสียสูญจนทะเลาะกับที่บ้าน ว่าทำไมเราพยายามอย่างหนัก ต้องจบลงแบบนี้ ซึ่งเป็นหลายครั้ง ทำให้จิตใจหดหู่ลง 

ทำไมเราพยายามแล้วไม่เต็มที่????

ทำไมเราทำเต็มที่แต่คำตอบกลับตรงกันข้าม???

หลังผ่านวันนั้นมา ก็มีโอกาปรึกษาทั้งเพื่อน และ จิตแพทย์ ซึ่งก็ได้คำตอบเหมือนกันว่า

เพราะเรายึดมั่นในคำสมบูรณ์แบบมากเกินไป มันก็เลยออกมาไม่ดี
ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันทำให้เราพัฒนาต่อไป

วันนั้นหลังจากรู้ว่าไม่ได้ไปต่อ พอเก็บข้าวของ ขอบคุณพี่ๆที่ช่วยเหลือเรา ผมไปล้างหน้าเพื่อให้ตัวเองสดชื่น จู่ๆก็มีเสียงเบาๆกระซิบบอกผมว่า

ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบ เธองดงามอย่างที่เธอเป็น
เธอสามารถใช้ความไม่สมบูรณ์แบบทำอะไรก็ได้

ผมจำครั้งสุดท้ายของวลีนี้จากการ์ตูน เคอเรจ หมาน้อยผู้กล้าหาญ ผมลืมไปได้ไงวลีนี้ แต่อย่างน้อยทำให้เราพบว่า 

ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบ

แต่เราก็มีดีที่ไม่แพ้กัน

ต่อให้ใครเย้ยหยันความสามารถและความฝัน

ก็ขอทำให้ดีที่สุด เผื่อในอนาคตจะไม่มีข้อแก้ตัวอีกต่อไป

ขอบคุณครับ
SHARE
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments