ปลาทองโง่งมที่จมความรักตาย
เพราะยินยอมตลอดมา ฉันจึงไม่เคยมีคุณค่าในสายตาเธอ
เพราะรักที่ฉันมอบให้มันมากมายมหาศาล จึงกลายเป็นสิ่งน่ารำคาญที่เธอสามารถโยนทิ้งขว้างได้อย่างไม่ไยดี
เพราะฉันไม่สมบูรณ์แบบเหมือนใคร ๆ ความเอาใจใส่จากเธอจึงไม่เคยเผื่อแผ่มาถึงเลย



เธอวางสายไปแล้ว บอกว่าเธอเหนื่อย ฉันบอกฝันดีด้วยรอยยิ้มปลอม ๆ แบบที่คนปกติคงดูออก แต่เธอกลับไม่ หรืออาจจะดูออกแต่ไม่สนใจ ฉันก็ไม่รู้หรอก เธอบิดมุมปากแบบที่น่าจะเป็นรอยยิ้มกลับมา แล้วหน้าจอที่แสดงชื่อเธอก็ดับไป

ฉันไม่ได้บอกว่าฉันก็เหนื่อยเช่นกัน วันนี้มันหนักหนาเกินไป ทุกสิ่งมันแย่ ฉันทนไม่ได้ ฉันผิดหวัง ฉันเคว้งคว้าง ฉันเดียวดาย หัวใจบีบตัวแรงจนแน่นหน้าอก แต่ทำได้เพียงกุมมันไว้อย่างเงียบงัน เพราะเธอไม่เคยอยู่ตรงนั้น ในเวลาที่ฉันต้องการเธอมากที่สุด เธอไม่เคยสนใจอยู่แล้ว เพราะเธอเหนื่อย‘กว่า’ฉัน เธองานยุ่ง‘กว่า’ฉัน และฉันควรจะเข้าใจทุกอย่าง ปลอบใจเธอ ไม่งี่เง่า งอแง หรือบ่นอะไรให้เธอฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยกว่าเดิม

แต่ต่อให้สมองเข้าใจ ข้างในมันก็เจ็บอยู่ดี

ห้าทุ่มยี่สิบเก้านาที ฉับพลันที่เธอหายไป ฉันแตกสลาย ร้องไห้ท่วมหมอนด้วยน้ำตาที่มากกว่าการดูหนังเศร้าเมื่อคืนก่อนหลายเท่าตัว เสียงสะอื้นดังก้องในห้องนอน สะท้อนผนังแล้วกลับมาทิ่มแทงฉันเอง การนอนคู้ตัวกอดเข่าแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ช่วยให้หัวใจรู้สึกถูกปลอบประโลม ตรงกันข้าม กลับเจ็บปวดเกินจะทน

ฉันใช้เวลาในการทำตัวอ่อนแอปวกเปียกเหมือนความสัมพันธ์ของเราอยู่หลายนาที แล้วจึงพยายามลุกไปล้างหน้า ในกระจกสะท้อนเปลือกตาบวมแดง— หลักฐานชั้นปฐมภูมิของการร้องไห้เมื่อครู่ ขอบตาดำคล้ำที่เกิดจากการฝืนคุยกับเธอจนดึกดื่นทุกวันต่อให้ฉันจะง่วงแค่ไหนก็ตาม และคราบน้ำตาที่เปรอะสองข้างแก้มนั้นทำให้ฉันดูเหมือนผีสาวโศกเศร้าไร้ญาติ

น่าหัวเราะ ฉันกำลังทำตัวแบบที่ตัวเองเกลียดมากมายเพราะความรักโง่งมที่มีให้เธอ



เวลาที่ฉันต้องการใครสักคน มันไม่เคยเป็นใครก็ได้ ฉันหมายถึงเธอ— แค่เธอ คนที่เคยพร่ำพูดกับฉันว่าจะคอยอยู่ตรงนี้เสมอ แล้วตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหนกัน คนหลอกลวง

ภาวนาเป็นครั้งที่ห้าสิบสี่ให้การสั่นของโทรศัพท์มือถือในมือเป็นข้อความจากเธอ แต่ก็ไม่ได้ผล ฉันไม่เข้าใจ ก็วันนี้เธอไม่ได้บอกว่ามีงานอะไรเป็นพิเศษนี่นา แล้วหายไปไหนกันนะ ข้อความจากคนอื่นฉันไม่ต้องการ แต่ช่องแชตของเธอที่ไร้การแจ้งเตือนเป็นเหมือนฝันร้ายในโลกความจริง ตอกย้ำซ้ำ ๆ ถึงการไม่มีตัวตนอยู่ของฉันในชีวิตเธอ

แล้วเธอก็บอกว่าขอโทษ ฉันถามว่าขอโทษทำไม ขอโทษที่ไม่มีเวลาตอบฉัน หรือขอโทษที่เลือกจะไม่ตอบฉัน

วิงวอนขอทุกสรรพสิ่งที่งมงายบนโลกใบนี้ ให้เธอตอบว่าเธอแค่ไม่มีเวลาจริง ๆ แต่ไร้ผล— คำขอของคนบาปอย่างฉันคงไม่มีวันคู่ควรแก่การดลบันดาลให้สมหวัง

“ทั้งสองอย่าง”

เธอพูดแบบนั้น— หัวใจฉันเละเทะไม่มีชิ้นดี ใช่, ฉันรู้ดีว่าควรจะเข้าใจ เธอแค่เหนื่อย แค่ไม่มีเวลา แค่มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าฉัน ไม่สิ— ‘ทุกอย่าง’ของเธอสำคัญยกเว้นฉัน

แล้วฉันเหนื่อยบ้างได้มั้ย เหนื่อยที่ทำตัวเหนื่อยต่อหน้าเธอไม่ได้เลย



บางทีก็อยากตะโกนออกไปดัง ๆ เหลือเกินว่า ถ้าฉันทิ้งเธอไป อย่าเสียใจก็แล้วกัน

แต่โลกนี้ช่างโหดร้าย เพราะฉันรู้ตัวตั้งแต่คิดประโยคนี้ว่า เธอไม่ได้ต้องการอยู่แล้วตั้งแต่แรก มีหรือไม่มีฉันก็คงไม่ต่างกัน เป็นฉันเองที่วิ่งตามเธอ เหมือนปลาทองสมองทึบที่นึกอยากไล่ตามเงาดวงจันทร์ แหวกว่ายจนครีบข้างและหางขาดรุ่ย แม้จะว่ายเร็วเท่าไหร่ ก็ยังห่างไกลเท่าเดิม และแม้มันจะรู้ตัวว่าไม่มีทางไปถึง ก็ยังปฏิเสธความจริงด้วยการว่ายต่อไปอย่างนั้น

หากฉันตัดใจทิ้งเธอไปได้จริง ๆ คนที่เสียใจก็ไม่มีวันเป็นเธออยู่ดี



เธอไม่เคยแสดงความพยายามที่จะรักษาฉันไว้ ตรงกันข้าม ฉันกระเสือกกระสน ตะเกียกตะกาย ทำทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่ข้างเธอตรงนั้น แม้ความจริงที่ว่าฉัน‘ไม่มีวันดีพอ’จะขย้ำความมุ่งมั่น บีบคั้นให้ยอมแพ้ กร่อนทำลายความหน้าด้านหน้าทนของฉันอยู่ทุกวันก็ตามที

ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากพอ มากพอที่จะอดทน ผ่านพ้นทุกอย่าง และเป็นคนรักที่เธอไม่อับอายได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอแสดงออกมันค่อย ๆ ทุบความเข้มแข็งนั้นจนแตกละเอียดเป็นฝุ่นผง ไม่เหลือสักเศษเสี้ยวของความห้าวหาญให้มองเห็น

พยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยสำคัญ เธอกำลังบอกฉันว่าควรพอแล้วใช่ไหม



“ก็ถ้าเบื่อ ถ้ามีคนอื่นแล้วก็ไปได้เลย” เธอเปรย ไม่สบตาฉัน
“ทำไมพูดงั้นอะ”
“มันก็ต้องมีฟีลนั้นอยู่แล้วปะ เบื่อแล้ว อะไรแบบนั้น” เธอยักไหล่ พูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเกินกว่าเธอจะเสียเวลาแยแส

ฉันโกรธ โกรธมากที่เธอตีค่าความรักที่ฉันทุ่มเทให้ต่ำเตี้ยขนาดนั้น กี่ปีแล้วที่ฉันอยู่ตรงนี้ ทู่ซี้อยู่ตรงนี้
ภาพในหัวหมุนเร็วจี๋ ฉันอยากจะตบหน้าเธอสักที ติดที่นั่นจะทำให้เธอเจ็บ

“เราไม่เคยเบื่อ อย่างมากก็เหนื่อย แต่ไม่เคยเบื่อ” ฉันขึ้นเสียงใส่เธอจนได้

“อย่าเอาสิ่งที่ตัวเองคิดมาเหมารวมดิ ว่าเราจะคิดเหมือนกัน” ฉันยังคงพูดด้วยเสียงแข็งกระด้าง เมื่อคิดได้ว่า เธอมีความคิดเบื่อฉันเป็นครั้งคราว จึงพูดแบบนั้นออกมา

เธอเงียบ ฉันเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร มีแค่ความรู้สึกหลากหลายซึ่งกำลังพลุ่งพล่านในใจที่ทำให้ฉันรู้ว่าเวลารอบข้างไม่ได้หยุดลง ฉันหันหลัง หวังให้เธอหยุดความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ด้วยการแย้งคำพูดฉัน ปลอบฉัน หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนนี้

แต่ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม— คำขอของคนบาปไม่เคยบรรลุผล— เธอเดินออกจากห้อง ปิดประตูบานสีขาวนั่นลงอย่างไม่สนใจ แผ่นหลังที่เคยคุ้นนั้น ฉันไม่รู้จักมันเสียแล้ว เย็นชาเกินไปจนน่ากลัว ฉันรู้ดี สุดท้ายก็เป็นฉันเองที่ล้ำเส้น เป็นฉันเองที่ทำให้เธออึดอัดรำคาญใจ

ลองจิกมือตัวเองเผื่อว่าความเจ็บที่ร่างกายจะบรรเทารอยแผลเหวอะหวะในหัวใจได้ แต่ไม่เลย ไม่เลยสักนิด

ฉันฟุบหน้าลงบนหมอน แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา



พระอาทิตย์ตกเป็นสิ่งที่ฉันชอบมอง สีทอง ส้ม ชมพู ม่วง คราม ความเข้มอ่อนและตำแหน่งของก้อนเมฆเป็นองค์ประกอบในการรังสรรค์งานศิลปะชิ้นใหญ่กินพื้นที่ทั้งท้องฟ้า เป็นหลักฐานว่าต่อให้ฉันและเธอไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราสองคนก็อยู่ใต้ท้องฟ้าผืนนี้ ผืนเดียวกัน และมองมันด้วยกัน ไม่ว่าจะจากที่ใดก็ตาม

ฉันรักช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกมาตลอด จนเห็นเธอและผู้หญิงคนนั้นลงรูปท้องฟ้ายามเย็นที่ถ่ายจากมุมเดียวกันในเวลาใกล้เคียงกัน— วันเดียวกับที่เธอบอกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ

เหมือนถูกน้ำสาดหน้าแรง ๆ พร้อมกับมีดเล่มหนึ่งแทงลึกเข้าที่หน้าอก เธอคิดว่าฉันจะไม่เห็นใช่ไหม เธอคิดว่าฉันจะไม่รู้ใช่ไหม ต่อให้ฉันถาม เธอก็จะบอกว่ามันไม่มีอะไรใช่ไหม

ก็ใช่ นั่นคือกลุ่มเพื่อนเธอ มันอาจจะไม่มีอะไร มันอาจจะแค่บังเอิญ มันอาจจะแค่เธออยากถ่ายมุมนั้น ตอนนั้น และเขาก็คิดเหมือนกัน— เหมือนกันอยู่สองคนจากทั้งกลุ่ม

เขาน่ะ หน้าตาน่ารัก ยิ้มสดใส ผิวสวย หุ่นดี โดดเด่น ทั้งเรียนและเล่นกีฬาเก่ง ไม่ว่าจะไปถามใคร ทุกคนก็คงบอกว่าเธอกับเขาเหมาะสมกันเหลือเกิน

แน่นอน— ฉันแพ้เต็มประตู แพ้แบบไม่ควรคิดลุกขึ้นสู้อีกแล้วด้วยซ้ำ

แพ้ตั้งแต่เริ่ม ที่เขาสมบูรณ์แบบขนาดนั้น
แพ้ตั้งแต่เธอบอกเขาว่าฉันเป็นญาติห่าง ๆ ตอนเขาเจอเราอยู่ด้วยกัน
แพ้ตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอสนิทกับเขาที่สุดในทุกคน
แพ้ตั้งแต่เห็นเธอถ่ายรูปคู่— แบบที่แม้แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโคตรน่ารัก— กับเขาตั้งมากมาย
แพ้ตั้งแต่เธอให้เขาไปดูเธอแข่งกีฬา แต่กลับไม่อยากให้ฉันไป
แพ้ตั้งแต่ตอนที่ฉันอยู่ข้างสนามแล้วมองแต่เธอ ในขณะที่เธอมองแต่เขา คุยแต่กับเขา และเดินออกไปกับเขา
แพ้ตั้งแต่เธอเดินไปส่งเขาหลังจากไปดื่มกันจนดึกดื่น
แพ้ตั้งแต่ที่เธอไม่ยอมกลับบ้านเพราะจะอยู่เป็นเพื่อนเขาตอนกลางคืน
แพ้ตั้งแต่มารู้จากเพื่อนทีหลังว่าเธอกับเขาคุยกันอยู่ ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่รู้อะไรเลย
แพ้...ตั้งแต่เธอไม่รักฉัน

ดังนั้นพระอาทิตย์ตกจึงกลายเป็นสิ่งที่ฉันเกลียด เพราะในที่สุดฉันก็รู้ตัวแล้วว่า พระอาทิตย์ตกของฉัน ไม่มีวันเป็นพระอาทิตย์ตกเดียวกันกับของเธอ









- despite all of this, I still foolishly love you.





SHARE
Written in this book
หัวใจถูกสร้างมาเพื่อแตกสลาย
โปรดระมัดระวังการกระแทกของหัวใจในกล่องกระดาษ
Writer
cobaltblue
a well-wisher
I love the colour blue, as long as it reminds me of you.

Comments

sunsetinside
5 months ago
why so sad 😢
Reply