วีคหน้าไม่เจอกันแล้วนะ
ในช่วงค่ำคืนดึกดื่นแบบนี้ นอกจากจะเป็นเวลาปั่นเล่มวิจัยให้เสร็จทันเวลาแล้ว ยังเป็นช่วงที่ความคิดพุ่งพล่านจนต้องตกตะกอนมันออกมา อาทิตย์หน้าก็ปิดเทอมแล้วนะ ปิดนานมากพอที่จะทำให้คนๆนึงอาจลืมใครอีกคนไปเลย

สองสามวันมานี้ ฉันบังเอิญเห็นเพื่อนเก่าตอนมอปลายเขียนสเตตัสถึงช่วงเวลา 4ปีในรั้วมหาลัยของเขา บอกเล่าว่าชีวิตเขานั้นเปลี่ยนไปมากแค่ไหน นั่นจึงทำให้ฉันกลับมานั่งคิดกับตัวเองเหมือนกันว่า แล้วช่วงชีวิต 4 ปีในมหาลัยของฉันล่ะ เป็นยังไงบ้างนะ?


อืมมม เวลามันเดินของมันไปเรื่อยๆ ส่วนเวลาของฉันสำหรับที่นี่ก็ใกล้จะหมดลงทุกที เอาล่ะ มาเขียนรีวิว 4 ปีในแบบฉบับของตัวเองเท่าที่พอจะนึกออกดีกว่า

4 ปีที่ผ่านมา ฉันพยายามค้นหาตัวเองให้เจอว่า อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ลองมันไปเรื่อยๆ หรือแม้แต่ลองทำตัวเป็นคนอื่น ลองใช้ชีวิตตามแบบของเขา อยากเป็นคนเท่ๆดู อยากรู้ว่ามันจะรู้สึกยังไงกันนะ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ค้นพบว่า การ
กลับมาเป็นตัวเองน่ะ สบายใจที่สุดในโลกแล้ว เราก็เท่ในแบบของเราเองก็ได้นี่เนอะ

ตอนเข้ามาเรียนปีหนึ่งใหม่ๆ นี่เต็มไปด้วยแพชชั่นเอันแรงกล้า แบบเด็กไฟแรงมากๆ คิดอยู่เสมอว่า 4 ปีต่อจากนี้ชีวิตจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแค่ไหนกันนะ ตัดภาพมาตอนนี้ก็คือ ไฟมอดหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้รู้สึกชื่นชมเลย เหมือนถูก push ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา ไม่่ค่อยมีเวลาออกนอกกรอบเลยแฮะ

เมื่อก่อนก็พยายามหาคำตอบอยู่เสมอว่า คนเราควรมีเพื่อนสักเท่าไหร่มันถึงจะพอดี? แล้วทำไมการที่เราไปไหนมาไหนคนเดียว ทำอะไรด้วยตัวเอง ถึงต้องถูกบางคนเขาเวทนาว่าไม่มีเพื่อนด้วยล่ะ? แล้วคนเราอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ คอยแต่จะพึ่งคนโน้นทีคนนี้ทีเนี่ย มันไม่น่าเวทนากว่าหรอ? 

นี่เคยอยู่ในจุดที่ดาวน์มากๆ เพราะเก็บเอาคำพูดคนอื่นมาคิด ต้อง please คนอื่นอยู่ตลอด เพราะกลัวว่าเขาจะรู้สึกไม่ดีกับเรา ซึ่งแบบ มันโคตรฝืน โคตรไม่เป็นตัวเองเลยเว้ย อึดอัดมากๆ แต่พอเวลาผ่านไป ก็กลับมาคิดได้ว่า คนอื่นจะคิดยังไงมันก็เรื่องของเขา อย่าไปใส่ใจจะดีกว่า ถ้าเราแคร์คำพูดของทุกคน ก็คงประสาทแดกกันพอดีนะสิ

ตอนนี้เหมือนได้ปลดล็อคตัวเองจากความรู้สึกแย่ๆที่เก็บมาเป็นปีๆ อย่างน้อยๆก็รู้สึกว่าไม่ต้องแคร์คนอื่นเท่าแต่ก่อนแล้ว ถ้าเขาพอใจจะอยู่ในชีวิตก็อยู่ แต่ถ้าไม่อยากอยู่แล้วก็ไปเถอะ ไม่รั้ง ไม่ฟูมฟายด้วย ขอแค่อย่างเดียว ให้เธอลืมเรื่องแย่ๆนี้ไปให้หมด ลืมว่าเคยรู้จักด้วยก็ดี มูฟออนไปใช้ชีวิตเถอะนะ เพราะเราเองก็อยากจะลืมๆมันไปเหมือนกัน

อย่างเรื่องดีๆตลอด 4 ปี ก็พอมีอยู่บ้างเหมือนกันนะ อันดับแรกก็คงเป็นเพื่อน เป็นคนรอบตัวที่ด้วยกันตลอดนี้นี่แหละ อยากบอกว่า ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ทางเรารู้แฮปปี้เป็นอย่างมาก ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความจำดีๆในชีวิตเรานะ 

เรื่องสองที่ชอบก็คือ ท้องฟ้าและบรรยากาศที่นี่สวยมากเลย เป็นที่ๆรู้สึกว่าแค่ได้มองฟ้า ดอกไม้ ใบหญ้า เดินเล่นซึมซับบรรยากาศตอนเย็นๆก็เป็นสุขแล้ว ตอนกลางคืนก็สามารถมองเห็นดวงดาวชัดเจนด้วย เยี่ยมสุดๆเลย

เรื่องที่สุดท้ายคือ ของกินนั่นเอง เพราะว่าปากท้องเป็นเรื่องสำคัญนั่นเอง อยากขอบคุณอาหารทุกมื้อเล้ยย มีให้เลือกเยอะแยะ อร่อย และถูกด้วย เดือนที่แล้วก็พึ่งเจอร้านที่ชงโกโก้ได้อร่อยที่สุดในย่านนี้ ทั้งๆที่อยู่ใกล้หอมากแท้ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจเอาซะเลย อาทิตย์หน้าไม่อยู่ ต้องคิดถึงมากแน่ๆ

เวลาแค่ 4 ปี มันทำให้คนๆนึงเติบโตขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ตอนนั้นแค่รู้ว่า ติดมหาลัยก็ดีใจจะแย่แล้ว มาถึงตอนนี้ที่กำลังจะเรียนจบในไม่กี่วัน ก็รู้สึกว่า เร็วแฮะ ตอนนั้นยังร้องไห้ไม่อยากมาอยู่เลย 55555 

เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่า ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน หรือทำให้ดีอีกเท่าไหร่ คนรอบข้างถึงจะภูมิใจ แต่สำหรับตัวเองแล้ว แค่ใช้ชีวิตมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้วแหละ :-)


16052019
จนกว่าจะพบกันใหม่ หรือ ไม่เจอกันอีกเลย
SHARE
Writer
tobitabi
Murmurer
เพราะเป็นคนพูดในชีวิตจริงไม่เก่ง เลยอยากลองเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือในนึ้ดูบ้าง :-)

Comments