"5 หลักการเลี้ยงลูกของครอบครัวอเมริกัน (Host Family)"
เนื่องในวันนี้เป็นวัน Christmas  หมอขอเอาประสบการณ์ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาแชร์นะคะ

1. พ่อแม่ไม่เคยบอกว่าลูกต้องเป็นอะไร

แต่จะสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ

.

ลูกชายคนโตของบ้านนี้ชอบปศุสัตว์

พ่อกับแม่จึงซื้อวัว ซื้อหมูมาให้เลี้ยง

ซึ่งเขาก็ดูแลมันอย่างดี เอาไปประกวดระดับรัฐได้รางวัลชนะเลิศ

.

ลูกชายคนกลางชอบเล่นดนตรี พ่อแม่ก็เชียร์เต็มที่

เขาเล่นได้เป็น 10 ชนิด

อยู่ในวงดุริยางค์ของโรงเรียนและเล่นดนตรีในโบสถ์

.

ลูกสาวคนเล็กชอบวาดรูป

บนโต๊ะวาดเขียนเธออย่างกะเด็กสถาปัตย์

(ทั้งๆ ที่เรียนระดับประถมอยู่)

มีสีน้ำทุกชนิด มีอุปกรณ์การเพ้นท์นู่นนี่

.

คือบ้านนี้จะสนับสนุนในด้านที่ลูกชอบและถนัดไปเลย

เพราะเขาเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในตัวเองซ่อนอยู่

.

=============

2. ไม่ห้ามลูกมีแฟน

.

อันนี้อาจจะขัดกับสังคมไทยเล็กน้อย

แต่โฮสแม่บอกว่า ถึงเราห้าม เด็กก็มีแฟนอยู่ดี

สู้ให้ลูกมี แต่เรารู้ และอยู่ในสายตาเราดีกว่า

.

บ้านนี้เค้าช่วยลูกเลือกแฟนด้วยนะคะ มีแซวลูกด้วย

หมอว่ามันดีมากเลยที่มีผู้ใหญ่คอยช่วยตัดสินใจ

เพราะเด็กๆ วัยรุ่นมักจะทำอะไรด้วยอารมณ์

ถ้าพ่อแม่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เขาอาจจะทำอะไรโดยไม่ทันคิดได้

.

=============

3. ให้ลูกรับผิดชอบชีวิตตัวเอง

.

ให้เขารู้ว่าพ่อกับแม่ไม่สามารถอยู่เพื่อปกป้องลูกตลอดไปได้

ลูกต้องโตขึ้นและช่วยเหลือตัวเองได้

.

โฮสแม่กับโฮสพ่อจะมอบหมายงานบ้านตามอายุให้ลูกๆ ตั้งแต่เด็กๆ

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว หมอยังจำได้

ตื่นเช้ามา คนพี่ที่ตอนนั้นอายุ 9 ขวบ ต้องให้อาหารน้องหมา

คนกลาง 6 ขวบต้องให้อาหารนก

คนเล็ก 2 ขวบต้องเลือกเสื้อผ้าและรองเท้าไปโรงเรียนด้วยตัวเอง

และทานข้าวเอง ไม่มีการป้อน

.

พอโตมา ตอนนี้คนโตอยู่มหาวิทยาลัย

เขาก็ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาค่าเทอมไปด้วย เรียนไปด้วย

.

=============

4. มีเวลาพิเศษของครอบครัว

.

วันหยุดสุดสัปดาห์จะต้องมี Family Time

คือทำกิจกรรมเป็นครอบครัว ให้ทุกคนมาอยู่ร่วมกัน

เช่น ตกปลา ย่างบาร์บีคิว ฯลฯ

.

และในทุกๆ ปีจะมีช่วงเวลา "พ่อ-ลูกสาว", และ "แม่-ลูกชาย"

คือไปเดทกัน 1 วัน มีโมเม้นต์กุ๊กกิ๊ก

และโฮสพ่อโฮสแม่จะสอนเรื่องการวางตัวกับเพศตรงข้ามให้ลูกด้วย

.

=============

5. มีเวลาระหว่างพ่อกับแม่

.

ในหนึ่งปี โฮสแม่กับโฮสพ่อจะทำกิจกรรมร่วมกันหนึ่งอย่าง

บางปีเค้าก็ไปเรียนเต้นรำ 1 คอร์ส

บางปีก็ไปเรียนทำอาหารด้วยกัน

.

เป็นการเติมความหวานให้ชีวิตคู่

และลูกๆ จะรู้สึกอุ่นใจว่าพ่อแม่เขายังรักกันมากๆ อยู่นะ

.

=============

ต้องบอกก่อนว่าหมอไม่ได้อวยสังคมอเมริกันนะคะ

แต่เห็นว่ามีสิ่งดีๆ ที่ทำให้เราเรียนรู้ได้

ก็สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับวัฒนธรรมเรา

.

อันไหนไม่โอเค เราก็ไม่ต้องเอามา

เช่นการกอดจูบกันในโรงเรียน หรือ แกล้งเพื่อน (bully)

.

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ

Merry Christmas ค่ะ 🎁🎄

หมอจริง
SHARE

Comments