[Shot Fic] Olaf's [SeolA and LudA] [Seolu] -5-

Bring luck in love the return of happiness
I hope you bring me luck in love


Hope you return all my happiness …
 
:



:


“จุนอย่าเพิ่งให้ลูดาทานอะไรเย็นๆ นะ น้ำเย็นก็ไม่ได้เด็ดขาด”คุณหมอเอ่ยสั่งกับโทรศัพท์โดยปลายสายเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้จัดการส่วนตัวดีเด่นอย่างจุนที่รับคำสั่งจากซอลอาอย่างแข็งขัน หลังจากที่เมื่อเช้าไปรับแม่นางเอกจากบ้านของคุณหมอกลับมาพักที่คอนโดของลูดาเองเพราะซอลอาต้องไปประชุมที่ปูซานวันนี้ เจ้าตัวไม่อยากให้ลูดาอยู่ตามลำพังทั้งวันนี้ก็มีงานเลิกดึกอีกต่างหากและบ้านของซอลอาก็อยู่ค่อนข้างไกลแถมยังเป็นส่วนตัวมาก คุณหมอเลยเห็นสมควรให้ลูดาพักที่คอนโดตัวเองช่วงที่เธอไปประชุมเพราะเส้นทางใกล้กว่า นางเอกสาวจะได้ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อยมากกว่าเดิมอีกอย่างจุนจะได้อยู่เป็นเพื่อนได้อย่างสะดวกด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้คุณหมอเป็นกังวลคือแม่นางเอกดูเสี่ยงจะเป็นหวัดรอมร่อแต่ก็ยังทำตัวอวดเก่งคิดว่าตัวเองแข็งแรงเรียกง่ายๆ ว่า “ดื้อ” นั่นแหละ ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนแชทของแม่นางเอกดังขึ้นเพราะคุณหมอส่งมาบอกว่าถึงโรงแรมที่ปูซานแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นคุณหมอก็โทรหาจุนทันที



“อย่าลืมให้ทานยาด้วย เราเตรียมไว้ให้หมดแล้วมีวิตามินที่ต้องทานก่อนอาหารอันนี้ก็อย่าลืมเหมือนกัน”



“ครับๆ เข้าใจแล้วครับ นี่ทำเหมือนจะไปเป็นเดือนทั้งที่พรุ่งนี้ก็กลับแล้วนะหมอ”จุนว่าขำๆ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าความเป็นห่วงความเอาใจใส่ที่ซอลอามีให้นางเอกในสังกัดของเขามันมากขนาดไหน แล้วจุนก็ไม่ได้มาเจออะไรแบบนี้ครั้งแรกแต่จะให้เลิกแซวก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน เห็นคนเค้ารักกันแล้วมันอิจฉาอย่างบอกไม่ถูกแถมวันแรกเป็นอย่างไรมาถึงตอนนี้ซอลอาก็ยังเป็นอย่างนั้นไม่ได้เปลี่ยนไป อ้อจะมีก็แต่ความรักที่ให้แม่นางเอกนั่นแหละที่เพิ่มขึ้นทุกวันจนบางทีจุนก็นึกถามตัวเองในใจว่าเขาจะสามารถรักใครได้เท่าที่สองคนนี้รักกันได้หรือไม่



“จะกลับมาวันไหนก็ไม่สำคัญเท่าที่เราไม่ได้ดูแลด้วยตัวเอง เราไว้ใจจุนไงแต่ก็อยากให้แน่ใจด้วย”



“คุณหมอครับพูดมาขนาดนี้แล้วถ้าไม่ทำตามคือผมนี่ชั่วเลยนะ”ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาทันที



“ก็มีแต่จุนรึเปล่าที่รู้เรื่องของเรากับลูดา”



“ครับๆ ไม่ต้องห่วงหรอกนะคุณหมอยังไงเรื่องลูดาไม่ต้องเป็นห่วงเลยเดี๋ยวดูแลให้อยู่แล้ว แต่ถ้าดื้อมากก็มาจัดการกันเองนะครับเพราะบางเรื่องผมก็รับมือไม่ไหว เด็กนั่นก็ฟังแต่คุณหมอด้วยมันน่าน้อยใจจริงๆ นี่เห็นผมเป็นพี่เป็นผู้จัดการบ้างหรือเปล่าเอาแต่รั้นอะไรก็ไม่รู้ ขนาดคิวงานวันนี้จะยกเลิกให้ก็ไม่ยอม”จุนถอนหายใจออกมาคล้ายจะหนักใจแต่พอได้ยินเสียงหัวเราะหึดังมาจากสายอีกฝั่งก็ทำเอาคิ้วหนานั่นเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ



“ถ้าทำไหวก็ปล่อยให้ทำไปเถอะ ห้ามมากไม่ได้หรอกนั่นความสุขของลูดาแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นว่าเริ่มฝืนแล้วเราฝากให้จุนจัดการเลยแต่ไม่น่าจะมีอะไรเพราะก่อนจะออกมาเราให้ทานยากันเอาไว้แล้ว”



“คร๊าบเข้าใจแล้วครับ ผมล่ะอดทึ่งไม่ได้จริงๆ หมอทำได้ยังไงอ่ะคือบอกใครก็ไม่ได้ว่ารักกัน จะไปไหนมาไหนทีก็ต้องระมัดระวังตัวไม่อึดอัดบ้างเหรอ ไหนจะตอนที่ลูดาเล่นละครอีก ผมถามจริงๆ คือข้องใจมานานแล้วทำไมต้องคนนี้ อย่าไม่ตอบผมอีกนะถือว่าขอร้องก็ได้อ้อนวอนแบบแกล้งๆ น่ะครับคุณหมอ”มันเป็นสิ่งที่จุนเก็บงำความสงสัยเอาไว้มาสักพักทว่าไม่เคยมีโอกาสได้ถามออกไปไม่ว่าจะเป็นกับซอลอาเองหรือว่าลูดาพอมาวันนี้สบโอกาสก็ไม่รีรอที่จะถาม ด้วยความที่คนอย่างคิมซอลอาสามารถหาคนที่เหมาะสมได้ไม่ยากนัก คนที่ไม่ต้องมาปกปิดความลับให้ยุ่งยากสามารถเปิดเผยเรื่องความรักได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนคุณหมอก็ถือว่าจัดอยู่ในบุคคลประเภทเพอร์เฟค แต่กลับมาตกหลุมรักยายเด็กกะโปโลนั่น ยิ่งช่วงนั้นลูดายังไม่มีชื่อเสียงอะไรเป็นเพียงแค่เด็กฝึกในค่ายที่ยังไม่ได้รับโอกาสให้เดบิวต์แต่อย่างใดต่างจากอีกฝ่ายที่เพิ่งเรียนจบเหมอมาใหม่ๆ อนาคตไกลและได้เข้าทำงานในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศทันที



มันเป็นอะไรที่ดูไม่น่ามาลงเอยกันได้สักนิด ... 



“ทำไมต้องเป็นลูดา ถามกันแบบนี้เราไม่มีคำตอบให้หรอกนะ”ปลายประโยคคุณหมอหัวเราะเบาๆ มันเป็นคำถามที่ทุกวันนี้ซอลอาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าไปตกหลุมนางเอกสาวได้ยังไงกัน แล้วก็เป็นตัวเธอเองอีกต่างหากที่กระโจนลงหลุมรักของคนแปลกหน้าที่ได้เจอกันครั้งแรก พอมาคิดทวนดูแล้วก็นึกขำตัวเองตอนนั้นเสียจริงทว่ามันก็เป็นความทรงจำระหว่างเราที่แสนคุ้มค่า คงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ว่าคนอย่างคิมซอลอาจะทุกวิถีทางเพื่อพาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ ลีลูดาถึงขั้นสร้างสถานการณ์เป็นตุเป็นตะขึ้นมาก็มีเพื่อแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มสดใสนั่นแค่ไม่กี่นาที



“ที่เรารู้คือเวลารักใครสักคนเราก็รักที่ตัวตนของเค้า มองเค้าเป็นแค่คนหนึ่งที่ผิดพลาดได้ มีตำหนิได้ พอรักได้แบบนี้แล้วมันก็กลายเป็นรักแบบไม่มีข้อแม้ เราเลยเข้าใจในความผิดพลาด ความไม่พร้อมหรืออะไรต่างๆ ที่ลูดาทำหรือสิ่งแวดล้อมมันเป็นตัวกำหนด เราไม่ได้โยนความคาดหวังของเราไปให้อีกฝ่ายแบกเอาไว้”คุณหมอหยุดเว้นวรรคไปสักครู่เพื่อหยั่งถามว่าจุนกำลังอยู่หรือเปล่าเพราะเห็นผู้จัดการหนุ่มเงียบเสียงไป จุนเลยรีบตอบรับว่าเขาฟังอยู่และกำลังซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ซอลอาหัวเราะกลับมาเบาๆ แล้วเอ่ยต่อจากที่ค้างไว้



“ก็เป็นเรื่องง่ายๆ พอแค่รักไปแล้วก็ไม่ต้องการเหตุผลอะไรมากนักหรอก เรายกให้เค้าเป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่างไม่ว่าลูดาจะทำถูกหรือผิด ผลลัพธ์ในใจเราก็คือลูดาถูกถ้าหากเราจะโทษว่าเป็นความผิดของเราก่อนมันก็เป็นเหตุอันสมควรอีกอย่างเราไม่ได้แคร์คนอื่น เราแคร์แค่ลูดาเท่านั้น ความรักมันเป็นแค่เรื่องของเราจะรู้กันกี่คนเราก็รักกันแค่สองคนนี่นาไม่ได้ปล่อยให้คนอื่นมาตัดสิน”น้ำเสียงนุ่มนวลของคุณหมอยามเมื่อเอ่ยถึงนางเอกสาวที่เป็นความรักทั้งหมด มันช่างเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอ่อนหวานจนรู้สึกอิจฉาลูดาที่ได้รับความรักอย่างมากมาย ในขณะเดียวกันจุนเองก็อยากจะขอบคุณซอลอาที่รักและเข้าใจลูดาเสมอมา



“ผมดีใจแทนเด็กนั่นจริงๆ แล้วรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากนะครับที่มีโอกาสได้เป็นพยานรักของคุณหมอ เอาเป็นว่าผมจะดูแลคุณนางเอกของคุณหมอให้ดีที่สุดแต่คงไม่เท่าคุณหมอหรอก ที่เหลือก็กลับมาดูแลกันเอาเองนะ”



“เราฝากจุนแค่แปบเดียวเท่านั้นแหละ เดี๋ยวเราจะไปขอคนของเราคืน” 



“โอ๊ยผมล่ะอยากกลับไปชอบผู้หญิงตอนนี้เลย จะแย่งคุณหมอมาจากเด็กนั่นให้ได้”ชายหนุ่มแกล้งกระเซ้าแหย่คนปลายสายแต่สิ่งที่ได้กลับเป็นสายตาเขียวปัดของคุณนางเอกที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างเล็กเท่าลูกแมวนั่นกำลังแผ่รังสีความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของออกมาอย่างมากมาย หล่อนจ้องจะกินเลือดกินเนื้อเขาอย่างไม่วางสายตาขืนเขายังถือสายคุยกับคุณหมอต่อไปแม่นางเอกคงจะกระโจนเข้ามาแหกอกเขาเป็นแน่



“หมอ... ดูเหมือนผมจะงานเข้าแล้วล่ะ talk later dude”จุนรีบตัดสายทิ้งทันทีโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วยกแขนทั้งสองขึ้นเหมือนยอมแพ้ให้กับแม่นางเอกที่จิกตาใส่กัน เดินกอดอกด้วยท่าทีเย็นยะเยือกย่างสามขุมเข้ามาหาทั้งที่ตัวก็เท่าลูกแมวแต่รังสีตอนนี้เหมือนนางพญาเจ้าป่า



“ต่อให้เป็นพี่จุนถ้ามายุ่งกับพี่หมอ ฉันก็ไม่เอาไว้เหมือนกันนะคะ”ลูดาเท้าแขนลงบนโต๊ะทำงานแล้วโน้มหน้าเข้าไปหาจุนใกล้ๆ สายตาแม่นางเอกแทบจะฆ่ากันให้ตาย ณ ตรงนี้ จุนได้แต่ยิ้มแห้งๆ พยักหน้าขึ้นลงเข้าใจในสิ่งที่ลูดาเอ่ยบอกกันอันที่จริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่าลูดาทั้งรักทั้งหวงซอลอาขนาดไหน หรือถ้าจะเอาให้ถูกต้องคือทั้งสองคนนั่นแหละ



เหม็นความรักเสียจริง แต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตรอดก่อน! 


“พี่เข้าใจแล้วครับคุณลีลูดา”



“ดีค่ะ”ลูดายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจอันที่จริงก็รู้อยู่แล้วว่าพี่จุนแค่ต้องการแหย่เท่านั้น หล่อนเองก็แค่สวมวิญญาณนักแสดงขอแกล้งพี่จุนหน่อยชอบกวนประสาทกันดีนัก ปลายนิ้วของนักแสดงสาวยกขึ้นมาพลางปาดไปที่คอตัวเองแล้วใช้สายตาจิกมองผู้จัดการหนุ่มนิ่งๆ



“ศพไม่สวยแน่ๆ ค่ะรับรองได้เลย”



“เดี๋ยวเรื่องหน้าพี่จะขอบทฆาตกรโรคจิตให้เธอดีไหม ต้องตีบทแตกแน่ๆ รางวัลปลายปีนี้ต้องเป็นของลีลูดา”



“พี่คิดงั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นขอลองแสดงกับพี่จุนก่อนเลยดีกว่า”แสยะยิ้มทั้งตาทั้งปากให้จุนรู้สึกขนลุกเบาๆ



“พอๆ เธอจะทำให้พี่กลัวไม่ได้สิ เสียการปกครองกันหมด”จุนเอ่ยพลางโคลงศีรษะไปมา



“ทำอย่างกับว่าทุกวันนี้ฉันฟังพี่อย่างนั้นแหละค่ะ”จุนตวัดสายตาหันขวับมาทำตาดุใส่ทันที แต่มันก็จริงอย่างที่แม่นางเอกพูดนี่แหละ แค่คิดก็นึกสมเพชตัวเองทำเอาผู้จัดการหนุ่มอยากจะเดินไปหาท่านประธานค่ายแล้วยื่นใบลาออกให้มันรู้แล้วรู้รอดแต่ติดที่ยังมีภาระต้องกินต้องใช้นี่สิ อดมองค้อนใส่แม่นางเอกที่ชอบดื้อตาใสใส่เป็นประจำไม่ได้



“ไปทำงานกันเถอะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว”



“หมดเวลาสนุกแล้วสิ”ทำหน้าเศร้าคอตกเรียกร้องความเห็นใจแต่กลับถูกจุนหัวเราะในลำคอใส่ แถมสายตาคู่เดิมนั่นมีแววสะใจฉายออกมาเล็กน้อยให้ลูดาขมวดคิ้วมอง



“อย่าลืมเธอเป็นคนเลือกเองลีลูดา ไปทำงานครับ!”



หึ... นี่แหละที่เขาเรียกว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า จำไว้แม่นางเอก!!
 






ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตามแรงอารมณ์หลังจากเพิ่งรู้เรื่องที่ตนเองโดนถอดออกจากซีรีส์เรื่องใหม่ ทั้งที่มีการฟิตติ้งไปเรียบร้อยและนางเอกก็เป็นลีลูดาเสียด้วย แน่นอนว่าเขารู้สาเหตุนั่นดีว่าทำไมมันทำให้อารมณ์ที่ร้อนเป็นไฟอยู่แล้วยิ่งลุกโชนมากยิ่งขึ้น ก็พอรู้ว่าบริษัทของอีกฝ่ายนั่นก็เส้นใหญ่พอสมควรและกำลังจะตัดช่องทางทำมาหากินของจองโฮให้หมดไปอนาคตในวงการของเขาอาจจะต้องดับ แต่ใครจะยอมให้เรื่องแบบนั้นมันเกิดขึ้นกัน ยิ่งกับคนอย่างจองโฮด้วยแล้วถ้าหากเขาจะต้องพังพินาศจริงแต่เขาจะไม่มีวันยอมพังแค่ฝ่ายเดียวแน่



จะว่าไปแล้ววันนั้นนอกจากผู้จัดการส่วนตัวกับคนที่มาช่วยลูดาไปก็ยังตราตรึงในความจำอย่างแม่นยำ จองโฮจำผู้หญิงคนนั้นได้แม่นไม่ใช่เพราะความสวยที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่มันเป็นเพราะสายตาที่พร้อมจะฆ่าเขาได้ทันทีหากว่าลูดาเป็นอะไรไปไหนจะประโยคที่บอกว่านางเอกคนนั้นเป็นของหล่อนอีก มันยังไงกันแน่...



“มันจะต้องมีอะไรแน่ๆ ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับลูดากันวะ”คิ้วเข้มขมวดอย่างใช้ความคิด บางทีความเป็นมาของผู้หญิงคนนั้นอาจจะให้เขาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายฝั่งตรงข้ามก็เป็นได้ หรือบางทีก็น่าจะเอามาเป็นข้อต่อรองเพื่อให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ



“ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันมีอะไรกันแน่”มือหนาลูบใต้คางไปมา แววตาฉายความเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ



“มีงานให้ช่วยสืบหน่อย ถ้าสืบได้แกจะเอาเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้”เขาแสยะยิ้มกับโทรศัพท์เมื่อได้ยินคนปลายสายตกลงรับงานที่ว่าจ้าง งานนี้แหละเขาจะต้องเอาคืนพวกมันอย่างสาสม!







เข็มนาฬิกาเดินบอกเวลาล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของวัน ทว่าสำหรับใครบางยังคงเป็นเวลาพักผ่อนหลังจากที่เมื่อคืนต้องถ่ายแก้งานอยู่ดึกดื่นกว่าจะได้พักผ่อนก็เกือบตีสามของวันใหม่ หัวถึงหมอนได้ก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าทันทีแม้ประตูห้องนอนจะถูกเปิดออกก็ไม่มีท่าจะตื่นขึ้นมารับรู้แต่อย่างใด ภายในห้องยังคงมืดสลัวเพราะผ้าม่านถูกปิดสนิทกันแสงเข้ามารบกวน มีเพียงความสว่างจากโคมไฟเล็กเท่านั้นที่ส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าที่โผล่จากผ้าห่มอุ่นมานิดหน่อย คุณหมอที่ตรงดิ่งจากสนามบินมายังคอนโดของนางเอกสาวกำลังยืนทอดสายตามองร่างที่นอนบนเตียงถึงอมยิ้มเล็กน้อยรับรู้ว่าเจ้าของห้องกำลังนอนหลับสบาย ช่วงขาที่ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงเตียงกว้าง ก่อนจะนั่งลงข้างตัวเจ้าของเตียงมองใบหน้ายามหลับพริ้มคนหลับลึกก้มลงไปกดจมูกลงบนหน้าผากมน แน่นอนว่าลูดาก็ยังไม่รู้สึกตัวอยู่ดีทำเอาคุณหมอได้แต่ส่ายหน้าไปมาถ้าให้เดาเมื่อคืนคงจะนอนดึกมากถึงได้ไม่รู้สึกตัวขนาดนี้



อันที่จริงวันนี้คุณหมอก็ไม่ได้มีเวลามากนักมีงานสำคัญหลังจากสัมมนาจบเข้ามาทันที จึงอาศัยเวลาหลังจากลงเครื่องปลีกตัวกลับมาดูแม่นางเอกให้เห็นกับตาว่ายังอยู่สบายดีเสียก่อน เธอจะได้รู้สึกสบายใจไม่อย่างนั้นวันนี้ก็คงไม่มีสมาธิทำงานสักเท่าไหร่นัก พอมาเห็นว่าลูดากับตาตัวเองเพียงเท่านี้ก็พอใจแล้ว



“คิดถึงนะคะนางเอกแสนดื้อของพี่ วันนี้พี่ไม่ว่างอาจจะไม่ได้เจอกันห้ามงอแงรู้ไหม”



คุณหมอก้มลงไปประทับจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากละมุนของนางเอกสาวที่หลับตาพริ้มแสนสุข กระซิบคำบอกรักแสนหวานแผ่วเบาข้างหูก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อคุณนางเอกที่เหมือนกลับสนิทกลับพยักหน้าหงึกๆ ขึ้นลงเหมือนเข้าใจและรับจนซอลอาไม่แน่ใจว่าลูดาหลับหรือตื่นอยู่กันแน่ ดวงตาก็ยังปิดสนิทแต่กลับขานรับคำบอกรักกันได้เสียอีก



ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยึดครองคำว่าน่ารักไปเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองอย่างเด็ดขาดแล้วจริงๆ
 


ลูดาไม่ค่อยแน่ใจตัวเองนักว่ามันเป็นความจริงหรือว่าหล่อนตกอยู่ในภวังค์กันแน่ ทว่ามันกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแสนคุ้นเคยไหนจะสัมผัสเบาๆ ที่ทิ้งไว้บนริมฝีปากของหล่อนอีกมันช่างเหมือนจริงมากทว่าพอมองหาไปรอบห้องกลับไม่พบเจ้าของความอบอุ่นนั่น แต่สายตาของหล่อนก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่ทำให้คลี่ยิ้มกว้างออกมาชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่หล่อนรู้สึกนั่นเป็นความจริง บนโต๊ะเล็กใกล้กับประตูระเบียงที่เรามักใช้นั่งจิบชาด้วยกันเวลานี้มีจานแซนวิช น้ำผลไม้ ยาวิตามินรวมไปถึงยาแก้หวัดเตรียมเอาไว้พร้อมด้วยแผ่นโน้ตเขียนด้วยลายมือของคนที่หล่อนก็รู้ว่าใคร



'ตื่นแล้วก็ทานด้วยนะคะวันนี้พี่มีเคสด่วนอาจจะไม่ค่อยว่างแต่จะมาชดเชยให้ทีหลังแน่นอน วันนี้จุนบอกว่าหนูไม่มีงานเพราะฉะนั้นห้ามดื้อต้องพักผ่อนเยอะๆ ไม่อย่างนั้นพี่จะจับฉีดยาจริงๆ ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา' 



ลูดากลั้นยิ้มกับกระดาษโน้ตที่คุณหมอเค้าเขียนทิ้งไว้ให้ สมกับที่เป็นคิมซอลออา ดูเอาเถอะทั้งห่วงใยใส่ใจขนาดนี้หล่อนจะหนีไปไหนได้เล่นมัดกันไว้ด้วยความน่ารักขนาดเอาโลกทั้งใบมาแลกก็ไม่ยอม ใจของลูดาคงจะเป็นของคนอื่นไม่ได้อีกแล้วจะเป็นแค่ของคิมซอลอาเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่บางทีคุณหมอก็คิดมากไปเองเหมือนกันหล่อนไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อยยาพวกนี้น่ะไม่จำเป็นสำหรับคนแข็งแรงอย่างลีลูดาแน่นอน!



“หมดยุคทานยาแล้วค่ะคุณหมอ รู้จักลีลูดาผู้แข็งแกร่งที่ปราบบอสมาทุกเกมส์น้อยไปซะแล้ว”หัวเราะคิกคักตามลำพังหยิบเอายาที่คนพี่เตรียมเอาไว้ให้ทิ้งลงถึงขยะเหลือไว้เพียงวิตามินเท่านั้น ยื่นมือไปหยิบแซนวิชมางับเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยนอกจากจะรักษาคนเก่งแล้วก็ยังทำกับข้าวอร่อยด้วย บางทีก็แอบคิดว่ามีอะไรบ้างที่คนพี่ทำไม่ได้เพราะเท่าที่ลีลูดารู้จักมาตลอดระยะเวลาหลายปีก็ไม่เห็นจะมีอะไรที่ซอลอาทำไม่ได้ ขนาดเจ้าลูกหมาตัวนั้นที่ทำให้เราได้รู้จักกันคุณหมอก็ยังรักษาได้เนี่ยไม่ใช่คนธรรมดาแล้วล่ะ



ลูดาลงความเห็นแล้วว่าเธอจะให้คิมซอลอาเป็นสุดยอดคุณหมอ 
ที่เก่งกว่าดร.สเตรนจ์เสียอีก!
 


นางเอกสาวเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านอกจากเป็นหมอแล้วซอลอายังมีพลังพิเศษอย่างอื่นอีกหรือไม่ จากตอนแรกที่คิดว่าตัวเองแข็งแรงไม่มีทางจะป่วยเด็ดขาด หลังจากทานแซนวิชเสร็จหล่อนก็นอนต่ออีกสักค่อยลุกไปอาบน้ำอาบท่าทีหลังแต่พอตื่นขึ้นมากลับรู้สึกเจ็บคอมากกว่าเมื่อวานจนเสียงหายไปนานเป็นนาที เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมดคล้ายกำลังจะจับไข้อย่างไรอย่างนั้นจนต้องล้มตัวลงนอนตามเดิม พอลืมตาขึ้นมามองเพดานก็ต้องรีบหลับตาปี๋เพราะมันกำลังหมุนจนเวียนหัวไปหมด นี่สรุปคือหล่อนไม่สบายๆ จริงใช่ไหม .. ลูดาควานหาโทรศัพท์มือถือที่น่าจะอยู่แถวๆ เตียงนอนนี่แหละพอเจอมันก็พยายามเพ่งสายตามองแม้มันจะลำบากสักหน่อยทว่าหล่อนก็ทำสำเร็จ



“พี่จุน... มาหาหน่อย หนูกำลังจะแย่แล้วค่ะ”
 
to be con.

อยากอ่านตอนคุณหมอเค้าจีบเทรนนี่กันไหมคะ 
5555555
เนี่ยยิ่งแต่งก็ยิ่งอยากไปแย่งคุณหมอกับเค้าด้วยเลยค่ะ
 ง่ากกกก อยากได้ๆคุณนางเอก
เอ๊ะ ... 55555555555555555555 แล้วพบกันใหม่ค่ะ
SHARE
Written in this book
[Shot Fic] Olaf's [SeolA and LudA] 
เรื่องรักๆ ของพี่หมอกับแม่นางเอกตัวยุ่ง
Writer
PastelSecret
Cat's slave
เป็นคนชี้ชิปค่ะ YoonSic Seulrene JoyDy EunBo XiWoo 2kyung ที่เหลือก็แล้วแต่กำลังและศรัทธา SNSD / RVV / PRISTIN / WJSN

Comments

Aombearry
1 year ago
อยากรู้ตอนคุณหมอเขาจีบคุณนางเอกด้วยคนค่ะ คุณหมอเขาจะแพรวพราวเหมือนหน้าตาเค้ามั้ย 555 คุณนางเอกเนี่ยตัวเล็กตัวน้อยน่าเอนดูไปหมด
Reply
Noxxxx
1 year ago
เนี่ยยย ทำไมไม่กินยาคะน้อนลูดา เก่งมากเลยมั้งไม่เชื่อพี่หมอเนี่ย เป็นไงล่ะป่วยเลย เดี๋ยวจะต้องโดนพี่หมอดุอีกแน่ๆ แล้วพ่อพระเอกนั่นอะไรอะคะ อย่ามาสืบเรื่องของคนซี้ซั้วสิ รู้สึกว่าความหายะนะกำลังจะมาเยือนพี่หมอและน้องนาเอกตัวแสบแน่ๆค่ะ 
Reply
WIM1412
1 year ago
เนี่ยนางเอกก็ดื้อเดะด็โดนพี่หมอจับฉีดยาหรอกก พี่หมอคนอบอุ่น อยากเห็นคุณหมอจีบแทรนนี่อะ
Reply