ชีวิตที่มีแต่ความฝัน
ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความฝันกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ความฝันเป็นสิ่งที่ไม่มีขอบเขต เพราะงั้นไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ เพศไหนหรือวัยอะไร คุณก็คงมีความฝันสักหนึ่งหรือสอง หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้

ผมเป็นคนนึงที่เป็น dreamer หรือคนช่างฝัน แต่ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะฝันอย่างเดียว ผมอยากจะทำตามความฝันนั้นด้วย ทว่าหลายความฝันของผม ก็เป็นได้เพียงแค่ความฝัน

ตั้งแต่เด็ก ผมเป็นเด็กที่อยากจะทำอะไรหลายๆอย่างครับแต่คุณคงจะพอเดาได้ว่าผมไม่ค่อยได้รับการซัพพอร์ตมากนัก ฝันของผมก็เลยกลายเป็นฝันที่ไม่ถึงฝั่ง

เมื่อตอนประถมผมมีความฝันอยากเป็นนักร้อง ผมเลยขอแม่เรียนร้องเพลงดูเพราะท่านบอกว่าอยากทำอะไรขอให้บอก แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ 
เรียนไปทำไม ไร้สาระ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าและในช่วงนั้นผมอยากเรียนกลองชุดด้วย แม่ไม่ได้ตอบกลับมาแบบเดียวกับการร้องเพลงแต่ท่านบอกว่าให้ผมเรียนกีต้าร์แทน เพราะมันเท่กว่าและท่านเองก็อยากเล่นด้วย ทุกวันนี้ผมก็ยังโดนบ่นอยู่ครับว่าทำไมตอนนั้นบอกอยากเรียนกีต้าร์ตั้ง2ปีแต่เล่นไม่ได้สักเพลง (ไม่รู้สิครับ อาจจะเพราะผมอยากเรียน"กลอง"มากกว่ามั้ง ไม่รู้ว่าทำไมท่านถึงจำผิดว่าผมอยากเรียนกีต้าร์)

ตอนประมาณป.4 ผมอยากเล่นเทควันโด ผมชอบดูหนังบู๊ด้วยเลยเกิดความอยากเรียน ก็เลยแบกความฝันครั้งนี้ไปขอท่านอีกครั้ง หวังว่าจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำสักที แต่คำตอบที่ได้รับมาก็เป็นคำตอบเดิมครับ ความฝันนี้ก็เลยต้องเก็บเข้าลิ้นชักไปด้วย แต่ตอนนั้นผมมีเพื่อนเรียนเทควันโดพอดี แล้วตอนนั้นมันก็สายน้ำตาล ผมเลยให้มันสอนผมหลังเลิกเรียนทุกวันระหว่างที่รอแม่มารับ ก็ถือว่ายังได้ทำตามมั้ยนะ..?

ฟางเส้นสุดท้ายของผมคือเมื่อตอนผมอยู่ม.3 ผมคิดที่จะหากีฬาใหม่เล่น เพราะอยากลองสมัครทีมโรงเรียน เผื่อตอนเรียนจบจะได้ทุนนักกีฬา ซึ่งกีฬาที่ผมเลือกก็คือ "เทนนิส" ครับ เหตุผลที่เลือกก็เพราะมีคนรู้จักเล่นและมันดูน่าสนุกดี แถมมีทีมที่โรงเรียนอยู่แล้วด้วย พอตัดสินใจได้แล้วผมก็สูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อที่จะสร้างกำลังใจให้ตัวเองกล้าที่จะไปถามแม่ พอผมคุยกับท่านดู คำตอบที่ได้คือ
เอาสิ เดี๋ยวไปดูตารางเรียนกัน
โอ้โห... เป็นอะไรที่ดีใจมากๆเลยครับ หลังจากที่หลายความฝันโดนปัดตกไป ครั้งนี้ในที่สุดก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำสักที มันโล่งใจเหมือนโลกทั้งโลกถูกยกออกจากอกเลยครับ วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ตกลงกัน ท่านก็พาไปดูตารางจริงๆตามที่พูด แต่พอดูและคุยกับโค้ชเสร็จ กลับกลายเป็นว่าแม่ไม่สามารถมารับ-ส่งได้ เนื่องจากมันตรงกับเวลาทำงานของแม่พอดี แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ บอกท่านว่าผมสามารถขี่จักรยานไปที่สนามได้ ห่างจากบ้านแค่30นาทีเอง ท่านก็บอกแค่ว่าเดี๋ยวขอดูก่อน

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ ผมจำได้ว่าเป็นเวลาเย็นของวันพุธ น้องชายผมที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนก็แต่งตัวเหมือนจะไปเล่นกีฬาที่ไหน ผมเลยถามน้องว่าจะไปไหน มีนัดเล่นกับเพื่อนเหรอ คำตอบที่ผมได้กลับมา มันทำให้ผมตัวชาไปหมดทั้งตัวเลยครับ...
แม่บอกจะมารับไปเรียนเทนนิส
ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวผมหลังจากนั้นคือ อะไรวะ? 
มันผมไม่ใช่เหรอที่อยากเรียน แล้วทำไมน้องถึงได้เรียน

และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมขออะไรของท่านอีก ผมเลิกบอกว่าผมชอบอะไร อยากทำอะไรในชีวิตและเริ่มหา how to เองในยูทูป จากที่เก็บเงินเพื่อแค่สิ่งที่อยากได้ ก็เริ่มเก็บเพื่อค่าคอร์สเรียนด้วย มันอาจจะเป็นกระบวนการที่ช้าหน่อยเพราะผมเองก็ยังไม่ทำงาน แต่ผมก็จะพยายามที่จะเอาความฝันของผมออกมาทีละอย่าง และพยายามดันมันให้ถึงฝั่งในที่สุด



ผมจึงรู้สึกอิจฉาทุกคนที่ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำและมีกำลังซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังเพราะตัวผมนั้นมันทำได้แค่ฝันจริงๆ
คนอะไรแม่งโคตรขี้แพ้ผมสบถในใจระหว่างที่พิมพ์ storylog อันนี้ ทุกวันนี้ผมก็ยังพยายามทำตามความฝันผมทีละอัน ถึงแม้จะยากสักหน่อย แต่สักวันผมคงได้ทำมัน 

(และถึงทุกวันนี้แม่ผมจะมีบ่นๆบ้างว่าทำไมไม่บอกท่านว่าชอบอะไร อยากทำอะไร จะได้ซัพพอร์ตถูก แต่ผมก็ยอมแพ้กับทางนั้นไปแล้วจริงๆครับ ผมไม่อยากจะหวังเพื่อที่จะต้องผิดหวังอีก)

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีความฝันนะครับ
-FIXED :-)



SHARE
Writer
FIXED
survivor
you're the reason why i'm alive

Comments