เทคนิคการหยุดพักที่ได้ผล
อะไรนะ หยุดพักก็ต้องมีเทคนิคเหรอ ใช่ครับ มี แต่ก่อนอื่น ทำไมเราต้องหยุดพักล่ะ เอางี้ก่อนครับ อย่างแรก ที่ผมพูดถึงการหยุดพัก ผมหมายถึงการหยุดพักสั้น ๆ ระหว่างวันนะครับ ไม่ใช่หมายถึงยาว ๆ แบบหยุดไปเที่ยวแบบนั้น

จากหนังสือชื่อ When ที่แต่งโดย Daniel Pink เขารวบรวมเอาผลวิจัยต่าง ๆ ที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับการหยุดพักไว้ เช่น ศาลจะมีแนวโน้มที่จะปล่อยนักโทษเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการหยุดพักสั้น ๆ คือคล้าย ๆ กับว่าการหยุดพักมันช่วยทำให้จิตใจเราสดใสขึ้น โดยการหยุดพัก อาจจะมีได้หลายรูปแบบ รวมถึงการงีบสั้น ๆ ก็ด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ หลับกลางวัน แล้วเราจะไม่ปวดหัว หรือ มีความเฉื่อยชาเหรอ จากงานวิจัยก็พบอีกครับว่า ถ้าตราบใดที่เรานอนหลับกลางวันไม่เกิน 20 นาที เราจะไม่เกิดอาการเฉื่อยชาแน่นอนครับ และทราบไหมครับว่าเขาแนะนำให้ดื่มกาแฟก่อนงีบหลับอีกต่างหาก
 
อะไรนะ กาแฟมีคาเฟอีนไม่ใช่เหรอ ดื่มแล้วจะหลับเหรอ หลับครับ เพราะปกติคาเฟอีนมันจะใช้เวลาประมาณ 25 นาที กว่าที่จะเข้าไปในกระแสเลือด ถ้าเราหลับสัก 10-20 นาที ตื่นขึ้นมาก็สดชื่นพอดี

หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการงีบหลับดังต่อไปนี้ครับ

1. พยายามหาเวลางีบหลับที่เหมาะสม ซึ่งสำหรับคนส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงบ่าย 2 ถึงบ่าย 3 แต่ถ้าจะเอาให้ชัด เราอาจจะต้องสังเกตตัวเองดูครับว่าช่วงไหนที่เราทำงานได้แย่ที่สุด ตอนนั้นแหละครับที่เราต้องการการงีบหลับมากสุด หรือโดยปกติคือเวลา 7 ชั่วโมงหลังจากที่เราตื่นนอนครับ

2. พยายามหาที่ที่เงียบสงบ ปิดมือถือซะ ถ้าเรามีห้องก็ปิดประตูห้อง คือถ้านอนได้นะครับ แต่ทำงานอยู่อันนี้คงยากหน่อย เอาเป็นว่าพยายามแล้วกันครับ

3. ดื่มกาแฟก่อนนอน อย่างที่เล่าให้ฟังข้างต้นครับ คาเฟอีนมันใช้เวลาสัก 25 นาที กว่าที่จะเข้าไปในกระแสเลือด ดังนั้นตื่นมาจะสดชื่นพอดี ไม่ต้องกาแฟก็ได้ จะเป็นอะไรที่มีคาเฟอีนได้หมด แต่ถ้าเราไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเลย ก็ข้ามข้อนี้ไปก็ได้ครับ

4. ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ให้เรางีบไม่เกิน 25 นาที คือถ้านานกว่านั้น เราจะเริ่มเฉื่อยชา ออกแนวปวดหัวตุ้บ ๆ แต่ถ้าสั้นกว่านั้น เช่นนอนแค่ 5 นาที อย่างนี้มันจะไม่เต็มอิ่มครับ ปกติถ้าเรานอนได้ 10-20 นาที จะดีสุด และโดยปกติเราจะใช้เวลาเฉลี่ยในการนอนจนกระทั่งงีบหลับประมาณ 7 นาที เขาเลยให้ตั้งเวลาไว้สัก 25 นาทีนั่นแหละครับ

5. พยายามทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าทำได้ทุกวันก็ดีครับ แต่ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ ก็เลือกเอาวันที่เราง่วงมาก ๆ เช่นวันที่เรานอนดึก ๆ อะไรแบบนั้น มันจะช่วยได้มากทีเดียว

เอ แล้วถ้าเราไม่สามารถงีบหลับได้ล่ะ ก็ทำงานอยู่ หัวหน้าก็ดุ ทำไงดี มีเทคนิคแถมให้อีกครับ

1. แบ่งการหยุดพักออกมาเป็นช่วงเล็ก ๆ หลาย ๆ ช่วงครับ โดยใช้กฎ 20-20-20 คือ พอเราทำงาน 20 นาทีแล้ว ให้มองอะไรก็ได้ที่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที นอกจากนี้ ให้ใช้แก้วน้ำแก้วเล็ก ๆ เพื่อให้เรามีโอกาสเดินไปจากโต๊ะทำงานเพื่อไปเติมน้ำ ซึ่งจะทำให้เราได้ออกกำลังกายไปด้วย หรือไม่ก็ยืนขึ้นสัก 1 นาที เหยียดยืดแขนขาสักหน่อย ก็ยังดีครับ

2. หยุดโดยใช้การเคลื่อนไหว โดยออกไปเดินสัก 5 นาที ทุก ๆ ชั่วโมง หรือถ้าชอบแนวโยคะ ลองเลือกท่าบางท่าที่สามารถทำได้ที่โต๊ะ (คือไม่ต้องท่ายากมากนะครับ เดี๋ยวคนในที่ทำงานจะตกใจ 555) เขาเรียกกันว่า Office Yoga ลอง Search ใน Google ดูนะครับ หรือไม่ก็วิดพื้นเอาก็ได้ (แต่ถ้าไม่สะดวกก็อย่านะครับ คนจะคิดว่าเราเป็นอะไรไปเนี่ย 555)

3. หาทางหยุดโดยใช้ธรรมชาติ อันนี้ยากหน่อย แต่ถ้าทำได้จะดีมาก เช่น การออกไปเดินนอกตึกที่ทำงาน ยิ่งถ้าที่ทำงานใครใกล้ ๆ สวนสาธารณะจะสุดยอดเลย หรือถ้าออกไปไม่ได้จริง ๆ ลองจินตนาการ โดยการมองออกไปนอกหน้าต่างดูวิวธรรมชาติ (ถ้ามี) ก็ยังดีครับ

4. หยุดโดยการพูดคุยกับคนอื่น อันนี้อาจจะง่ายหน่อย ถ้ารู้สึกล้า ก็ลองโทรไปหาเพื่อนของเราดู เอาสัก 5-10 นาทีก็ได้ครับ ไม่ใช่คุยกันเป็นชั่วโมงนะครับ อาจจะเป็นคนที่เราไม่ค่อยได้คุยด้วยก็ได้ หรืออาจจะเขียน email ไปขอบคุณหรือแม้กระทั่งเดินไปทักทายเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเหลือคุณก็ได้ รวมถึงอาจจะจับกลุ่มคุยกันบ้างเรื่องสัพเพเหระ ต่าง ๆ มีบาง office เขาจะมีช่วง coffee break ก็เดินไปชงกาแฟคุยกันบ้าง

5. หยุดโดยพักสมอง อันนี้ก็ช่วยได้เยอะครับ เช่น การทำสมาธิ แค่สัก 3 นาที ก็ได้ผลแล้ว หรือ อาจจะทำการควบคุมการหายใจ หรือแม้กระทั่งการฟัง Podcast แบบสนุก ๆ หรืออ่านอะไรขำ ๆ ก็ยังดีครับ

เอาล่ะครับ ผมคิดว่าน่าจะพอได้ Idea นะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการหยุดพักนะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/
SHARE
Writer
Nopadol
Writer Professor
ศาสตราจารย์ สาขาบริหารการปฏิบัติการคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Comments