IZ*ONE [SF] Yena x Yuri : STATION #1


     เวลาเจ็ดโมงเช้าคือเวลาเดดไลน์ที่เยนาต้องอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อย เหตุเพราะบ้านของเธออยู่นอกเมือง ตัวหมู่บ้านห่างจากโรงเรียนห้าสิบกว่ากิโล กว่าจะไปถึงโรงเรียนให้ทันก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นชั่วโมง

     "มาทันแฮะ.." 

     เยนาเป่าปากอย่างโล่งใจที่ตัวเองไม่ตกรถ เกิดเรื่องนิดหน่อยตอนอยู่ที่บ้าน ต้นเหตุก็คือไฟดับแล้วชุดนักเรียนยังไม่ได้รีดนี่แหละ
นิสัยที่แก้ไม่หายของเยนาคือไม่ชอบรีดชุดนักเรียนเตรียมไว้ เป็นประเภทที่ถ้าไม่มีเรียนจะไม่รีด เพราะความขี้เกียจอย่างเดียวเลยที่ทำให้เกือบจะตกรถบัสน่ะ!


     พอเดินขึ้นรถที่หยุดจอดรออยู่ข้างฟุตบาทแล้วร่างเล็กก็สอดส่องสายตาไปทั่วมุม มองหาที่นั่งที่ตนเองจะสามารถนั่งได้ พอหันไปเห็นตรงมุมหลังสุดของรถยังเหลือที่ว่าง ไม่รอช้าเยนารีบเดินดุ่มๆไปด้านหลังสุดทันที


     "เอ่อ..ขอนั่งด้วยคนนะ" 

     เอ่ยขออนุญาตกับอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเสียงเบา เยนาค่อยๆหย่อนตัวนั่งลง หยิบหูฟังในกระเป๋าออกมาเสียบเข้ากับโทรศัพท์ กดเข้าเพลย์ลิสต์ที่ตั้งชื่อไว้ว่ารายการโปรด เลื่อนหาเพลงที่อยากจะฟัง 



🎵: Star Blossom - Doyoung(NCT);Sejeong(Gugudan)

     เยนาเอนตัวไปพิงกับผนักที่นั่งข้างหลัง ดวงตาเรียวเล็กโฟกัสวิวข้างนอกหน้าต่างที่ค่อยๆผ่านไปตามระยะทางที่รถบัสวิ่งผ่าน 


     ความเร็วของรถบัสค่อยๆชะลอลง เยนาเบนสายตาไปมองร่างของคนมาใหม่ ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนที่เหมือนกันกับเธอ ส่วนสูงของคนนั้นดูไม่ต่างจากเยนาเท่าไหร่น่าจะสูงพอๆกัน แล้วยิ่งอีกคนที่เผลอหันมาสบตากันนั้นก็ทำให้เยนาแอบเอ่ยชมอยู่ในใจ

     'น่ารัก..'

     เหมือนเธอคนนั้นจะเจอที่นั่งแล้ว เยนาจึงได้หันกลับไปมองวิวข้างนอกหน้าต่างเหมือนเดิม ทำไมตอนนี้เยนารู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้นนะ
'บ้าน่า เพิ่งเจอกันเองจะไปใจเต้นอะไรเล่า!'



     เสียงออดดังขึ้นบ่งบอกว่าถึงเวลาพักเที่ยง คุณครูพูดคุยทิ้งท้ายนิดหน่อยก่อนจะปล่อยให้ได้ไปพัก เยนากำลังก้มเก็บของอยู่ใต้โต๊ะโดยมีสองแฝดเพื่อนสนิทยืนรอ 

     "วันนี้จะกินอะไรดี ขาหมูดีม้ะ?" 

     ยูจินและยุนจินกำลังคุยกันเรื่องของกิน มีบ้างหันมาถามเยนาว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย

     "เดี๋ยวขอคิดก่อนแล้วกัน พวกแกไปซื้อเลย เดี๋ยวจะเฝ้าโต๊ะรอ"

     ทั้งสองคนพยักหน้าเป็นอันตกลงกับข้อเสนอที่เธอพูด เยนามองดูเมนูที่ติดอยู่หน้าร้านไปพลางๆก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ร่างบางของคนๆนึง


     'คนที่เจอเมื่อเช้านี่นา..'


     หลังจากมองดูแถวที่ยาวเหยียดของร้านนั้นแล้วก็ได้แต่บ่นในใจ แถวยาวชะมัดเลย แต่ถ้ากะเวลาให้สองแฝดนั้นมาถึงโต๊ะ แถวน่าจะสั้นลงกว่านี้ ไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่่านั้น เพื่อนตัวสูงของเธอก็เดินเข้ามาพร้อมจานข้าวในมือ

     "แกไปซื้อสิ เดี๋ยวข้าวหมดก่อน เมื่อกี้ก็เกือบไม่ทันล้ะ" 

     ยุนจินบอกก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะ เยนาจึงเดินออกไปต่อแถวที่มีร่างบางของคนๆนั้นยืนรออยู่
ร่างเล็กเดินเข้าไปต่อแถวนั้น มีคนยืนรออยู่ประมาณหกคน เธอคนนั้นอยู่เป็นคนที่ห้า ไม่สิ ตอนนี้คนสุดท้ายของแถวดันเดินออกไปไหนไม่รู้ ทำให้ตอนนี้กลายเป็นว่ามีเยนายืนซ้อนหลังร่างบางอยู่


     กลิ่นน้ำหอมจางๆของคนตรงหน้าลอยแตะจมูกของเยนา จะดูโรคจิตไปไหมถ้าจะบอกว่าเยนาชอบกลิ่นของมันมากๆ เผลอลืมตัวทำจมูกฟุตฟิตได้แปปเดียวก็รีบดึงสติกลับคืนมา


     'เยนาเอ้ยย เเกเป็นบ้าไปแล้วหรอ'


     ก้มหน้าเขกหัวตัวเองไปทีนึงแล้วจึงเงยหน้าขึ้นเหมือนเดิม แถวสั้นลงจนเหลือสามคนสุดท้าย เยนามองดูกับข้าวในถาดสแตนเลด อาหารร้านนี้น่ากินมากๆ ทำไมเยนาไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าร้านตรงนี้มีแต่ของน่ากินขนาดนี้


     'กับข้าวร้านนี้น่ากินหรือลูกค้าน่ากินกันแน่นะ?'


     หลังจากซื้อข้าวเสร็จเยนาก็เดินกลับไปที่โต๊ะ ร่างเล็กเลือกเดินไปนั่งข้างยูจิน เพราะอะไรน่ะหรอ.. เพราะร่างบางของคนที่เยนาแอบมองนั่งตรงข้ามยูจินพอดี ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าเยนาเองก็ได้นั่งตรงข้ามคนๆนั้นด้วย


     'โรแมนติกชะมัด ว่าป้ะ?'


     "แกมองใครอ่ะ" 

     ยุนจินเอ่ยถามขึ้น เพราะเยนาเอาแต่นั่งมองใครก็ไม่รู้ ข้าวก็ไม่ยอมกินแถมยังนั่งอมยิ้มเหมือนคนบ้าอีก ยูจินที่ได้ยินแฝดตัวเองถามก็เลยมองตามเพื่อนร่างเล็กบ้าง 

     "คนที่นั่งเยื้องๆร้านน้ำป้าคิมป้ะ ทางซ้าย"

     ยูจินถาม ยุนจินก็หันไปมองด้วย เลยกลายเป็นว่าตอนนี้สายตาของสองแฝดหันไปมองบุคคลปริศนาที่สุ่มเดาเอาว่าเป็นคนที่เยนามอง

     "อือ คนนั้นแหละ"

     "ชอบอ่ะดิ"

     "บ้า เพิ่งเจอวันนี้เอง ชอบอะไรล่ะ" 

     เยนาบอกไปตามความจริงก่อนจะตักข้าวเข้าปากเพื่อตัดคำถามที่ยูจินกำลังเซ้าซี้

     "เออ จะว่าไปก็เพิ่งเห็นหน้าแฮะ เดะไปถามทะเบียนราษฏ์เอาดีกว่า"

     "ใครคือทะเบียนราษฏ์ของแกอ่ะยู" 

     ยุนจินหันมาถามด้วยความสงสัย

     "น้องวอนยองไงยุน" 

     ยูจินเขกหัวยุนจินด้วยความหมั่นไส้บวกกับความเด๋อของแฝดตัวเอง

     "อ๋ออออออ แกใช้เส้นแฟนตัวเองอีกล้ะนะ"

     "ช่วยไม่ได้ มีแฟนเป็นสภานักเรียนก็งี้แหละ"

     "ขิงแฟนอีกล้ะ เบื่อว่ะ" 

     ยุนจินพูดแซว เยนาขำให้กับความกวนของเพื่อนตัวเอง จะว่าไปเยนาก็อยากทำความรู้จักกับคนๆนั้นเหมือนกันนะ





     เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนในห้องกำลังทยอยเดินออกจากห้องไป ร่างเล็กและสองแฝดเดินลงจากตึกเรียนจนมาถึงหน้าโรงเรียน แม่ของสองแฝดมายืนรอรับอยู่ที่รถตรงฟุตบาท 

     เยนาโบกมือลากับทั้งสองคนที่กำลังขึ้นรถกลับบ้าน ระหว่างที่เยนาเดินไปรอขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์ก็เจอเข้ากับร่างบางอีกครั้ง


      'เจอกันอีกแล้ว พรมลิขิตแน่ๆ'


     เยนาชะงักขาที่กำลังเดินอยู่ จู่ๆก็เกิดอาการเลิกลักขึ้นมาเสียดื้อๆ เขินหรอ ไม่หรอกทำตัวไม่ถูกมากกว่ามั้ง ร่างบางเองก็เหมือนจะสังเกตเห็นเยนาจึงได้หันมามองกัน เงียบ.. เยนากระแอมไอก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างๆ 

      "เอ่ออ..ส สวัสดี" เอ่ยทักอีกคนอย่่างตะกุกตะกัก เผลอยกมือขึ้นเกาแก้มด้วยความลืมตัว อีกคนหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบกลับบ้าง

      "สวัสดีเยนา" 

     เยนาทำตาโต ตกใจที่อีกคนรู้จักกัน จากตอนแรกที่หัวเราะเบาๆตอนนี้กลับกลายเป็นว่าร่างบางหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิมให้กับความเด๋อของเยนา

     "นี่รู้จักเราด้วยหรอ"

     "อื้อ ก็เห็นจ้องเราตั้งแต่โรงอาหารแล้ว เราสงสัยว่าใครมองเลยถามเพื่อนน่ะ"

      อีกคนอธิบายให้ร่างเล็กหายสงสัย

     "แล้วเธอชื่ออะไรหรอ"

     "เราชื่อยูริ.. โจยูริ"





     กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองคนทำความรู้จักกันได้อย่างเร็วเลยล่ะ ยูริเล่าให้ฟังว่าที่จริงเธอย้ายโรงเรียนมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ที่เยนาเพิ่งเห็นวันนี้อาจเพราะเธอเพิ่งเคยขึ้นรถเมล์มาเรียนครั้งแรก เยนาชวนอีกคนคุยไปตลอดทางจนเวลาผ่านไปเหลืออีกแค่ป้ายเดียวก็จะถึงซอยบ้านยูริแล้ว

    'อีกเรื่องที่เยนาเพิ่งรู้คือบ้านของพวกเธอห่างกันแค่ป้ายรถเมล์เดียวเอง'

     หลังจากที่ยูริลงรถไปแล้ว เยนาก็นึกกับตัวเองได้ว่าเธอยังไม่ได้ขอช่องทางการติดต่อจากอีกคนเลย ได้แต่ถอนหายใจกับความพูดมากของตัวเองที่ทำให้ลืม แต่ไม่เป็นไรหรอกยังไงซะพรุ่งนี้เดี๋ยวก็เจอกันอีก
 



     ร่างเล็กวิ่งกระหืบกระหอบเพื่อมาให้ทันรถเมล์ที่เพิ่งจะจอดเทียบฟุตบาท พอถึงแล้วก็เดินขึ้นรถไปด้วยความโล่งอก 


     'เกือบไม่ทัน'



     วันนี้คนบนรถดูบางตา ร่างเล็กจึงสามารถเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ มีที่นั่งสองที่ว่างตรงข้างหน้าต่างพอดี เยนาเลยเดินไปนั่งตรงนั้นทันที
เหมือนกับทุกวันที่ขึ้นรถแล้วร่างเล็กจะหยิบหูฟังมาเสียบเข้ากับโทรศัพท์แล้วกดเลือกเพลงที่ฟังอยู่ทุกวัน


🎵: Star Blossom
 

     พอรถเคลื่อนตัวไปได้ซักพักก็หยุดลง เยนาหันไปมองอีกคนที่เพิ่งจะขึ้นรถ ร่างบางเดินเข้ามาและหยุดอยู่ข้างๆเธอ


     'ความรู้สึกที่เยนาสัมผัสได้คือหัวใจเต้นเเรงอีกแล้ว แต่ต่างจากเมื่อวานตรงที่วันนี้ยูริยิ้มให้เธอด้วย'


     "ขอนั่งด้วยคนนะ"

     "อ อื้อ ได้สิ" 

     เยนาขยับให้อีกคนได้นั่งลงข้างกัน เยนาแอบเสียความมั่นใจนิดๆเพราะทั้งตัวมีแต่เหงื่อ กลัวอีกคนจะรังเกียจกัน

     "คือ.. ตัวเรามีแต่เหงื่ออ่ะ ขอโทษนะ" 

     เอ่ยบอกอย่างไม่มั่นใจ ยูริหันมามองก่อนจะยิ้มให้กับท่าทีของอีกคน

     "ขอโทษทำไมอ่ะ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย" 

     "อ่่า ก็ได้" 

     เยนาเกาแก้มอย่่างเขินๆ ทำไมยูริถึงได้ทำตัวน่ารักแบบนี้นะ นี่ขนาดเพิ่งรู้จักกันยังน่ารักขนาดนี้ เป็นอันตรายต่อหัวใจจริงๆ เยนาได้แต่คิดในใจ






      เขาว่ากันว่าเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ 
เร็วขนาดที่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงของการสอบมิดเทอมแล้ว สองเดือนที่ผ่านมานั้นเยนาแทบจะเรียนไม่รู้เรื่องเลย ต้องโทษตัวเองที่ไม่ตั้งใจเรียนหรือโทษคุณครูที่สอนวิชานี้กันนะ


      ตอนนี้เยนาและสองแฝดกำลังจะไปห้องสมุด ฟังไม่ผิดหรอก ห้องสมุดที่ทั้งสามคนไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้าไป ถ้าไม่ติดว่าเป็นช่วงสอบอ่ะนะ


      ทั้งสามคนเดินไปหาโต๊ะที่ว่างเพื่อที่จะได้วางกระเป๋าและสัมภาระที่ติดตัวมา ตอนนี้เป็นคาบว่าง คนเลยค่อนข้างเยอะ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก พวกเธอไม่ได้หวังจะมานั่งแช่อยู่ที่นี่ จุดประสงค์คือต้องการหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็แค่นั้น


      เยนาเดินไปถามบรรณารักษ์เพื่อที่จะหาได้ง่ายขึ้น เดินวนหาตามช่องที่คิดว่าน่าจะใช่มาตั้งนานแต่ก็ยังหาไม่เจอซักที ในหัวก็ได้แต่คิดว่าบรรณารักษ์บอกช่องมั่วรึเปล่าว้ะ.. ขณะที่กำลังขมวดคิ้วให้กับชั้นหนังสือตรงหน้านั้น แรงสกิดตรงไหล่ซ้ายก็เรียกความสนใจจากร่างเล็กไปเสียก่อน

     "ยูริ!"

     "เรียกซะดังเลย"

     "อ่า โทษที พอดีตกใจน่ะ"

     "หาหนังสืออยู่หรอ?" 

     ยูริเอ่ยถามอย่างสงสัย เธอน่ะเห็นเยนาเดินวนตรงช่องนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นว่าร่างเล็กของคนตรงหน้าจะทำอะไรไปมากกว่าการก้มๆเงยๆดูหนังสือตรงชั้นเลย

     "ใช่ๆ วิชาประวัติศาสตร์น่ะ" 

     "ยังไม่สอบวิชานี้หรอ?"

     "อื้อ ห้องเราครูหยุดบ่อยอ่ะ เพิ่งสอนจบไปวันก่อนเอง อาทิตย์หน้าครูเลยนัดสอบน่ะ" 

     เยนาตอบให้อีกคนหายข้องใจ 

     "เดี๋ยวเราให้ยืมชีทสรุปวิชานี้เอามั้ย?"

    "ห้ะ" 

     ร่างเล็กแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่คิดว่าอีกคนจะเสียสละชีทที่ตัวเองสรุปมาให้คนอย่างเธอง่ายๆ ต้องเป็นคนยังไงหรอถึงใจดีได้ขนาดนี้

     "ว่าไง เอามั้ย?"

     "ถ้าเธอให้ เราก็เอาอ่ะ" 

     ได้แต่ตอบอีกคนเสียงอ่อย จะว่าเกรงใจก็เกรงใจนะ แต่ถ้าเธอไม่เอามีหวังได้สอบตกแน่ๆ 

     "เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะเอามาให้นะ ตั้งใจอ่านด้วย"

     "อื้อ จะตั้งใจอ่านเลย" 

     เยนายิ้มให้กับอีกคน อาา.. ทำไมใจสั่นอีกแล้ว
คุยกันได้สักพักยูริก็ขอตัวกลับก่อน เห็นบอกว่ามีงานที่ต้องเคลียอีก เยนาจึงอาสาเดินออกไปส่งหน้าห้องสมุด ก็ไม่รู้ว่าจะเดินมาด้วยทำไมในเมื่อห้องสมุดในโรงเรียนก็ไม่ได้กว้างจนกลัวอีกคนจะเดินหลง 


     เยนาก็แค่อยากอยู่กับยูริให้นานอีกหน่อย..



     "ไว้เจอกันตอนกลับบ้านนะ" 

     "อื้อ ไว้เจอกัน" 

     เยนาโบกมือให้กับร่างบางก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องสมุดตามเดิม







     สอบมิดเทอมผ่านไปแล้ว ตอนนี้ร่างเล็กกำลังนั่งลุ้นคะแนนอยู่ จากที่มั่นใจว่ายังไงตัวเองก็ต้องสอบวิชาประวัติศาสตร์ผ่านกลับกลายเป็นตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจซะแล้ว

     
     ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่มั่นใจน่ะหรอ เพราะชีทที่ได้มาจากร่างบางนั้นเยนาแทบจะอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าอีกคนสรุปไม่เข้าใจนะ แต่เพราะเธอมัวเธอเขินตัวหนังสือของอีกคนอยู่ จะอ่านทีนี่ต้องตั้งสมาธิเลย ฟังดูว่ามันเวอร์ใช่มั้ย แต่นั่นอ่ะเรื่องจริง


      "เยนายา เธอได้ท็อปห้องเลยนะเนี่ย ได้ตั้ง24แหนะ ท็อปห้องคนใหม่เลยสินะ ฮ่าๆ ปรบมือให้เยนาหน่อยทุกคน" 

     คุณครูพูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะปรบมือให้กับท็อปห้องคนล่าสุด


     หลังจากที่ได้ฟังคะแนนวิชาประวัติศาสตร์เสร็จ ไม่ใช่แค่เยนาที่ตกใจกับคะแนนตัวเอง แต่ทั้งห้องก็ตกใจไม่แพ้กัน ใครจะคิดว่าคนอย่างชเว เยนาจะได้ท็อปห้องวิชานี้กันล่ะ ปกติสอบทีไรก็คาบเส้นตลอด ถึงจะไม่ได้เรียนเก่ง แต่ก็ไม่ใช่หัวกะทิที่จะสอบได้คะแนนเยอะขนาดนี้


     "โอ้โหแหะะ นี่แค่ชีทสรุปนั้นเล่มเดียวทำแกเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลย รู้งี้ฉันน่าจะยอมอ่านกับแกอ่ะ" 

     ยูจินบ่นให้กับความขี้เกียจของตัวเอง เยนาหัวเราะให้เพื่อนตัวสูงก่อนจะเก็บสมุดเข้ากระเป๋า

     "ก็ช่วยไม่ได้อ่ะ ไว้เจอกันอาทิตย์หน้านะ กลับดีๆล่ะ"

     "ดีอยู่แล้ว เพราะแม่มารับทุกวัน เนาะยุน" 

     "อื้อ" 



     พอเเยกกับเพื่อนทั้งสอง เยนาก็เดินไปรอที่ป้ายรถเมล์เหมือนทุกวัน เธอเห็นยูริยืนรออยู่ก่อนแล้ว กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วมั้งที่เธอกับยูริจะมาโรงเรียนและกลับบ้านไปพร้อมกัน 


     ความสัมพันธ์ของพวกเธอมันไม่มีชื่อเรียกหรอก เยนาไม่กล้านิยามมันขึ้นมาเอง จะบอกว่าเป็นเพื่อนก็ไม่เชิง เพราะเยนาไม่ได้อยากเป็นแค่นั้น จะว่าเป็นแฟนกันก็ไม่ใช่ เพราะความสัมพันธ์ของยูริกับเธอไม่มีอะไรมากไปกว่าการรู้จักกันในฐานะเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนรวมทาง


     'ฟังดูหดหู่ชะมัด และเยนาเองก็อยากทำให้มันชัดเจนมากกว่านี้'


     "อ้าวเยนา สอบเป็นไงบ้าง" 

     พอเจอกัน ยูริก็รีบถามถึงเรื่องสอบเลย ขอคิดเข้าข้างตัวเองว่ายูริเป็นห่วงเธอได้มั้ยนะ แต่มันก็ไม่ได้แปลกนี่นา..เพื่อนกันเขาก็ถามเเบบนี้เป็นปกติ

     "ได้ท็อปด้วยแหละ"

      ยกมือเกาแก้มอีกแล้ว ตลอดเลยเยนาเอ้ย เวลาทำตัวไม่ถูกแล้วชอบเกาแก้มเนี่ย

     "เก่งมากกกก นึกว่าจะอ่านตัวหนังสือเราไม่ออกแล้วนะเนี่ย"

     "ตัวหนังสือเธอน่ารักจะตาย เธอก็เหมือนกัน.."

     "หื้ม เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?" 

     ยูริเลิกคิ้วมองอีกคน เยนาทำหน้าเลิกลัก 

     "ธ เธอก็เหมือนกันไง" เอ่ยตอบออกไป

     "อะไรคือเหมือนกันอ่ะ เราไม่เข้าใจ"

     "เธอก็น่ารักเหมือนกับตัวหนังสือของเธอนั่นแหละ"

     "..."

     "..." เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งสองคนไปชั่วขณะ เยนาได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ไม่น่าพลั้งปากพูดออกไปแบบนั้นเลย เธอกลัวว่าถ้ายูริไม่ได้คิดเหมือนกันแล้วความสัมพันธ์ของพวกเธอจะเปลี่ยนไป

     "เหมือนกันนะ"

     "ห้ะ"

     "เยนก็น่ารักเหมือนกัน.."

     หลังจากที่เงียบอยู่นาน ยูริก็พูดขึ้น ถ้ามองไม่ผิดเยนาแอบเห็นแก้มยูริแดงด้วยล่ะ ตอนนี้เยนาไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไง เธอเขินเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป ได้แต่ก้มหน้ายิ้มและเกาแก้มตัวเอง 


'พูดแบบนี้เเสดงว่่าเธอก็รู้สึกเหมือนกันใช่มั้ยยูริ?'



     เยนาสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าก่อนที่จะหันไปมองอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน ยูริเองที่เห็นเหมือนอีกคนมีอะไรจะคุยด้วยจึงหันมามองอย่างตั้งใจ

     "ยูริ"

     "หื้ม?"

     "วันอาทิตย์ว่างมั้ย.. ไปเที่ยวกัน"

     "ว่างสิ จะไปเที่ยวไหนหรอ?"

     "เดี๋ยวค่อยคุยกันคืนนี้ก็ได้ว่าจะไปไหน..เดี๋ยวเราโทรหานะ"

     "อื้อ ได้สิ"



     อนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงเธอไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้ เวลานี้ เยนาแค่อยากให้ยูริคิดเหมือนกันกับเธอ อยากใช้เวลาร่วมกัน อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปอีกนาน ไม่อยากเป็นแค่คนรู้จักธรรมดาแล้ว เธออยากเป็นทั้งเพื่อนและคนรัก อยากเป็นที่พึ่งและเป็นกำลังใจให้อีกคนที่อยู่ข้างๆกันตอนนี้


     ถึงแม้ว่าในตอนนี้พวกเธอทั้งสองคนจะยังไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ในอนาคตเธอหวังว่าความรู้สึกที่มีต่อยูริจะยังคงอยู่ และก็หวังว่ายูริเองจะคิดเหมือนกันกับเธอด้วย 


"ยูริอา ฉันคิดว่าฉันชอบเธอแหละ"









          เจอกันภาคต่อนะคะ *STATION2*
                     ขอบคุณค่ะ❤️












SHARE

Comments

pxrtt__
6 months ago
น่ารัก:)​
Reply