ฉัน ..ในวัย 23 ปี
//
สุดท้ายสิ่งที่อยู่กับเราคือ ' ตัวเรา '
หลายปีมานี้
เรามักจะมีความคิดที่บอกกับตัวเองเสมอว่า
ไม่มีสิ่งใดเป็นของเรา ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป แม้แต่ตัวของเราเอง
จิตวิญญาณและความรู้สึกเท่านั้นที่เรารู้เท่าทัน ส่วนผิวหนัง รูปลักษณ์ภายนอกแค่เรื่องสมมติ
เราพยายามมากที่จะเปลี่ยนบางอย่างรวมถึงความไม่เอาไหนของตัวเอง
พยายามเลิก ' ยัดเยียด ' ความหวังดีที่คนอื่นไม่ต้องการ
พยายาม ' ไม่ตัดสิน ' คนอื่นและมองด้วยความเข้าใจ
พยายาม ' หา ' แนวทางของตัวเอง และเดินไปทางนั้นด้วยความมั่นใจไม่ว่ามันจะแย่แค่ไหนก็ตาม
พยายาม ' ยอมรับ ' ในสิ่งที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ และบอกตัวเองให้เลิกคร่ำครวญ เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าให้ได้ ซึ่งข้อนี้ยากมากจริงๆ สำหรับคนอย่างเรา
เราอาจไม่ใช่นักรักษาความสัมพันที่เก่งนัก
เราเชื่อเหลือเกินว่าเวลาคงคัดกรองแล้วว่า คนแบบเราทำได้แค่เท่านี้ และเห็นเหมาะควรที่จะมีใครในชีวิตบ้าง 
บ่อยครั้ง ที่เราต้องสูญเสียบุคคลที่เรารัก เสียมิตรภาพ และบ่อยเหลือเกินที่เกือบจะสูญเสียความเป็นตัวเองให้กับคำพูดของคนอื่น
ความเจ็บปวดทางกายไม่เท่าบาดแผลที่เกิดขึ้นในจิตใจ ความเจ็บปวด และความอดทนต่อพิษบาดแผลของคนเราไม่เท่านั้น ซึ่งเราก็เช่นกัน เราก็คนๆนึงมีความรู้สึก ไม่ได้เป็นคนดี ออกไปทางเลวด้วยซ้ำ ด้วยความที่เราก็ยังเป็นเรา บางอย่างเราก็อดทนจนวินาทีสุดท้าย ยังคิดให้ความหวังตัวเองหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ไม่เลยความเป็นจริงที่เจอ ไม่ใช่แบบที่เราคิดทุกครั้งไป ใช่ สุดท้ายเราแค่ยอมรับ และกลับมารักษาตัวเอง เราคิดว่าบาดแผลเหล่านั้น คือประสบการณ์ที่ดีของเรา ยิ่งโตบาดแผลเหล่านั้นจะยิ่งคอยบอกว่า แล้วมันก็ผ่านไป แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ
เราอาจไม่ใช่นักรักษาความสัมพันที่เก่งนัก
เราเชื่อเหลือเกินว่าเวลาคงคัดกรองแล้วว่า คนแบบเราทำได้แค่เท่านี้ และเห็นเหมาะควรที่จะมีใครในชีวิตบ้าง

การใช้ชีวิตบนคำพูดของคนอื่น คือความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส บางครั้งความเป็นเราก็ทำร้ายเรามาก มากจนรู้สึกโดดเดี่ยว
เราเคยพูดกับอาจารย์ท่านหนึ่งว่า ความเป็นเรามันกำลังจะฆ่าเรา
" ถ้าเราเป็นตัวเอง แล้วความเป็นตัวเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ทำต่อไปเถอะ " นี่คือสิ่งที่อาจารย์บอกเรา เหมือนประโยคตบหน้าคนไร้สติคนนึง ให้เข้าใจถึงชีวิตและการหันมารักตัวเองบ้าง
การใช้ชีวิตบนคำพูดของคนอื่น คือความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
เหมือนเรากำลังถูกคนเหล่านั้นกลืนกิน และสร้างตัวตนเราอีกแบบหนึ่งที่เขาต้องการให้เป็นขึ้นมามากกว่าที่จะยอมรับในความเป็นเราจริงๆ
ทำไมเราต้องสนใจ ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น
จิตใจคนเราสูงต่ำเท่ากันที่ไหน ไม่มีทาง และยิ่งทำให้เข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิตมากยิ่งขึ้นว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ ไม่มีอะไรตลอดไป
เรายังติดนิสัยเลวอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยัดเยียดความคิดตัวเอง ทำตัวไม่ค่อยมีความสุข แต่สิ่งหนึ่งที่เราค้นพบคือการยอมรับ และเจอแนวทางของตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความสุขในทางของเรามาก เราไม่ใช่คนมีความสุขอะไรนักหรอก แต่เราแค่มีความสุขในทางของเราที่เราต้องการ เราว่าเราพอใจกับตรงนี้แล้ว อาจจะมีเหนื่อยบ้าง ร้องไห้บ้าง ธรรมดา เพราะเราไม่ใช่คนวิเศษอะไร ออกจะเปราะบางด้วยซ้ำ หลายต่อหลายครั้ง เราตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเราเป็นใคร เราต้องการอะไร เหมือนทำตัวเองสูญหาย ไม่รู้จะตามกลับมาได้ยังไง
ทุกคนสามารถสร้างความเจ็บปวดให้เราได้
แต่ไม่มีใครซื้อจิตวิญญาณและความเป็นตัวเราได้
เราและตัวตนของเราในวัย 23 ปี 
ชีวิตเราผ่านอะไรถึงไม่มาก แต่ประสบการณ์เหล่านั้นสอนอะไรเรามากเหลือเกิน

// ฉันเอง.. พิรญาณ์
#bonuspenba
SHARE
Writer
Bonuss
- 155 CM. girl -
" ไม่กินเนื้อ ไม่กันคิ้ว ถนัดซ้าย พิมพ์รู้เรื่องกว่าพูด"

Comments