การเฝ้ามองชายผู้เป็นที่รัก
" ถ้าหากวันหนึ่ง...ผมต้องสูญเสียความทรงจำไปบ้าง ได้โปรดละเว้นเรื่องนี้ไว้สักเรื่องให้หลงเหลืออยู่คู่ความชราในช่วงชีวิตมนุษย์ "

   เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวความรู้สึกดีๆที่มีต่อชายคนหนึ่ง เราสองคนไม่เคยพบกันและเขาก็ไม่รู้จักเราด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะเสียเปรียบเราตรงที่เรารู้จักเขาในระดับหนึ่ง

    ดูเหมือนเขาจะเป็นคนสำคัญต่อใจไปเสียอีก จากการกระทำของเขาในวันนั้น ทำให้เราประทับใจและหลงรักเขาเข้าแล้วจริงๆ ทุกครั้งเมื่อฟังเพลงที่พอจะมีความหมายดีๆและเกี่ยวข้องกับตัวเขา ใจมันจะจดจ่อไปในท้วงทำนองเพลง เสียงสะอื้นเบาๆในใจก็ดังขึ้น เป็นปฏิกิริยาแสดงถึงการรับรู้เรื่องราวที่ผู้ชายคนหนึ่งทำสิ่งหนึ่งๆเพื่อเรา

   กระทั้ง...เช้าวันหนึ่ง facebookได้แจ้งเตือนความทรงจำในอดีต สะกิดความรู้สึกก่อนหน้านี้อีกครั้ง หลังจากมันผ่านมาเกือบหนึ่งปี "นี่เราเกือบจะลืมผู้ชายคนนั้นไปแล้ว"

  "ค่าข้าววันนี้ผมให้พี่ตูนครับ" นี่! เป็นข้อความบนสเตตัสที่แจ้งเตือนวันที่ 2 พ.ย.61 ที่ผ่านมา เราไม่ได้ใส่ใจอะไรกับการแจ้งเตือนในตอนนั้น จนกระทั้งเมื่อคืนระหว่างเปิดเพลงฟังใน Youtube เผอิญมันมีหน้าต่างของหนัง "2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว" แสดงอยู่ข้างๆ จึงลองกดเข้าไปชมคร่าวๆ แล้วตัดสินใจ เข้าไปชมใน Linetv อย่างจริงจัง

   เชื่อไหม? ความรู้สึกดีๆเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นกลับมาอีกครั้ง ในหนังเป็นเรื่องราวบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วนำมาเรียบเรียงในลักษณะสารคดี เราชอบความสดของหนังเรื่องนี้น่ะ มันทำให้เรานึกถึงวันที่เรานั่งทำงานอยู่ที่มหา'ลัย ส่วนมือถือเปิดไลฟ์สดดูผู้ชายคนหนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชน 

   ตอนนั้น เราคิดว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยคงคิดและจดจ่อกับการถ่ายทอดสดของเพจ "โครงการก้าวคนละก้าว" พอๆกับเราแหละ คงกำลังชื่นชมเรียวขาอันเรียวเล็กแต่กลับถูกใช้งานหนักราวท่อนซุงยักต์ นายมันบ้าตูน


 จากสเตตัสที่แจ้งเตือนบ่งบอกว่าเราเป็นคนหนึ่งที่บ้าไปกับเขา ยอดเงิน50บาทในวันนั้น ที่ส่งผ่านแอพ NCB Bankมันอาจดูน้อยมาก แต่มันเป็นค่าข้าวมื้อเที่ยงของเราเว้ย ด้วยความที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ยังใช้ตังค์พ่อแม่ การใช้เงินนอกเหนือไปจากสิ่งจำเป็นในกิจวัตร จึงเป็นการแลกเปลี่ยนในลักษณะดังกล่าว อยากกินลูกชิ้นก็ต้องอดชาเย็น อยากไปดูหนังก็ต้องเบอร์เกอร์3มื้อ เพื่อเป็นการรักษาสมดุลทางการเงินเอาไว้ "มันเป็นการให้ที่รู้สึกดีเลยน่ะเว้ยตอนนั้น "

   ชายคนหนึ่งออกมาวิ่งจากเบตง-แม่สาย มันเป็นอะไรที่ใหม่ แถมจุดประสงค์ยังใหญ่พอกัน แต่การเฝ้าดูไลฟ์สดทุกวันบางคนคงคิดว่าไร้แก่นสารมาก ใช่ครับ! เราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันทีแรก แต่พอเริ่มดูมันก็เริ่มติดพอๆกับการดูซีรี่ย์

   เราเริ่มเปิดวันละครั้ง แล้วก็เปิดทุกครั้งที่ว่าง และไปจนถึงเปิดทุกชั่วโมงในบางวัน ระดับความงอมแงมในบรรยากาศมันน่าติดตาม นอกจากพี่ตูนจะวิ่งเพื่อ11โรงพยาบาล ระหว่างทางเขาได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ประจำท้องถิ่นผ่านการถ่ายทอดของทีมงาม (ชอบเสียงเล็กๆของพี่ก้อยบรรยาย) 

   เขาเหมือนนักปฏิวัติ เป็นผู้นำมวลชน ทุกคนต่างรายล้อมเขา รอต้อนรับเขาอย่างชื่นชมตลอดสองข้างทาง ไม่มีการบังคับให้บริจาค ไม่มีการบังคับให้ต้องมา ความดีที่เขาคิดเขาทำ ได้นำพาทุกคนทุกหนแห่งมาอยู่ร่วมกัน สามัคคีกัน ประกฏการณ์นี้นานๆครั้งจะเกิดขึ้นกับประเทศเรา
   
   ความเจ็บปวดที่เขาได้รับจากการวิ่ง ทำหลายคนเสียน้ำตา ไปจนถึงการนอบน้อมการใส่ใจความรู้สึกคนอื่น ทั้งทีมงาน คนที่มาต้อนรับ หมอและพยาบาลใน11โรงพยาบาล บ่อยครั้งของการชมไลฟ์สดต้องจบลงด้วยเสียงสะอื้น และน้ำตาจากความตื้นตัน

   วันที่บริจาค พี่ตูนมีกำหนดวิ่งอยู่ในพื้นที่
3จังหวัดพอดี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเรา และกะว่าจะออกไปวิ่งเมื่อพี่ตูนเข้ามาถึงกทม. แต่สภาพึวามพร้อมไม่พอจึงทำให้อดไปร่วมสร้างความทรงจำครั้งสำคัญ คิดแล้วเสียดาย

  คนๆหนึ่งที่ขึ้นไปร้องไปเล่นดนตรีกับเด็กๆ มอบทุนการศึกษา หัวใจเด็กบ้านนอกได้พบได้มีต้นแบบของตัวเองอยู่ในเรื่องราวความทรงจำ เขาจะรู้ไหมว่าเด็กๆรักเขาไปเท่าไหร่แล้ว รักในความดีที่ไอดอลของเขาทำอยู่

   วันนี้รู้สึกยินดี ได้พรรนณาความรู้สึกที่มีต่อเพศเดียวกัน จากข้อความแรกๆคงคิดว่าเป็นเรื่องรักแรกของผู้ชายกับผู้ชายสินะ! ฮ่าๆมันก็เป็นความรักจริงๆนี่น่า เพียงแต่ไม่ใช่ความรักแบบอย่างว่าเสียหน่อย โธ่!!!!

    เรื่องราวในไดอารี่วันนี้ บันทึกเรื่องราวคนดีคนหนึ่ง ที่เราเกือบลืมวีรกรรมของเขาไปแล้ว เรารู้สึกผิดกับการหลงลืมเขาในครั้งนั้นไป เราไม่อยากสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเขา เพราะเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำให้เรา

กลับมาศรัทธาในความดี ว่ายังมีคนคิดดี  หลงเหลืออยู่ในบ้านเมือง พอให้เราและเยาวชนเอาไว้เป็นแบบอย่างได้บ้าง.....
"  หากผิดพลาดหรือทำให้เสียหายแต่ประการใด ได้โปรดขออภัยมา ณ ที่นี้ ทั้งหมดมาจากใจที่ชื่นชมพี่ตูนและทีมงามอย่างจริงใจ " 
   



SHARE
Writer
PleeNajuak
Cr:บอยอน้อย🐊
อักษรศิลป์ จินตอุดมการณ์

Comments