แล้ววันนึง ฉันก็ทำตัวเองหายไป
สมัยเด็กๆ ครูชอบถามคำถามงี่เง่า 
ถามซ้ำๆ มันทุกปี ตั้งแต่อนุบาล ยันมัธยม
“โตขึ้นอยากเป็นอะไร?”

เอาจริงๆ มันเป็นคำถามโลกแตกมากๆ
ฉันมักจะตอบว่าอยากเป็น “นักวาดรูป”
เพราะฉันวาดรูปเก่ง นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันเก่ง
และเป็นเด็กที่มั่นใจในตัวเองสูงมาก 

พอโตขึ้นมา ฉันจึงเริ่มรู้จักคำว่า “จิตรกร”
แต่ถึงยังไง ต่อให้ฉันมั่นใจในตัวเองแต่ไหน
ฉันก็เรียนรู้ว่า คนวาดรูปเก่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นจิตรกรทุกคน มีอีกหลายอย่างให้เลือกเป็น

พอขึ้น ม.ปลาย เวลาสำคัญที่ควรจะเลือกได้แล้วว่าอยากเรียนคณะอะไร สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในใจของฉันคือ “ศิลปกรรมศาสตร์” เข็มทิศของฉันล็อคพิกัดนี้ไว้อย่างแข็งแรงสุดๆ 

แล้วก็มารู้ในเวลาต่อมาอีกว่า มันมีสาขาย่อยเยอะมาก ฉิบหายแล้ว ฉันรู้ว่าฉันอยากวาดรูป แต่ฉันอยากเรียนสาขาอะไรของการวาดรูปล่ะ? 

ในที่สุดฉันก็เลือกเรียนกราฟิกดีไซน์ เพราะคิดว่าดูน่าจะต่อยอดได้ ทั้งๆที่ในใจโคตรอยากเรียนจิตรกรรม แต่กลัวว่าจบมาแล้วไม่รู้จะทำอะไร? 

พอใกล้เรียนจบ ฉันต้องฝึกงาน แต่ในใจก็แอบค้าน ว่าไม่อยากฝึกเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ เพราะตอนเรียนก็เบื่อจะแย่ อยากลองฝึกอย่างอื่น แต่ไม่รู้อะไร บังเอิ๊ญญญ ฉันมีญาติที่ทำงานเกี่ยวกับด้านโฆษณา ก็ลองฟังเค้าเล่าว่า ถ้าไปฝึกงานเป็นครีเอทีฟโฆษณา จะได้ทำอะไรบ้าง เฮ้ย!!!! น่าสนใจ

แล้วฉันก็เข้าไปฝึกงานในบริษัทโฆษณา แผนกครีเอทีฟ ตำแหน่งอาร์ตไดเรคเตอร์ เพราะก็ยังยึดติดอยู่ ว่าตัวเองชอบคิดภาพ มากกว่าคำพูด 

แล้วระหว่างนั้นความบังเอิญก็พาฉันไปเจอกับโอกาสที่ไม่คาดฝันมาก่อน การประกวดออกแบบโฆษณา ของเอเจนซี่ชื่อดังแห่งหนึ่ง ฉันก็ลองส่งผลงาน เข้าไปพรีเซ้นท์ แล้วไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งมาว่า ฉันผ่านเข้ารอบ 15 คน ได้เข้าค่ายครีเอทีฟ ซึ่งฉันภูมิใจมาก

จากนั้นพอเรียนจบ ฉันก็เลยเลือกที่จะทำอาชีพ “ครีเอทีฟโฆษณา” 

แล้วฉันก็ทำจิตรกรคนนั้น ที่ฉันเคยฝัน หายไป

ฉันยังคงวาดรูป ฉันวาดสตอรี่บอร์ดเอง มีความสุขกับการวาดสิ่งที่คิด ขณะเดียวกันก็ต้องเป็น Copy writer ไปด้วย แล้วฉันก็ค้นพบว่า ฉันสามารถเขียนบทความได้

เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกก็เริ่มชัดเจนขึ้น ฉันชอบวาดภาพ มากกว่าชอบคิด ฉันคิดอะไรไม่ค่อยออกเลย เหมือนความคิดที่เคยยึดติดว่าฉันต้องเป็นครีเอทีฟมันค่อยๆ หายไปซะงั้น เพราะการทำงานจริงมันไม่เหมือนตอนเข้าค่าย มันไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว

ฉันกำลังจะทำครีเอทีฟคนนั้นที่ฉันเคยฝัน หายไป

ฉันฝืน เพราะยังรู้สึกว่าตัวเองอาจจะยังทำได้ บวกกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตอนนั้นที่มันรุนแรง สับสนวุ่นวาย จนสุดท้าย สมองของฉันก็เข้าสู่สภาวะ Shutdown! และเสียงานไปในที่สุด

ฉันทำครีเอทีฟคนนั้น หายไปแล้ว

ตาย ชีวิต เหมือนทุกอย่างที่เคยเชื่อว่าทำได้ดี เชื่อว่าเกิดมาเพื่อมัน ตั้งใจกับมัน หายไปหมดเลย แม่ง อารมณ์เหมือนกำลังแดนซ์กระจายในปาร์ตี้ แล้วอยู่ดีๆก็เพลงดับอ่ะ

ทุกอย่างกลายเป็นสูญญากาศ 

ฉันเป็นใคร? ฉันอยากเป็นอะไรกันแน่?
ฉันไม่รู้อีกต่อไปแล้ว...

จนฉันได้มารู้จักวงการเครื่องประดับ ฉันตื่นเต้นกับเรื่องใหม่นี้มาก ฉันชอบหิน พวก Gemstones ฉันเริ่มสะสม หาข้อมูล พูดคุยกับคนที่เค้าสนใจเรื่องเดียวกัน และก็ลองเรียนทำเครื่องประดับ ฉันขายจิวเวลรี่ และพวกหินสี โดยไม่ได้สนใจเรื่องโชคลางอะไรทั้งนั้น ฉันชอบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สรรค์สร้างสสาร แร่ ผลึกเหล่านี้ออกมาได้อย่างสวยงามจริงๆ 

ฉันคิดว่าฉันมีความสุขนะ ที่ได้อยู่ตรงนี้
ใจจริงฉันอยากทำ Art Jewelry แหละ 
แต่ก็ยังไม่กล้า

ฉันกลัว 
กลัวว่าถ้าฉันทุ่มเทกับเส้นทางนี้สุดตัว แล้วมันผิดอย่างที่เคยผ่านมาล่ะ? แล้วฉันจะไปไหน? 
ฉันไม่อยากหลงทางอีกแล้ว

ฉันชอบวาดรูป ฉันยังวาดรูปอยู่ แปลกนะ ที่ฉันวาดอะไรก็ได้ที่อยากวาด ฉันมองและเข้าใจโครงสร้างของสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง และวาดมันออกมาได้ในแบบของตัวเอง แถมฉันเริ่มมีรอยสัก ตัดผมสกินเฮด (ซึ่งแม่ไม่ปลื้มเลยยยยย แม่แทบช็อค!) 

มาถึงจุดนี้ คงไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ ว่าฉันไม่ปกติอีกต่อไปแล้ว ฉันกำลังอยู่ในระหว่างการรักษาเกี่ยวกับความเครียด การทำงานของสมอง โรคซึมเศร้า การทำร้ายตัวเอง รวมไปถึงการไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ

แต่ยังไงซะ ฉันก็ทำตัวเองคนที่ร่าเริงสดใส หายไปแล้ว
ตอนนี้ ฉันทำตัวเองหายไปกี่คนล้ะเนี่ย? อีกนิดก็จะไร้ตัวตนอยู่แล้วนะ  

หลายคนอาจสงสัยล่ะสิ ว่าทำไมฉันไม่เป็นจิตรกรแบบที่เคยฝัน ตอบได้คำเดียวค่ะ ว่าไม่รู้ 
อย่างที่บอก คนมีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นจิตรกรทุกคน แม่ฉันวาดรูปสวยจะตาย ยังเป็นพยาบาลได้เลย

ยังไงตอนนี้ ฉันยังมีความสุขกับ Jewelry ฉันก็ขอลองเดินตามเส้นทางนี้ไปเรื่อยๆดู ดูซิว่ามันจะพาไปเจออะไรอีก

หรือฉันอาจจะทำมันหายไปอีก? 

แต่ที่แน่ๆ ฉันทำคนที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตหายไปแล้ว...
...นั่นคือฉันคนที่มีแต่ความมั่นใจ แรงบันดาลใจ และคนที่ภูมิใจในตัวเองเสมอ มีความสุขกับการเป็นตัวเอง และมีพลังล้นเหลือ

ฉันอยากได้เค้าคืนมานะ และก็หวังอย่างมาก ว่าเค้าจะกลับมา มาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม มาเดินบนทางที่ฉันกำลังเดิน ...
มันคงจะดีมากๆเลย 🙃

SHARE

Comments

Gorgeoussky
26 days ago
ทำหายไป เดี๋ยวก็หาเจอ แค่อาจจะต้องใช้เวลา
Reply