รอยยิ้มของคุณคือสิ่งสวยงามสิ่งหนึ่งบนโลกใบนี้
วันนี้ผมนึกถึงบทสนทนาของเราสองคนเมื่อนานมาแล้ว วันนั้นผมชงค็อกเทลที่อร่อยมากขึ้นมาได้แก้วหนึ่ง ผมรีบแชทไปบอกคุณเพื่ออวดความสำเร็จในชีวิตที่ผมภาคภูมิใจดั่งโคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา ผมบอกคุณว่าแก้วนี้ผมให้คะแนนตัวเองเก้าเต็มสิบ คุณถามว่าแล้วอีกหนึ่งคะแนนหายไปไหน วันนั้นผมไม่ได้ตอบคุณเพราะความมึนเมาทำเอาผมหลับไปก่อน(ใช่ ผมเป็นมนุษย์ประเภทที่กินค็อกเทลแก้วเดียวก็เมาแล้ว) จนวันนี้ตอนผมอาบน้ำ อยู่ดีๆเรื่องนี้ก็วนเวียนเข้ามาในหัว ผมพึ่งรู้ตัวว่าผมไม่เคยให้คะแนนอะไรถึงสิบเต็มสิบเลย ผมกลัวว่าหากผมให้คะแนนอะไรไปสิบเต็มสิบ แล้วซักวันผมเจออะไรที่ดีกว่านั้นผมก็คงต้องให้คะแนนเป็นสิบเอ็ดเต็มสิบ ซึ่งมันก็จะดูแปลกๆไปเสียหน่อย ทีนี้ผมว่ามันก็เกี่ยวกับคุณอีก สมมุติคุณจะถามว่า ผมจะให้คะแนนความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณกี่คะแนน(อันที่จริงมันดูเสี่ยงที่ผมเอาเรื่องแบบนี้มาเขียน) ผมคงให้คะแนนที่เก้าเต็มสิบ คุณก็คงจะสงสัยว่าหากผมเจอใครที่ผมให้คะแนนเก้าจุดสองเต็มสิบ นั่นแปลว่าคุณไม่สำคัญใช่หรือเปล่า ผมก็ต้องบอกว่าเปล่า(แน่ล่ะ ใครจะบอกว่า ใช่ ในเมื่อคุณเองก็กำลังอ่านเรื่องที่ผมเขียนอยู่) ผมขอแจงรายละเอียดในส่วนนี้ไว้ว่า ถึงแม้ในโลกใบนี้จะมีคนที่ผมยอมให้คะแนนสิบเต็มสิบอยู่จริงๆ แต่มันคงจะเป็นสิบคะแนนของความสัมพันธ์ที่ไม่มีคุณอยู่ ซึ่งผมคงไม่ชอบใจเท่าไหร่นักกับคำที่ว่า “ไม่มีคุณ” และแน่นอนว่าผมคงเลือกเก้าคะแนนที่มีคุณอยู่ดี คุณอาจจะสงสัยเช่นเดียวกับตอนที่คุณถามเรื่องค็อกเทลของผมว่า แล้วหนึ่งคะแนนมันหายไปไหน เหตุผลจริงๆแล้วก็คือการที่ผมให้คุณเก้าเต็มสิบนั้น ก็เพราะผมจะได้มีเรื่องเอามาเขียนเพื่อบอกให้คุณรู้ไว้ว่า บนโลกใบนี้อาจจะมีคนที่ดีและสมบูรณ์แบบมากกว่าคุณ แต่สุดท้ายแล้วผมก็เลือกคุณอยู่ดี ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าอีกหนึ่งคะแนนของคุณนั้นหายไปไหน แน่ละว่าคุณก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ(มีใครในโลกนี้บ้างล่ะที่สมบูรณ์แบบ) ผมเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบมากที่สุดที่ผมเคยเห็นก็คงจะเป็นผมกับคุณในเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน(คุณอาจจะทำลายความโรแมนติกในวรรคสุดท้ายนี้ด้วยการพูดขึ้นมาว่า เหรอวะ กูไม่เห็นคิดอย่างนั้นเลย!)

รอยยิ้มของคุณคือสิ่งสวยงามสิ่งหนึ่งบนโลกใบนี้ นี่ไม่ใช่คำพูดเอาใจ คุณเองก็รู้จักผมดี สิ่งที่ผมพูดทุกอย่างอยู่บนข้อเท็จจริง รอยยิ้มของคุณเองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงเหล่านั้น ผมชอบเห็นคุณยิ้มเพราะนั่นหมายถึงคุณมีความสุข และการที่คุณมีความสุข ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมมีความสุข นั่นคงจะเป็นเหตุผลที่ผมพยายามจะชวนคุณไปหาอะไรอร่อยๆกิน ส่งเพลงเพราะๆให้คุณฟัง หรือโทรไปหาคุณในวันที่คุณดูเศร้าแล้วถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ผมทำสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เพื่อต้องการความรักจากคุณ ที่ผมต้องการ มีเพียงแค่ต้องการให้คุณมีความสุข ความสุขของคุณคือสิ่งที่ดีงามบนโลกใบนี้ รอยยิ้มของคุณทรงพลังมากพอที่จะทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุน นั่นอาจฟังดูเวิ่นเว้อ แต่อย่างที่บอก ผมพูดออกมาแบบนั้นเพราะมันคือความจริง...

คุณอาจจะอยากรู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน คำถามนั้นยาก เราจะประมาณค่าของสิ่งนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ได้อย่างไร ผมอาจจะตอบว่าผมรักคุณเท่าที่นกจะรักท้องฟ้าและเท่าที่ปลาจะรักผืนน้ำ(แต่ถ้ารักน้ำรักปลาจะเป็นซากุระ) แต่นั้นก็ดูจะเป็นคำพูดที่เลื่อนลอยและหาค่าความจริงได้ยากไปเสียหน่อย คำตอบที่ดีที่สุด(เท่าที่ผมคิดได้)ก็คงจะเป็น ผมรักคุณเท่าที่ผมจะรักผู้หญิงคนหนึ่งเพียงแค่หวังจะทำให้เธอคนนั้นมีความสุขและอยู่เคียงข้างเธอในวันที่เธอเศร้า นั่นคือรูปแบบความรักของผม ลำดับความสำคัญในความสัมพันธ์นี้ผมให้ความสุขของคุณเป็นอันดับที่หนึ่ง ดังนั้นหากจะถามว่า ถ้าซักวันคุณหายไปผมจะเสียใจหรือเปล่า แน่ล่ะว่าผมต้องเสียใจ แต่หากความสุขของคุณคือการที่ไม่มีผมอยู่แล้วล่ะก็ ผมเองก็ยินดีที่จะปล่อยให้คุณไปแต่โดยดี

ที่ผ่านมาผมผ่านเรื่องราวในชีวิตมาสิบแปดปีเศษ พอผมได้เจอคุณ ผมรู้สึกขอบคุณทุกๆเรื่องราวในชีวิตที่สร้างความน่าจะเป็นที่ทำให้ผมได้มาเจอกับคุณ (และได้ตกหลุมรักคุณ) คุณเคยได้ยินเรื่องbutterfly effectหรือเปล่า ที่ว่าหากคุณย้อนกลับไปในอดีตแล้วเผลอเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แม้เป็นสิ่งเล็กน้อยก็อาจเปลี่ยนอนาคตจากหน้ามือเป็นหลังตีน ยกตัวอย่างง่ายๆ หากผมย้อนไปในอดีตแล้วผมเผลอสั่งข้าวกับปลาทอด แทนที่จะเป็นข้าวกระเพราหมูเหมือนที่ผมเคยสั่ง ผมอาจจะใช้เวลาในการกินมากกว่าปกติในวันนั้น แล้วทำให้ผมคุยกับเพื่อนในวันนั้นมากกว่าเดิมซักห้านาที ทำให้ผมเริ่มคิดว่าผมจะเรียนที่มหาลัยเดียวกับเพื่อนดีมั้ย จนผมเลือกเรียนอีกที่หนึ่งแทนที่จะเป็นผมเรียนอยู่ตอนนี้ ซึ่งผมก็คงจะไม่ได้เจอกับคุณ เห็นภาพหรือยังว่าแค่ปลาทอดตัวเดียวในอดีต ก็สามารถทำให้เรากลายเป็นคนแปลกหน้าในปัจจุบันได้ นั่นแหละ สรุปง่ายๆว่า ทุกๆการกระทำในอดีต จะส่งผลให้เกิดเส้นทางของความน่าจะเป็น ที่มีผลลัพธ์คือปัจจุบัน นั่นแปลว่าเส้นเวลาสิบแปดปีเศษในชีวิตผม ทั้งเรื่องที่ดีและร้าย ส่งผลให้เกิดวันนี้ที่เราได้เจอกัน ดังนั้นพอลองมองย้อนกลับไปแล้ว ผมเคยเจอกับเรื่องร้ายๆที่เคยคิดว่าไม่น่าเกิดกับเราเลย เช่นวันที่ผมซื้อโบโลนาแล้วทำมันหกทั้งห่อเพราะหยิบซองผิดด้าน หรือวันที่ผมโดนหลอกขายปลาหมึกบดหน้าร้านเหล้าไปร้อยกว่าบาทกับเพื่อนอีกสองสามคน พอได้คิดว่าเหตุการณ์ต่างๆเรานั้นมันทำให้ผมได้เจอกับคุณในวันนี้ ก็น่าชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่าที่จะบอกก็คือ ผมอยากขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้ผมได้เจอกับคุณ และต่อไปนี้ผมจะทำทุกๆอย่าง เพื่อให้คุณมีความสุขในวันนี้ และทุกๆวันพรุ่งนี้...
SHARE
Written in this book
ความรักในปลายฤดูฝน:HEYYO
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของหนึ่งในนับแสนล้านความสัมพันธ์ใดๆทั้งที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจบนโลกใบนี้ อันด้วยเป็นความธรรมดาสามัญที่มนุษย์คนหนึ่งคนใดจะเกิดความรักขึ้นภายในใจ อาจจะโรแมนติกหรือไม่โรแมนติกนั้น ผู้เขียนไม่อาจคาดเดาเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นได้เลย ผู้เขียนพูดได้แต่เพียงว่า นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จะเรียกว่าสารคดีเกี่ยวกับความรักก็คงไม่ผิด และแน่นอน นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียนเอง
Writer
SpocK
นักบินอวกาศ
ชอบถ่ายรูปไปเรื่อย เก็บไว้เป็นความทรงจำ ชอบมองท้องฟ้า ชอบกลิ่นฝน ชอบเธอ

Comments