The Bride
เธอพบว่ามันยากเหลือเกินที่จะกลืนไวน์ในแก้วนั้นลงไป

ลำคอของเธอแห้งผากจนรู้สึกปวดไปหมด ทางแก้ที่ดีที่สุดคงเป็นการดื่มอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้เธอฝืนไม่ไหวจริงๆ

มุมปากบางยังคงหยักยิ้มอยู่อย่างนั้นราวกับมันเป็นเพียงหน้ากากอันหนึ่งที่เธอสวมเอาไว้

“คุณสวยมากจริงๆนะครับ”

“วันนี้คุณดูดีมากเลย”

“เดรสเธอเข้ากับหุ่นเธอพอดีเลย สวยเนอะ”

และอีกหลายประโยคที่วนไปวนมาซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

เธอรู้สึกถึงความร้อนและความรู้สึกหนักใต้เปลือกตาทุกครั้งที่กระพริบมัน

ทั้งที่หลายสายตาจับจ้องมาที่เธอ เธอกลับไม่รู้สึกว่ามีใครมองเห็นเธอเลยสักคน

ไม่มี...

สัมผัสบางเบาที่ศอกข้างขวาและกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยเท่าให้ความรู้สึกเย็นเยียบวิ่งไปทั่วทั้งร่าง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งและหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา

เขาที่ตรงกันข้ามกับเธอไปหมดทุกอย่าง

เธอเดินตามร่างสูงอย่างเงียบเชียบ ฟังเสียงทุ้มต่ำทักทายแขกคนอื่นในงานและพยักหน้ารับคำชมตามมารยาท

เขา...กับชุดสูทสีขาว

เธอหลับตาไล่ความปวดหัวจี๊ดที่แล่นขึ้นมาในสมอง

เขาดูดีมาก เธอเทียบไม่ได้เลย

ไม่รู้ว่าจุดหมายของเขาอยู่อีกไกลแค่ไหน เธอได้แต่ภาวนาให้ตัวเองไม่ล้มพับไปเสียก่อน หญิงสาวกัดฟันแน่นและก่นด่าขาทั้งสองข้างของตัวเองให้ยังคงทำงานต่อไป

“และต่อไปขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้านบนเวทีเลยครับ!” 

เสียงไมค์และเสียงปรบมือที่ก้องไปทั่วทำให้เธอปวดหัวหนักกว่าเก่า ร่างกายของเธอกรีดร้องขอให้เธอหยุดทรมานมันสักที

แต่ภาพของเขา และภาพของทุกคนตรงหน้าทำให้เธอได้แต่มองข้ามทุกอย่างและทิ้งความรู้สึกทั้งหมดไป

...ได้แต่ถามตัวเองว่าเมื่อไหร่มันจะเจ็บจนชาไปสักที

เธอจับใจความไม่ได้ว่าพิธีกรพูดอะไรบ้าง เหมือนกับเธออยู่ใต้น้ำ และเสียงทั้งหมดมาจากข้างบนนั้น 

สัมผัสที่ข้อมือทำให้เธอหันไปมองเขาอีกครั้ง

“จูบ” เขากระซิบสั้นๆ 

เสียงเชียร์ที่ก้องอยู่ไกลๆทำให้เธอพยักหน้ารับ รู้ดีว่ายังคงบังคับความสดใสบนใบหน้าของตัวเองไว้ได้อย่างดี เพราะทุกคนยังดูสนุกสนานกับงานอยู่เลย

ลมหายใจอุ่นของเขาตัดกับริมฝีปากของเจ้าตัวได้อย่างดี 

มีแค่เขาและเธอที่รู้ ว่าจูบนี้มันเย็นชาและว่างเปล่าขนาดไหน

“น่ารักมากเลยนะครับ! และต่อไป...” 

เขาจับข้อมือเธออีกครั้ง คราวนี้ดึงไปที่ไหนสักที่ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเพิ่มแรงขึ้นกว่าเก่า

“เจ็บ...” เสียงของเธอเบาจนกลืนไปกับอากาศ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ยิน

เท้าของเธอก้าวไปตามทาง สิบ ยี่สิบ ห้าสิบ และไม่รู้ว่าอีกกี่ก้าว เธอนับมันไม่ไหวแล้ว

“..!” เสียงตะโกนของใครสักคนและแรงบีบที่ข้อมือเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เธออยากหยุดเดิน ทันทีที่ตัดสินใจแบบนั้น จึงกลายเป็นว่าเจ้าบ่าวของเธอดึงให้ร่างบางล้มลงไปกองกับพื้น

ตึก!

เข่าของเธอกระแทกลงไปกับพื้นหินอย่างจัง โชคดีที่เดรสยาวสีขาวปกปิดทุกอย่างเอาไว้

“เจ็บ...” 

คราวนี้เสียงเธอดังขึ้นกว่าเก่า และเหมือนเขาจะได้ยินแล้ว

อีกฝ่ายยืนนิ่ง

แต่เธอได้ยินเสียงใครสักคนวิ่งมาจากอีกฝั่ง

“เป็นอะไรหรือเปล่า?!”

และเสียงของผู้ชายอีกคน ฟังดูตกใจ ร้อนใจ

...เป็นห่วง

“เจ็บ...” เธอย้ำคำนั้นราวกับนึกคำอื่นไม่ออก มือของเธอโดนเอาไปกุมไว้อีกครั้ง แต่คราวนี้ต่างออกไป

มันอุ่น

อุ่นวาบไปทั้งตัวเลย...

“เจ็บมากมั้ย? เรามีแค่นี้” เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่เงยหน้ามองบุคคลมาใหม่ เสียงของเขาฟังดูร้อนรนจนเธอเกือบจะหลุดยิ้มออกมา

แต่ไม่มีแรงแล้ว

ผ้าเช็ดหน้าของอีกฝ่ายพันเข้ากับฝ่ามือของเธอ ร่างเล็กเพิ่งเห็นว่ามีเลือดออกมาด้วย และหลังจากนั้นความเจ็บปวดก็ค่อยๆตามมาเป็นลำดับ

“เธอ..?” เธอพูดได้แค่นั้น ก่อนที่ความรวดร้าวในลำคอจะทวีคูณขึ้นมาเป็นอีกเท่าตัว

เธอกำลังจะร้องไห้

มันเจ็บ ที่ต้องกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไว้อย่างนั้น

และมันปวดหัวจนระบมไปหมดเวลาที่ฝืนไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

“คุณเป็นเจ้าบ่าว...เป็นสามีเธอแล้วนะครับ ไม่น่าจะดูแลเธอได้แค่นี้” คนตรงหน้าละสายตาจากเธอ เขาเริ่มบทสนทนากับชายในชุดสูทสีขาว

เจ้าบ่าวของเธอ

“แต่อย่างน้อยผมก็มีสิทธิ์จะดูแลเธอ ไม่เหมือนคุณ” เสียงที่ตอบกลับมาเย็นจนเธอเผลอกำมืออุ่นๆของคนตรงหน้าไว้แน่น เขาเหลือบมองเธอแวบนึง ก่อนจะเงยหน้ามองคู่สนทนาคนเดิมต่อ

“เธอไม่ได้ดื่มอะไรเลยตั้งแต่งานเลี้ยงเริ่ม คุณเห็นบ้างหรือเปล่า?” 

เธอมองคนตรงหน้า แต่เขาไม่ได้สบตาตอบ

“มันเกี่ยวอะไรกับคุณ?”

“เจ็บคอมากใช่มั้ย?” เขาเมินอีกฝ่ายและมองเธอในที่สุด

เธอนิ่ง ได้แต่มองเขาและหาคำพูดที่จะใช้ไม่เจอ

“ปล่อยมือภรรยาผมได้แล้ว อีกไม่กี่นาทีเราต้องเข้าหอ ผู้ใหญ่รออยู่” 

คนตรงหน้าทำท่าจะลุกขึ้น แต่เธอกำมือเขาเอาไว้แน่น

“คุณคิดจะทำอะไรของคุณ?” เจ้าบ่าวของเธอถาม และคราวนี้เธอพยายามจะตอบ

“ขอเวลา...แป๊ปเดียว” คำพูดนั้นทำให้เธอปวดคอจนเผลอขมวดคิ้ว และคนตรงหน้ามองเห็นมันอย่างชัดเจน

“เจ็บมากหรือ-” 

เธอเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอเขา ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่กว้าง

เขาชะงักนิ่ง

“ขอโทษ...” เธอพูด และหลับตาแน่นเพื่อไม่ให้น้ำตาที่กลั้นอยู่ไหลออกมา

“ขอโทษ...ที่เป็นเจ้าสาวให้เธอไม่ได้” 

เขากระชับกอดของเธอทั้งที่ตัวสั่นไม่แพ้กัน

“อย่า-”

“อย่า...โทษตัวเอง” ความอบอุ่นที่มีอยู่ทำให้เธอทนความเจ็บปวดทั้งหมดได้ไม่ยากเย็นเหมือนที่ผ่านมา

“อย่าเด็ดขาด...ห้าม...”


เขาลูบหลังลูบไหล่เธอเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไม่ได้

“เราผิดเอง...ทั้งหมด...เราผิด” เธอหลับตาแน่นเมื่อมันเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆไปหมดทุกส่วน

เขากอดเธอโดยไม่พูดอะไร

เธอขอบคุณที่เขาตัดสินใจแบบนั้น

เขาค่อยๆพยุงเธอให้ลุกขึ้นยืน สบตากันอีกพักใหญ่ก่อนที่เขาเองจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

เธอก้มหน้ายิ้มรับมันอย่างเงียบเชียบ

“...” เจ้าบ่าวของเธอรับมือเธอไปกุม และเขาเองก็ยอมปล่อยมืออีกข้างลงในที่สุด


ว่าที่สามีของเธอแตะศอกเป็นสัญลักษณ์ให้เดินต่อเหมือนเคย หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะตัดสินใจไม่หันกลับไปมองคนข้างหลัง

เธอเดินต่อ พร้อมรอยยิ้มจางปรากฎขึ้นบนริมฝีปาก

อย่างน้อยสิ่งที่เธอภาวนามาตลอดทั้งคืนนี้ก็เป็นจริง

เธอเจ็บ

จนกลายเป็นชาไปหมดแล้ว


SHARE
Writer
KaptainP
Cool Kid
เป็นกัปตัน อยู่กลางทะเล

Comments