ไอ้ติ่มกับความบัดซบ ของชีวิตหลังเรียนจบ
        ในห้องพักแคบๆ ไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นเก๋ากึ๊กส่องสว่าง ถ้วยมาม่าที่ถูกทิ้งไว้จนเหล่ามดพากันเดินขบวนพาเหรดยั๊วเยี๊ยะเต็มไปหมด ไหนจะกระบะทรายแมวที่เต็มไปด้วยของเสียของบรรดาเหล่าเจ้านายที่นอนอยู่ใต้โต๊ะ กลิ่นหึ่งที่ไม่ได้ทำความสะอาดหลายวันส่งกลิ่นอบอวลอยู่ในห้อง ผสมปนเปไปกับกลิ่นบุหรี่ที่ถูกจุดขึ้นแต่กลับถูกวางไว้บนที่เขี่ยจนไฟของมันใกล้จะดับลง...
เหลือทิ้งไว้แต่ควัน...
หวัดดีฮะ ผมชื่อติ่ม พึ่งจบสดๆร้อนๆ  
สถานะตอนนี้น่ะเหรอ? ว่างงานน่ะ

        ไม่งั้นผมคงไม่ว่างพอจะมานั่งเล่าเรื่องพวกนี้ให้คุณฟังแน่...

         ผมชื่อ"ติ่ม"ครับ ไม้เอกน่ะไม้เอก ส่วนใหญ่แรกๆมีแต่คนเรียกติ๋ม สักพักถึงจะเริ่มชินกัน อ่อ ลืมบอกไป รากเหง้าผมเป็นเสี้ยวจีน แค่นิ๊ดเดียวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้หรอก แค่พ่อผมแกชอบกินติ่มซำเฉยๆน่ะ ผมเป็นลูกชายคนเดียว เข้ามาเรียนในเมืองจนจบปริญญาตรี ลองทำมาหลายอย่างแต่จนตอนนี้ยังหางานทำไม่ได้เลย ไม่ใช่ว่าผมเลือกงานหรือเกี่ยงงานอะไรนะ ระหว่างช่วงเวลาที่ผมเรียนอยู่ผมก็รับจ๊อบทำงานพิเศษ หาทำนู่นนี่เยอะแยะไปหมด จะงานหนักงานเบาผมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว.. แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น เพราะระหว่างที่เราทำงานพิเศษเราก็ยังมีสิ่งที่ต้องโฟกัสหลักๆคือการเรียน งานพิเศษแค่ช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายจากพ่อแม่ ผมถึงได้ไม่เลือกงานอะไร ทำแค่พอเรียนรู้ หาตังค์ใช้สนองนีดตัวเองไปวันๆ..
แต่พอมาถึงตอนนี้แม่งไม่ใช่!
ตอนนี้คือมึงจบละไง โจทย์มันเปลี่ยน
ไม่ใช่แค่ทำเพื่อพอกินพอใช้ไปวันๆ 
คำถามก็คือ มึงจะไปทำอะไรแดก? 

        คำตอบก็คือ.. ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร ฮ่าๆๆ เป็นตลกที่ตลกไม่ออกจริงๆ 
และที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือ ค่าห้องค่าน้ำค่าไฟที่แปะเจ้าของแฟลตเค้าเอามาเสียบไว้หน้าห้องผมก็ไม่รู้ว่ากี่เดือนแล้ว น่าจะสี่ห้าเดือนได้มั้ง ช่วงนั้นผมดันทะลึ่งเอาเงินไปลงกะกองทุนกะจะฟันเงินก้อนโตง่ายๆ ใครจะไปรู้ว่าพวกคือแชร์ลูกโซ่ ก็นะ ดันหน้ามืดตามัวไม่ศึกษาให้ดีก่อน ตอนนี้ผมก็เลยโดนแปะแกขู่ว่าจะไล่ออกและมีหนี้ก้อนโตแถมมาอีกหน่อย..

        ผมนอนเครียดมาทั้งเดือน กว่าจะข่มตาหลับได้ก็ตีสามตีสี่ทุกวัน การอดมื้อกินมื้อมันทำให้ผมจ่ายดอกกับต้นได้ไปครึ่งนึง เงินเก็บก็หมดยอดในบัญชีเป็นศูนย์ ผมสมัครงานไปหลายที่ ผ่านมาจะเดือนก็แล้ว ยังไม่มีที่ไหนติดต่อกลับมาสักที่..
.
"บัดซบ ๆ ๆ .." ผมพรึมพรำคนเดียว จนเผลอกัดบุหรี่ที่คาบไว้คาปากจนก้นกรองมันขาด..
.
        ชีวิตจริงมันยากจนน้ำตาแทบไหล พอมาถึงทางตันแบบนี้ผมขำไม่ออกจริงๆว่ะครับ ตลกร้ายชัดๆ นอกจากปากท้องของผม ยังมีเจ้าเหมียวแก่อีกตั้งสามตัวที่รอกินข้าว ไอ้ตอนเริ่มเลี้ยงก็ไม่ได้ขัดสนอะไร ไอ้ครั้นพออยู่กันมา ตกทุกข์ได้ยากก็ได้แต่กลืนน้ำลาย ผมไม่มีวันทิ้งพวกมันแน่นอน แต่ปัญหาคือถ้าอาหารถุงสุดท้ายหมด ผมจะทำยังไงดี? คนเรามันยังอดได้ แต่ถ้าแมวอดนี่มันร้องห้องแตก ถึงตอนนั้นแปะเอาผมตาย!

        วันนี้วันที่ยี่สิบแปด เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะถึงสิ้นเดือน ผมต้องจ่ายค่าห้องแปะ ไม่งั้นก็เตรียมเก็บของไสหัวออกมาได้เลย ทำให้นึกถึงคริสกับลูกจากภาพยนตร์เรื่อง"The Pursuit of Happyness" ขึ้นมาเสียได้ ต่างกันแค่ผมไม่มีลูก แต่ดันมีแมวแก่สามตัว.. ชีวิตจริงมันยากลำบากประมาณในหนังนั่นแหละ เผลอๆอาจจะมากกว่า ให้ตายสิ

ตังค์ในกระเป๋าของผมตอนนี้เหลืออยู่สองร้อยยี่สิบสามบาท..
.
"บัดซบ ๆๆๆๆๆ!! " ผมเผลออุทานด้วยเสียงดัง ก่อนที่ข้างห้องจะเขวี้ยงวัตถุของแข็งมากระแทกผนังห้องที่แสนจะเปราะบาง
.
"all the young punk~" เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น พ่อผมโทรมา เสียงเงียบอยู่นาน
จนข้อความในสายบอกว่า แม่ผมล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล! 

        หนึ่งสัปดาห์ต่อมา.. ผมยังคงได้อยู่แฟลตรังหนูโกโรโกโสแห่งเดิม ผมเอาของทุกอย่างในห้องไปขาย สมบัติในวัยเด็กของผมบางอย่างอยู่ได้แค่โรงรับจำนำ เพียงพอที่จะจ่ายค่าห้องทั้งหมดที่ติดค้างแปะได้ครึ่งเดียว ผมก้มหัวขอร้องแปะจนแกใจอ่อน ชีวิตจริงมันก็เป็นอย่างนั้น เราไม่มีทางเลือก ไม่มีเวลาแม้แต่จะพัก กลางฤดูร้อนเริ่มต้นใหม่ของเดือนผมย่ำเท้าออกหาสมัครงานโดยหวังว่าจะมีสักที่ที่รับผมเข้าทำงาน ความฝันมันค่อยๆเลือนหายไปก่อนที่จะถูกกระแทกหน้าด้วยความจริง กับบางคนใบปริญญาไม่ได้ช่วยอะไรเลยซักนิด สามวันก่อนผมกลับบ้านไปหาแม่ คำเดียวของแม่ที่นอนป่วยเหมือนตบหน้าผมให้ตื่นกลางสี่แยก "อดทนนะลูก เดี๋ยวมันจะผ่านไป" ผมได้แต่กัดฟันยิ้มและบอกแม่ว่าได้งานทำแล้ว ทั้งที่ในใจแทบอยากจะร้องไห้ ผมกลืนน้ำตาก่อนเดินออกมา ก่อนบอกกลับตัวเองในใจ ถ้าผมกลับบ้านอีกครั้งผมจะต้องกลับมาอย่างเสือ สักวันผมต้องประสบความสำเร็จ

        ระหว่างทางที่ผมนั่งรถประจำทางกลับ ทำให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่าง ได้มองผู้คน มองวิถีชีิวิตคนเราทุกคนล้วนดิ้นรนล้วนต่อสู้กันทั้งนั้น ยังมีคนที่ลำบากกว่าผมอีกมาก ผมเก็บความฝันไว้ในใจและเลิกมองถึงวันข้างหน้า ผมอยู่กับวันนี้ผมต้องทำวันนี้เท่านั้น และไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตามจะต้องล้มอีกกี่ครั้ง ผมก็จะลุกขึ้นสู้มันกับโลกที่แสนจะโหดร้าย ชีวิตจริงยังคงมีเรื่องบัดซบให้เจออีกตั้งมาก แต่สักวันฟ้าจะเปิด ผมยังไม่ทิ้งความหวังนั้นไปหรอก
จนกว่าจะถึงวันที่ดอกไม้บาน
วันที่ผมจะได้พบกับความสวยงามของชีวิต

"all the young punk~" เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นอีกครั้ง ปลายสายบอกว่าผมพร้อมเมื่อไหร่ให้เขาไปสัมภาษณ์งาน...
.
ผมกอดเจ้าแก่ในห้องของผมทั้งสามตัวไว้แน่น น้ำตาแห่งความยินดีมันไหลออกมา
.
เอาวะ! ชีวิตจริงมันพึ่งเริ่ม ไม่สิ้นก็ดิ้นกันต่อโว๊ย!

สู้ต่อไป : )
            
  
    
SHARE
Writer
Dissoluteman
musician
Thank you for reading :)

Comments

Teemm
1 year ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
Dissoluteman
1 year ago
ขอบคุณนะครับ ^^
Bear_in_mind
1 year ago
เพิ่งจบเหมือนกันเลยค่ะ ตอนนี้ว่างงาน
ว่างมากจนมีเวลามาเขียน StoryLog ได้แทบจะทุกวันละ55 ทั้งสับสนและจนมากก
ความฝันก็อยากทำ ตังก็ยังไม่มี งานก็ยังหาไม่ได้555 ขำแห้งๆ ไงก็ต้องสู้ต่อไปค่ะ
เอาใจช่วยนะคะ เราต้องผ่านมันไปได้ค่ะ 😁✌
Reply
Dissoluteman
1 year ago
นั่นสินะครับ ไงก็อย่ายอมแพ้ทั้งความฝันและความจริง สู้ๆครับ :)