CAMERA GIRL ผู้ซึ่งหลงรักคนในรูปภาพ

ฉันเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดา ที่ชอบถ่ายภาพมากคนหนึ่ง ฉันไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ ก็แค่คนคนหนึ่งที่ชอบบันทึกช่วงเวลาและความทรงจำ ไม่ได้สร้างปาฏิหาริย์อะไรได้ทั้งนั้น แต่ก็มีความสุขเมื่ออยู่กับมัน ชอบความรู้สึกของการที่สิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ นี้สามารถหยุดเวลาได้ เก็บเอาทุกความทรงจำเข้ามาอยู่ในภาพด้วยการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว



อีกเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะฉันนั้นธรรมดาเกินไป...เกินกว่าไม่มีใครจะสนใจหันมามอง การถือกล้องถ่ายรูปอาจจะเป็นหนทางเดียว ที่ทำให้ใครบางคนหันมามองฉันก็ได้ แม้ในเวลาปกติเขาก็แค่เดินฉันผ่านไปโดยไม่เหลียวแล สำหรับฉันแล้ว บางที...การถือกล้องถ่ายรูป อาจะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เราได้สบตากัน แม้จะมีเลนส์กั้นอยู่ก็ตามที และคงเป็นไม่กี่หนทางที่ทำให้ใครบางคนหันมายิ้มให้ คนบางคนที่ปกติแล้วเราอาจจะไม่มีสิทธิ์มองหรือเข้าใกล้ไปมากกว่านี้เลย



ฉันยังจำครั้งแรกที่เดินเข้าไปหาเขาได้ ฉันใช้สิทธิของ "ตำแหน่งช่างภาพ" บนป้ายห้อยคอเรียกชื่อเขาให้หันมามองฉันอย่างชอบธรรม รอยยิ้มที่ได้มองเห็นเต็ม ๆ ตาผ่าน “วิวไฟน์เดอร์” เป็นครั้งแรกทำเอาหัวใจฉันกระตุกไปวูบหนึ่ง เป็นอีกครั้งที่ฉันได้ตกหลุมรักใครเพียงเพราะรอยยิ้มและสายตาที่เขาส่งมาให้แบบไม่มีเหตุผลใด ๆ และอีกหลายครั้งต่อมาที่ฉันมักจะเลือกถือกล้องถ่ายรูปเดินเข้าไปเรียกเขาให้หันมายิ้มให้...



“ฉันตกหลุมรักรอยยิ้มของเขาจนหัวใจเต้นแรงเกินกว่าจะมองด้วยสายตาตรง ๆ” 
.

.

อย่างน้อยก็ขอมีเลนส์กั้นระหว่างอิทธิพลของเขาที่ส่งมายังฉันสักนิด ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะเป็นลมไปเสียก่อน



ไม่รู้ว่าตัวฉันถลำเข้าไปในโลกของภาพถ่ายมากไปแค่ไหน ฉันตกหลุมรักเขาจากรูปภาพมากมายหลายใบที่ฉันเป็นคนกดชัตเตอร์ เอาแต่ทึกทักไปเองในมโนจิตว่าการที่ฉันได้เก็บภาพของเขาโดยที่เขายินยอมหมายถึงการที่เขาเปิดใจให้ฉันได้เข้าไป คิดเอาเองว่าเขายิ้มตอบกลับมาให้ตัวฉันที่อยู่หลังกล้องตรงนี้ กว่าจะรู้...ก็เผลอเอาหัวใจข้ามผ่านเลนส์ไปผูกกับเขาโดยไม่รู้ตัว



แต่สุดท้ายแล้วการถือกล้องถ่ายรูป อาจจะเป็นแค่ข้ออ้างของตัวฉันเอง ที่ไม่กล้าจะเผชิญความจริงที่ว่า “เขาไม่ได้สนใจเราเลยสักนิด” “เขาไม่ได้รู้จักตัวตนของเราด้วยซ้ำ” แล้วเอาแต่หลบอยู่หลังเลนส์ ลอบมองอีกฝ่าย แอบสบตา หลอกตัวเองเสมอว่าเขากำลังมองมา หลอกตัวเองว่าเขายิ้มให้ ทั้งที่ความจริง...เขาก็แค่ อยากมีรูปภาพที่ดี ๆ สักใบเท่านั้นเอง...



ไม่รู้เหมือนกัน ว่าหากวันใดฉันไม่มีกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ เขาจะยังหันมายิ้มให้ฉันไหม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีล่ะนะ...ว่ายังไงก็อยากจะมีเอาไว้ดีกว่า...จะได้เก็บภาพของเขา เก็บภาพความทรงจำระหว่างที่เราได้อยู่ด้วยกัน หยุดเวลาในภาพนั้นไว้เนิ่นนาน...ไม่ให้มันหายไป แม้ว่าในความเป็นจริง ทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และระหว่างเราก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย



สุดท้ายแล้ว...สิ่งที่เป็นเรื่องจริงก็มีแค่
.
.


ความเจ็บปวดตรงหัวใจของฉัน ที่พ่ายแพ้แก่คนที่ฉันเผลอตกหลุมรักในรูปภาพที่ฉันถ่ายเอง
 



//ทำไมถึงเป็น loser อีกแล้วล่ะ 555+

I AM PIMMIE►

SHARE
Writer
i_am_pimmie
ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ
หัวร้อน นอนน้อย เกรี้ยวกราด I AM PIMMIE▶

Comments