HOW TO PLANT, GROW, AND CARE FOR SUNFLOWERS

" วุ่นวายเหี้ยๆ "
เป็นคำอุทานที่เผลอตัวสบถออกมาบ่อยๆ
รองจากคำว่า 
" ร้อนสัส "
ที่จริงถ้าพูดถึงวันรับปริญญา ก็คงไม่มีประโยคหรือคำไหนอธิบาย event นี้ได้ดีกว่าสองคำข้างบนอีกแล้ว
และใช่ วันนี้คืองานวันรับปริญญา ที่ต้องมาอย่างเสียมิได้
บรรยากาศที่คุ้นเคยของสองข้างทางที่แออัดไปด้วยดอกไม้ทุกสีที่พอจะนึกออก
ช่อดอกไม้ทุกขนาด ทุกแบบ ที่ถูกพันห่อด้วยริบบิ้นหลากสี 
และช่างกล้องที่ยั้วเยี้ยเหมือนขนคนไทยทั้งประเทศมาไว้ในพื้นที่จำกัดนี้
สิ่งสวยงามอย่างเดียวที่ๆนี่จะมีให้เห็นได้คงเป็นรอยยิ้มของความปิติยินดีในความสำเร็จ
ที่ช่างอบอุ่น และสวยงามเสียจริง
คิดภาพถ้าเป็นตัวเอง เรียนหนักแค่ไหน ขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มพวกนี้ในช่วงสุดท้าย
ก็น่าจะเพียงพอพอที่จะปลอบประโลมความเหนื่อยหนักของการเรียนตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ละมั้ง

ระหว่างที่กำลังเดินเบียดกับผู้คนจำนวนมหาศาล
มือทั้งสองข้างก็หอบหิ้วถุงข้าวของและช่อดอกไม้พะรุงพะรัง
สายตาก็เคลื่อนหาบุคคลที่เป็นตัวการของการต้องตื่นมาอาบน้ำแต่งหน้า เตรียมตัวตั้งแต่ไก่โห่
นี่ร่างกายมัน multi-tasking ขนาดนี้ได้ยังไงนะ

สายตาที่กวาดไปมาจนทั่วปะทะเข้ากับบุคคลที่คุ้นเคย
เต็มเปี่ยมไปด้วยความคุ้นเคย
.

เอ่อ ใช่ นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้
นั่นไม่ใช่เป้าหมายของการตื่นเช้า
และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เตรียมใจว่าจะต้องมาเจอ


ผมยุ่งๆที่ไม่ผ่านการเซตหรือจัดทรงใดๆไปมากกว่าปล่อยตามธรรมชาติ
ส่วนสูงพอเหมาะ ท่าทางเก้ๆกังๆแบบนั้น 
เสื้อเชิร์ตตัวโคร่ง ที่จำเป็นจะต้องมาพร้อมกับกระเป๋าผ้าสีขาวใบโปรดเสมอ
ไม่มีอะไรจะคุ้นเคยไปมากกว่านี้แล้ว


ชิบหายละ
ชิบหายละ
ชิบหายละ
ชิบหายละ
ชิบหายละ

ก่อนที่จะรู้สึกตัวและแก้ปัญหากับสถานการณ์ตรงหน้า
ก็สายเกินกว่าจะสั่งให้ตัวเองเปลี่ยนทิศทางไปทางอื่นได้แล้ว
ในเมื่อการเผชิญหน้าเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ PLAN Bคงหนีไม่พ้นการทักทายตามมารยาท 
แล้วก็รีบๆหนีไปจากตรงนี้ซะ
ไม่น่าจะมีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นมากระหว่างคนที่ไม่มีพันธะอะไรต่อกันอีกแล้วแบบนี้

..

"อ้าว"
เสียงที่คุ้นเคย(อีกแล้ว)ที่ส่งออกมาจากชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า
เป็นเชิงของการทักทายระคนความประหลาดใจ


โอ้หม่ายยยยยยย โอ้หม่ายยย อ้าวไรเนี่ย
ทำตัวปกติ
ทำตัวปกติ 
ทำตัวปกติเข้าไว้

" อ้าว หวัดดี "
ฉันตอบกลับ
พยายามที่สุดที่จะประดิษฐ์ให้มันดูตกใจที่เราบังเอิญมาเจอกันได้ในสถานที่ๆมีคนเป็นล้านแบบนี้


อันนี้ปกติยังวะ
เออ ปกติแหละ

ก่อนที่จะได้พูดคุย หรือเริ่มต้นบทสนทนากันไปมากกว่านี้
สายตาอันแหลมคมที่เป็นผลมาจากการกินผักบุ้งพันล้านต้นตอนเด็ก
ก็ส่งผลให้ฉันหาเป้าหมายของการมาที่นี่เจอ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดีของการออกจากห้องสนทนาที่น่าอึดอัดนี้เสียที

หลังจากการใช้เวลาไปกับการทำธุระ ร่วมชักภาพที่น่าประทับใจ
และแสดงความยินดีเป็นเวลานาน จนลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไปซะหมด

ฉันพาตัวเองหลบหนีความวุ่นวายของงานรับปริญญาและผู้คนมานั่งพัก
แสงแดดของเวลาประมาณ10โมงครึ่ง ที่ไม่น่าจะเรียกว่าแดดอ่อนๆได้อีกต่อไป
แผดความร้อนลอดผ่านกิ่งและใบของต้นไม้สูงใหญ่เหนือหัวฉันเป็นระยะๆ


ฉันนั่งเฉยๆ มองดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
กระดกน้ำเปล่าอึกใหญ่จากขวดน้ำขนาดลิตรที่อุตส่าแบกออกมาจากบ้าน

" อ่ะ "

ฉันเงยหน้ามา พบกับหลอดยาดมสีขาวสลับฟ้า
ที่ถูกส่งมาจากชายหนุ่มคนเมื่อเช้า

เห้ย มาตั้งแต่ตอนไหนนะ

อัตราการเต้นของหัวใจทำงานผิดปกติตั้งแต่ที่สายตาเริ่มจะโฟกัสได้
ร่างกายรีบส่งสัญญาณฉุกเฉินต่อสถานการณ์ตรงหน้า
ทุกอย่างปั่นป่วนไปหมดเพียงแค่การสบตาไม่กี่วินาที
ฉันรีบคว้ามันมาไว้ในมือ เพื่อป้องกันความลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูกที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

"ขอบคุณ"

ร่างสูงถือวิสาสะนั่งลงข้างๆโดยปราศจากการอนุญาตใดๆ

..
..
..
นี่มันกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เคยเป็นกลิ่นโปรดที่สุดของฉันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้สัมผัสกลิ่นแบบนี้


"ร้อนเนอะ ร้อนมาก ไม่ไหวแล้ว จะตายแล้วเนี่ย"

ฉันแกล้งบ่นกระปอดกระแปดเพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น

"นี่ได้มาวีคที่แล้วมั้ย เรามาวีคที่แล้วด้วย ร้อนกว่านี้อีก วันนี้ดีนะที่มันยังครึ้มๆอยู่บ้าง"
"เรารู้แล้ว ครั้งที่แล้วเราก็เห็นคุณ เราแค่ไม่เจอกัน "

..

" นี่จริงๆจะซื้อดอกทานตะวันแบบที่เธอถือในรูปด้วย แต่แพงอะ ตั้ง300 เป็นพลาสติกอีก ให้ไปก็ทำไรไม่ได้ "
" จำดอกทานตะวันที่เราเคยปลูกได้ป่ะ ตอนนี้ตายห่าหมดแล้ว น้ำท่วม "

..

" ช่วงนี้เรียนเป็นไงบ้าง "
" ไม่มีคนโอ๋แล้วหรอ นี่ก็ไม่มีเหมือนกัน ฮ่าๆ โตแล้ว "
"นี่ยังไม่รู้จะเรียนจบสี่ปีรึเปล่าเลย มีหน้าที่อื่นต้องรับผิดชอบเต็มไปหมด"
" ฮ่าๆ พูดเล่น "

..

" อื้อ เห็นแล้วแหละ ดีแล้วที่ไปหาหมอ "
"นี่เราย้ายออกมาอยู่หอแล้วนะ แม่อยู่คนเดียว อ๋อไม่ อยู่กับแมว"
"เพิ่งย้ายออกมา ก็กลัับไปนอนบ้านบ้างนะ นี่คืนที่ผ่านมาก็นอนบ้านตลอด"
"มันชื่อไข่มุก ไม่ใช่ถั่วลันเตา"

..

"หลังจากนี้เธอมีไปคอนเสิร์ตอะไรอีกรึเปล่า"
"ไม่น่าอะ อันนั้นหลับชัวร์"
..

"แล้วนี่เดี๋ยวไปไหนต่อ"
"เราจะไปจิบชา เป็นกิจกรรมที่ดีนะ ลองเอาไปทำกับเพื่อนๆเธอดู"

..

ฉันปล่อยให้แสงแดด อากาศ บรรยากาศ และความรู้สึกทำหน้าที่ของมัน
โดยปราศจากการคิดหรือไตร่ตรองอะไรที่มันซับซ้อน
ฉันยิ้ม หัวเราะ เป็นตัวของตัวเอง
อาการประหม่าในตอนต้นพวกนั้นหายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้


เรื่องราวต่างๆพรั่งพรูออกจากเราทั้งคู่
ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนที่ฉันยังอยู่ หรือเรื่องใหม่ๆที่เกิดขึ้นกับเขา
เราต่างแลกเปลี่ยน พูดคุยถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่เราขาดการติดต่อ


ฉันดีใจที่เขาเองยังมีเรื่องเล็กๆน้อยๆที่อยากบอกให้ฉันรู้
และฉันเองก็ยังดีใจ และอยากรับรู้เรื่องราวเหล่านั้นเหมือนที่เคยเป็น



"นี่ เดี๋ยวเราต้องไปแล้วแหละ"


เขาก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเอ่ยประโยคขอตัวเพื่อไปทำธุระต่อ
ฉันคลี่ยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงกล่าวลา


ก่อนที่ร่างสูงที่คุ้นเคยจะกลับหลัง 
และเดินห่างจากฉันออกไปเรื่อยๆ
ฉันได้แต่แอบมองตามแผ่นหลังนั้นเป็นระยะๆ 
ก่อนจะคิดทบทวนถึงบทสนทนาที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้

อื้อ เราก็จะไปแล้วเหมือนกัน

ฉันพึมพำประโยคที่ไม่ได้พูดออกไปกับตัวเองเบาๆ 
ก่อนจะเริ่มก้าวเท้าออกไปเผชิญกับแดดร้อนๆและผู้คนมหาศาลนั่นอีกครั้ง


.



*https://www.youtube.com/watch?v=GmNVYZQgIEQ*




SHARE

Comments