ยังหอมดังวันเก่า...ยามเมื่อลมโชยมา 🍃🍂



วันนี้ นอนดูซีรี่ไทยของเจมส์ที ยันตี1
โคตรฟิน... แต่ขณะที่ฟิน
ไอจางๆของตอนติดซี่รี่เรื่องแรกก็หอมหวนมาในความรู้สึก
ตอนนั้นอยู่ปี 2 น่าจะได้... ซี่รี่ที่ว่า คือ "คิมทัน" คนติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง

เป็นหนึ่งในนั้นคร่าาา เวลาติดซีรี่นี่แบบไม่สนใจใครเลยอ่ะ ไม่อยากคุยกับใครเลย
วันนี้ก็เลยคิดว่า ดีนะที่ไม่มีคนคุย...ไม่มีแชทเด้งมารบกวน โคตรดี!

เนี่ยแหละ...อีวินาที ที่คิดและเปรยความคิดนี้ขึ้นมานี่แหละ
เป็นจุดเริ่มต้น ของการคิดถึงซีรี่เลิฟพิการ ของตัวเองขึ้นมา
พิการยังไงน่ะเหรอ...?
มีข้างเดียว... พิการป่ะละ? 😕

อือ วันนั้นเราดูคิมทันนี่แหละ...แล้วแชทไลน์ของมันก็เด้งมา
มันก็ถามว่า เราทำอะไรอยู่
ปกติเวลาคุยกับมัน ไม่ค่อยถามกันนะ....ว่าทำอะไรอยู่ จะคุยกันแบบลื่นไหลไปเรื่อยๆ รู้กันไปเอง ว่าต่างคนต่างทำอะไร

อ้อ ลืมบอก...มันเป็นรุ่นพี่ต่างคณะ แต่ขอคุยแบบเพื่อน เพื่อเอาตีนถีบเราไว้...จะได้ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมัน

เหมือนขามันจะสั้นไป ทั้งๆที่สูง 180
ถีบไว้ไม่ได้ว่ะ... ชอบไปแล้ว ชอบก่อนหน้าที่จะเอาตีนมาถีบไว้ซะอีก

...เออ นั่นแหละ.. พอมันรู้ว่าเราดูคิมทัน
มันก็ก่อกวนอ่ะ ไม่อยากให้ดู บอกว่าไม่สนุก
คือปกติคุยกันตลอดไง ติดซีรี่ก็ไม่อยากคุยกับใคร

มันนำเสนอหนังน่าดู มาให้เรื่องหนึ่ง
คือ Conjuring ได้ความว่ามันคือหนังผี
แบบว่า นี่ไม่ชอบหนังผี...ไม่ดูย่ะ

แล้วมันก็ท้าว่า...ถ้าดูเรื่องนี้จบได้คนเดียว แบบไม่ได้ดูกับเพื่อน
ดูจบแล้วไปเล่าให้มันฟังได้
มันจะเลี้ยงข้าว...

"เลี้ยงข้าว???"

"เลี้ยงข้าว???!!!"

หนังผีก็กลัวอยู่แล้ว
แต่การได้กินข้าวที่แกเลี้ยง แม่งมันอยู่ในโพซิเยอร์ที่อยากจะเก็บในฐานะคนแอบ...นี่หว่า

เอาวะ...ดูก็ดู

หอเราไม่มีเนต มันเลยโหลดหนังใส่แฟลตไดร์ทมาฝากลุงยามไว้ให้

แต่กว่าจะดูจบได้ ก็ใช้เวลาหลายอาทิตย์เลยนะ

สรุป... "อยากกินไรอ่ะ?"

หึหึ
การเลี้ยงข้าวที่เราต้องการ กลับไม่ใช่การไปกินด้วยกันนะ

ป็อดเกินกว่าจะนั่งตรงหน้าได้จริงๆ
เราก็เลย...ให้มันเลี้ยงข้าวด้วยการ
สั่งข้าวร้านลุงหน้าเกื้อให้
แล้วมันก็ไปจ่าย โดยให้ลุงนำมาส่งเรา

นั่นแหละ...
เอาจริงๆนะ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่รู้จักกันมา
ในความสัมพันธ์ ที่มีสะพานลอยข้ามถนนขาว เป็นตัวเชื่อม

ไม่เคยเลยนะ...ไม่เคยที่เราสองคน จะได้ยืนพูดต่อหน้ากันตรงๆ
ไม่มีเลยสักครั้ง

ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากนะ...
โคตรอยากเลย
แต่โคตรยากมากกว่า
แค่เดินสวนแก...ฉันยังแกล้งทำเป็นไม่เห็นได้ทุกครั้ง

ก็ใจมันจะกระดอนมาจากอกอ่ะ
มันจะเป็นลมซะให้ได้
แกเป็นคนแรกที่ทำให้รู้สึกแบบนี้...และจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีผู้ชายคนไหน
ที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ได้อีก มีใจสั่นหวั่นไหว...แต่เป็นลมนั้นไม่

อย่างมาก ฉันก็แค่...ส่งยิ้มและทักทายกับแผ่นหลังของแก
เวลาที่บังเอิญเจอแกที่สวนอ้อย
หรือหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม
บังเอิญเดินตามหลังอ่ะ
แค่นั้น...ก็ดีมากแล้ว

เราคุยกันในไลน์ทุกเรื่อง
สนุกมากๆ ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่หัวเราะเลย
เวลาเครียดๆ หรือทะเลาะกับใครมา แกก็จะทำตัวเป็นพวก เข้าข้าง ทำโมโหกว่าให้ฉันหัวเราะ
ฉันไม่เคยรู้สึกเข้ากับผู้ชายคนไหนได้ดีมากเท่าแกมาก่อน... จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเข้ากันได้ดีเหมือนแก ไม่มีเลยจริงๆ

แกเหมือนมาตรฐานผู้ชายที่อยากได้ แต่ก็ยังไม่เคยมีนะ

...อืม.. เอาเข้าจริง
การเผชิญหน้ากันตรงๆ ของเราก็มีเกิดขึ้นบ้างนะ
ตอนที่เรารู้จักกันแรกๆ แล้วคุยกันมาหลายเดือน แต่เวลาเดินผ่าน ฉันชอบทำเป็นไม่เห็น แกเลยท้วงที่ไม่ยอมไปทัก เลยเถียงกัน ว่าใครจะทักใครก่อนดี

ครั้งแรกที่แกเดินมาทัก
ตอนนั้นฉันยืนอยู่เยื้องๆหน้าร้านโกโก้สก๊อย ที่สวนอ้อย
แกเดินมาไวไปไวมา เอ่ยว่า "สวัสดี" แล้วหายตัวไป
แกบอกว่าแกขี้อาย ขี้อายกับทุกคน

แต่ฉัน...ขี้อายแค่กับคนที่ชอบนะ

แล้วต่อๆมา ก็ไม่ได้ทักกันอีกเลย

จนฉันชักจนต้องเข้า รพ.นั่นแหละ
ตอนนั้นอยู่บ้าน ชักสองรอบ เลยต้องมาสแกนสมองที่ กทม.
นั่งรถมา กทม. 6 ชม.กว่า

6 ชม.นั้น...แกไม่ได้วางโทรศัพท์ไปไหนเลย คอยกวนตีนไม่ให้ฉันเครียดมาตั้งแต่...หล่มเก่ายันเกื้อการุณย์

พอฉันอยู่ห้องฉุกเฉิน แกกลับมาถึงหอพอดี
แกเลยรีบปรี่ บอกว่าจะมาช่วยตรวจให้
แต่พอพ่อกับน้าฉัน ยืนอยู่กับฉันแกเลยไม่กล้าเข้าไป

พอฉันแอดมิดนู่นแหละ แกเลยมาหา...
ใช่...ครั้งนั้นแหละ
ที่แกยืนตรงประตู ฉันนอนบนเตียง
แกยิ้มตาหยีมา แล้วพูดว่า
"เป็นไงบ้างอ่ะ"
ฉันงงนิดหน่อย คุยกันแทบตลอดเวลา
ต้องตอบมันว่าเป็นไงดีวะ 5555

ใช่..เป็นครั้งเดียวจริงๆที่เราได้สบตากัน
ขนาดวันที่เพื่อนๆจัดนิทรรศการ
แล้วไม่มีใครมาเฝ้าฉันได้ช่วงบ่ายถึงเย็น แกเลยมาอยู่เป็นเพื่อนแทนให้
แกยังนั่งหันข้างให้ฉัน
แล้วเราสองคนต่างก็ไม่พูดอะไร

ฉันน่ะเขินอยู่แล้ว
แต่แกน่ะสิ แกเป็นอะไร

แกนั่งได้ไม่นานก็ขอตัวกลับ เพราะเพื่อนที่บอกว่ามาไม่ได้ มันก็ยังอุตส่าห์ผลัดให้มีคนมาเฝ้า จนได้ หึหึ 55555

อ้อ ส่วนครั้งที่แกเอาของกินมาฝากหน้าหอ หรือตอนฉันเอาของกินไปฝากแก
รั้วโรงเรียนเกื้อ ก็กางกั้นได้ดี
ฉันไม่เคยมองหน้าแกหรอก มองแต่แผงกล้ามตลอด
อยากใส่แต่เสื้อบาสดีนักไง

ส่วนวันที่แกมาเอาไอพอดของแกคืน ที่แกบุ่มๆเข้ามาในเกื้อท่ามกลางผู้คนมากมาย ทั้งๆที่ฉันบอกมาตลอดว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกัน

วันนั้นฉันยื่นให้แบบหลับตาให้ และหลับตาเดินกลับ ฉันคิดซะว่าคงไม่มีใครเห็น

แกคงฮอตอยู่หรอก จากการที่มีรุ่นน้องที่คณะฉันส่งแชทไปหาแก แอดเฟรนด์ ไปซะเยอะแยะนั่นอ่ะ

ก็มันแคปมาให้ดูตลอด...ก็เลยรู้ว่ามีคนมาสนับสนุนความหลงตัวเองของมันเอาไว้ได้ ไม่รวมถึงตอนที่ฉันเคยทำเรื่องขายหน้ากับมันอีก พอละไม่อยากจะพูดถึง

อ้อ แล้วก็ตอนที่ร้านน้ำปั่นที่ดาวข่างอ่ะ
ที่ฉันไปกับกลุ่มเพื่อน...แล้วเจอแกแวบหนึ่ง ตอนนั้นเรากำลังแชทกันเลยแหละ แต่ไม่ได้บอกกันว่า กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน

ฉันกำลังจะบอกเพื่อนว่า
"รู้ปะ ฉันกำลังแชทกับมันอยู่"
แต่ดีนะ...ที่ไม่ได้พูดออกไป
เพราะเมื่อฝาถังน้ำแข็งปิดลง ภาพแผ่นหลังแกนั่งกินอะไรสักอย่างอยู่ก็ปรากฏขึ้น
เชี่ย...เกือบไปแล้ว

ตอนจะจ่ายตัง...ว่าจะบอกแม่ค้าว่า เก็บที่พี่คนนั้นเลยค่ะ ก็ไม่กล้าพอ 555555



ใจหายเหมือนกันเนอะ
วันที่แกจะจบ...และฉันจะจบ
แกบอกว่าแกไปใช้ทุน ที่ ตจว.
ไป 5 ปี แบบเรียนต่อเลย
รู้ป่ะ ทำเอาฉันมานอนฟังเพลง "ไม่ต้องคิดถึง" เป็นแสนๆรอบ

นั่นไม่ใช่การจากกันแบบจริงจังหรอก...

มาจริงจังอีกที...ก็ตอนที่
ฉันไปถามแกว่า แกเลิกกับแฟนเก่าทำไม (แฟนคนนี้เป็นคนที่เราช่วยเป็นแม่สื่อให้มันเองอ่ะ)
มันก็ตอบแหละ แต่บอกว่า...ไม่อยากพูดถึงอีก
แล้วก็ไม่ยอมตอบแชทเราอีกเลย
มันเข้ามาอ่านนะ แต่ไม่ตอบ

เราก็งง...งงมาจนทุกวันนี้ ส่งข้อความไปข้อโทษ ก็ไร้วี่แววของการสนใจจากแก

แต่ตอนนี้มันมีแฟนใหม่ไปหลายคนละ

แต่มันไม่เคยตอบไลน์เราเลย ไม่เคยอ่าน จนเราคิดว่ามันคงบล็อคไปแล้ว

เราส่งหามันเรื่อยๆแหละ แต่เฟสมันไม่ได้ลบนะ...แต่ตอนนี้เฟสใหม่ ไม่กล้าแอดมันไปแล้วล่ะ

จนมาวันหนึ่ง...ข้อความทั้งหมดของเราที่ส่งหามัน

ก็ขึ้นว่า "อ่านแล้ว"

หมดกัน...สิ่งระบายบลาๆ ก็คิดว่าถูกบล็อคไปแล้วนี่หว่า


นั่นแหละ...เราถึงรู้...ว่ามันไม่ได้บล็อคเรา

ถ้าเป็นซีรี่ไทย เวลาEP ไหนขายดี
ก็จะมีภาค To be continue.

แต่สำหรับเรื่องของเราสองคน
คง... เดินทางไปไกลกว่านี้ไม่ได้

ไม่เคยต้องการให้มาชอบตอบเลยสักครั้ง...

อย่างที่บอกแหละ

"ไม่ได้เดินข้างๆ...ก็ขอเดินตามหลังไปเรื่อยๆ"

แม้ตอนนี้...แค่เดินตามหลังก็ไม่มีโอกาสแล้วก็เหอะ

แต่อยากจะฝากบอก...
แผ่นหลังและเส้นผมของแกว่า

คิดถึงจัง

อยากเจออีกสักครั้ง...ห้างไหนสักห้างก็ได้

...แค่แผ่นหลัง...

แบบที่เคยเป็นมาตลอด

แม้มันจะไม่มีภาค To be continue
แต่ความรู้สึกของฉันที่มีต่อแก

Stay continue เสมอ

ถ้าจะให้พูดเรื่องของเรา...พูดวันเดียวคงไม่จบสิ้นได้ เล่าได้เป็นปีๆ
เขียนหนังสือคงต้องมีเล่มหนึ่ง เล่มสอง

ขอบคุณนะ...ที่จำได้ว่าฉันชอบเพลง "ดินแดนแห่งความรัก"
แม้ตอนนี้...ฉันจะไม่เคยเจอกับดินแดนแห่งนั้นเลยจริงๆก็เหอะ

ยังชอบกินมะพร้าวแก้วอยู่ป่าวอ่ะ

อากาศหนาวๆยังชอบปวดหัวอยู่มั้ย

แล้วไอ้ทรงผมอ่ะ เข้าร้านบ้างเหอะ อย่าตัดเองเลย 555

อ้อ เสื้อที่แกเคยซื้อมาฝาก...ยังอยู่นะ
ขวดแชมพูแพนทีนสีเขียว ที่แกซื้อมาให้ตอนเราจะต้องสระผม ก่อนไปทำ EEG ...ก็ยังอยู่นะ...
แกไม่รู้หรอก ว่าฉันจะเก็บมันไปทำไม
นั่นสิ...ทิ้งไม่ลงมั้ง

แด่

3 ปีที่สนิทกัน
กับ 6 ปีผ่านไป...ที่ยังตอบอย่างมั่นใจ
ว่าชอบแกเหมือนเดิม

กับผู้ชายคนอื่นที่เคยรักหรือชอบ พอเลิกกัน ก็เลิกชอบเลิกรัก

แต่กับแก...ไม่รู้ทำไม
ไม่คิดจะเลิกเลย ต่อให้แกจะเกลียดฉันไปแล้วก็เหอะ

'ยังหอมดังวันเก่า...ยามเมื่อลมโชยมา ทัดเธอไว้ในใจ แบนเค'

ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด...ในชีวิตมหาวิทยาลัย
# มหาวิทยาลัยลูกผู้หญิงชื่อเกื้อ
# ซีรี่เลิฟพิการ


คิดจะเขียนเรื่องนี้เก็บไว้เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิต เขียนแบบต่อเติมบ้างให้ฟินๆ
พิมพ์เล่มเดียวกับไว้เอง ไว้อ่านคนเดียว
แต่อารมณ์หดไปช่วงมีแฟน
แล้วทำไมอยู่ๆ วันนี้ถึง..กลับมาเขียนถึงแกได้วะ 5555 ตลกดี

แล้วก็มีตัวอักษรลอยขึ้นมาหลังภาพยนตร์จบลง

"อยากเป็นเพื่อนกันไปนานๆ ตราบนานเท่านาน...จนแก่เฒ่าหนังยาน ยังมีเรื่องเล่าให้กันฟัง
มีเสียงพูดคุย หัวเราะเป็นล้านครั้ง
ไม่ได้เดินข้างๆ...แต่ขอเดินตามหลังไปเรื่อยๆ"

# ซ่อนเก็บไว้ข้างในจนสุดลึกดวงใจ #ถนอมเธออยู่ในนั้น

SHARE
Writer
SUPANNEEGA
letter girl
คุยกับตัวเอง

Comments