ว่าด้วยเรื่องความคิด
ไม่ว่าใครก็ต้องเคย..คิดอะไรซ้ำ ๆ วนไปวนมา เคยถามตัวเองบ้างไหม? อะไรคือ "จุดหมาย" ของการปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับการคิดเรื่องนั้นซ้ำไปซ้ำมา แล้วเคยรู้ทันความคิดของตัวเองไหม?
          ' ไม่มีใครไม่เคยคิดมาก ' นี่คือสัจธรรม แต่จะมีสักกี่คนที่เอะใจและถามตัวเองว่านี่เรากำลังคิดเรื่องเดียวซ้ำ ๆ เพื่ออะไร? 

          บางคนบอกว่า ต้องการคำตอบที่คิดให้ตายก็คิดยังไงก็คิดไม่ออก หรือคิดเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าแม้แต่นิด เพราะอะไรรู้ไหม?
เพราะทางออกจะมา เมื่อเวลาที่สมควรได้เดินมาถึง
          เหตุผลนี้ได้มาจากการเรียนรู้จากอดีต และประสบการณ์จากการคิดมากมานับร้อยพันครั้งนั่นเอง ความคิดของคนมักเป็น ' การคาดเดา ' เพราะไม่รู้จึงต้องคิด เดาไปตามเหตุและผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งก็ไม่รู้ว่าที่คิด ๆ มานั้นมันถูกหรือผิดกันแน่ ทั้งเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และเรื่องที่ยังมาไม่ถึง เราทุกคนต่างคาดเดาไปกับมัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายการคาดเดานั้นมันอาจจะเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
          เพราะความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้เราทุกคนเป็นทุกข์ สำหรับกรณีที่ทุกข์จนกระทั่งได้พบกับความสุข หรือพูดง่าย ๆ ก็คือสิ่งที่คิดในแง่ร้ายนั้นกลับกลายเป็นเรื่องดีก็ถือว่าดีไป แล้วสำหรับคนที่ทุกข์จนกระทั่งสุดท้ายก็ยังเจอกับเรื่องทุกข์ใจล่ะ? ... ลองมาทบทวนคนสองกลุ่มนี้ดี ๆ แล้วจะรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทับซ้อนกันอยู่ นั่นคือช่วงเวลาแห่งความทุกข์ใจก่อนที่เหตุการณ์จริงจะมาถึง มันเป็นช่วงเวลาที่เปล่าประโยชน์ที่สุด เป็นการใช้เวลาไม่คุ้มค่าที่สุด ... เราเสียเวลาชีวิตไปกับการอมทุกข์เพราะการนั่งคิดอะไรไปก่อนเหตุมาเท่าไหร่แล้ว เชื่อว่ามันอาจจะมากจนถ้าเอาเวลานั้นมารวม ๆ กัน คุณคงทำงานหาเงินได้ก้อนโตเลยเชียว ... และยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอีกกลุ่มที่เอาแต่คิด และปล่อยตัวเองติดอยู่ในเขาวงกตของอดีต อดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ... ถ้าหากยังพอจะรู้ทันตัวเองอยู่บ้าง หลายคนคงฉุกคิดขึ้นได้ ตามความคิดของตัวเองทัน แล้วตั้งคำถามกับตัวเองถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่ ... เราได้อะไรจากการคิดมากในแต่ละครั้งบ้าง?           กล่าวมาขนาดนี้มิใช่ว่าผู้เขียนไม่เคยคิดมาก แต่เพราะเคยถึงอยากจะแชร์อีกแง่มุมของความคิด ที่อาจจะช่วยให้ความทุกข์ใจของท่านผู้อ่านมันลดทอนลงบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี 
          วิธีจัดการความคิดเบื้องต้นของผู้เขียนที่อยากจะมาแชร์ก็คือ ' การไม่คิดแล้วพุ่งเข้าชน ' ฟังดูบ้าระห่ำ แต่ที่จริงแล้วก็แค่หมายถึงการเผชิญหน้ากับความกังวลของตัวเองอย่างกล้าหาญ "เปล่าประโยชน์ที่จะคาดเดาสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แค่ทำมัน แค่เผชิญหน้ากับมันเมื่อเวลานั้นมาถึง" ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร มันจะช่วยลดเวลาแห่งความทุกข์ใจลงได้แน่นอน 
          บางคนอาจจะไม่เห็นภาพ ทั้งนี้จึงจะขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ข้าพเจ้ากลัวหมอฟัน แต่ในสุดสัปดาห์ที่จะมาถึงจะต้องเจอกับการตรวจฟัน พร้อมทั้งทำทันตกรรมชุดใหญ่เพื่่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดฟัน แทนที่จะมานั่งวิตกไปก่อนล่วงหน้าว่ามันจะเป็นอย่างไร ก็แค่หยุดความคิดทุกอย่างไว้ แล้วเมื่อถึงเวลาก็เดินเข้าร้านหมอฟันไปแบบไม่ต้องคิดอะไรเท่านั้นเอง อาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่นานเหตุการณ์ในห้องทำฟันก็จะผ่านไป...เวลาไม่เคยหยุดเดินฉันใด ความเจ็บปวดใด ๆ ก็ไม่หยุดอยู่กับเราฉันนั้น          ต่อให้มันจะดีหรือร้าย...เมื่อถึงเวลามันจะผ่านไปอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้า เพราะไม่ว่าอย่างไร พระอาทิตย์ก็จะขึ้นมาใหม่ในตอนเช้าของทุกวันเสมอ :") 


SHARE
Written in this book
404 error Happiness not found.
บันทึกของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
Writer
Iampinecone
Nothing
amature photographer

Comments

AunAunP
1 year ago
💙 ยัยงู
Reply
Iampinecone
1 year ago
ตามมาอ่านด้วยอะ เขิน 5555 ❤️
Blackdog234
1 year ago
อ่านเเล้วมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อไปเลยค่ะ ตอนนี้กลัวการฝึกงาน เพราะเริ่มฝึกเเล้วโรคซึมเศร้าเล่นงานจนต้องดรอป
Reply
Iampinecone
9 months ago
ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างแล้วนะ ขอโทษที่ไม่ได้เข้ามาตอบเลยนะคะ อยากคุยด้วยจัง