ลัดฟ้าไปดาลัด | มาแน่มุยเน่
เป็นทริปต่างประเทศครั้งแรกที่จัดโปรแกรมด้วยตัวเอง
เนื่องจากเรา
- งบน้อย
- ไปกับครอบครัว
เลยต้องวางแผนทุกอย่างเป็นขั้นตอน
และส่งโปรแกรมการเดินทางไปให้พ่อแม่ดูก่อนด้วย
ซึ่งต้องทำเป็นทามไลน์และรู้ราคาทุกอย่างที่ชัดเจน

เราเริ่มต้นทริปนี้จากการอยากไปเวียดนามมานานมาก
ซึ่งได้ตั๋วโปร ไป-กลับโฮจิมินห์ มาตอน 0 บาท
จริงๆไม่ใช่ 0 หรอก มีค่าภาษีสนามบิน
ตกคนละประมาณ 2,200 บาท ไป-กลับ
จริงๆถ้าได้ถูกสุดจะอยู่ที่ 1,800-1,900 บาท

เราจองข้ามปีเลยทีเดียว
จองเมื่อพ.ย.ปี60 ได้ไปต.ค.ปี61
เพราะเพื่อนที่ไปด้วยว่างแค่ช่วงปิดเทอมที่ไม่มีสอน
เลยต้องลงเอยแบบนี้555

..
การจัดโปรแกรมทัวร์ของเรานั้น
ตอนจองยังไม่รู้เลยว่า ไปโฮจิมินห์นี่จะไปตรงไหน มีอะไร ยังไงบ้าง
พอเริ่มหาข้อมูลก็ อ๋อ เขาไปมุยเน่-ดาลัด กัน
มุยเน่ดาลัดคือที่ไหนวะ มีอะไร
อ๋อ มุยเน่มีทะเลทราย
ดาลัดล่ะ.. อากาศเย็นตลอดปี ไปชิวๆ ถ่ายรูป
(ซึ่งจริงๆเราอยากไปฮาลองเบย์จ้า55555)
แล้วไม่ได้คิดก่อนเลยว่ามันอยู่ใกล้สนามบินไหน
แต่ก็อะ จองแล้ว ก็ต้องไปนี่ละวะ
ดูไปแล้วคุ้มอยู่ มีหลายสภาพอากาศดี
มีกิจกรรมให้ทำ ไม่ใช่ทริปเรื่อยเปื่อย
ซึ่งการไปกับครอบครัวต้องมีเป้าหมายชัดเจน
ไม่ใช่ไปกันเอง สโลว มั่วไปได้

ทีนี้พอลงเครื่องจะเริ่มต้นจากอะไร?
ก็คือกูจะไปไหนต่อ? 5555 ไปยังไง
เลยเริ่มต้นหาข้อมูลจากตรงนั้น
เวลารถออกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
เพราะเราจะรู้ว่าเวลาต่อไปจะทำอะไรได้
1. ได้เวลาไป-กลับเครื่องบินแล้ว หาวิธีการไปดาลัด-มุยเน่ มีรถทัวร์ มีบริษัทอะไรบ้าง บริษัทไหนถูกที่สุด บริษัทไหนเดินไปใกล้ที่สุด ถ้าบริษัทนี้ตั๋วเต็ม จะไปที่ไหนต่อ
เวลาเดินรถมีรอบกี่โมงบ้าง
(แค่เริ่มก็เหนื่อยละ)
2. เดินทางไปไหนก่อนถึงจะประหยัดเวลา
และคุ้มค่า คุ้มสถานที่ที่สุด
เราเลยทำมา 3 แผนเลย
แล้วก็มาช่วยเลือกกับเพื่อนว่าอันไหนเวิค
อันไหนไม่เหนื่อย
3. พอไปถึงมุยเน่-ดาลัด จะทำอะไรต่อไป
จะไปที่ไหนก่อน นั่งเปิดแมพดู
ลิสต์สถานที่ที่จะไป ดูว่ามันห่างกันกี่กิโลในแต่ละที่
คำนวนค่าเดินทางว่าจะไปทางไหนก่อน
ประหยัดเงิน และประหยัดเวลามากที่สุด
4. ที่พัก ต้องใกล้บริษัททัวร์ เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง ประหยัดค่าที่พักด้วย
จะได้เดินไปได้เลย ต้องมีอาหารเช้า และต้องสวยด้วย
เออสวย ถูก สะอาด และอยู่ใกล้
หาที่พักนี่ก็หลายวันกว่าจะได้ที่พักลงตัว
5. สถานที่เที่ยวที่จะไป มีค่าเข้าชม หรือค่าเข้าร่วมกิจกรรมใดๆบ้าง และราคาเท่าไรบ้าง (คำนวนทุกที่ที่จะไป)
เราลิสต์มาทั้งหมด 8 ที่ ต้องหาข้อมูลของทุกที่ เทียบราคาการเดินทางไปที่ราคาถูกแต่ไม่แย่ เพราะพ่อแม่ต้องสะดวกด้วย
6. ค่าอาหารทุกมื้อ จะราคาประมาณเท่าไร เพราะจะคิดเหมารายหัวไปเลย
จ่ายไปจากเงินกองกลาง เหลือก็คืน ไม่เหลือก็เรียกจ่ายใหม่ เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น

..
แผนเราที่โอเคมีดังนี้
เราเดินทางกันวันที่ 15-18 ตุลา
เครื่องบินออกตอน 07.30 น.
ถึงเวียดนาม 09.00 น.
จากเวียดนาม เราต้องต่อรถประจำทาง
เพื่อไปฟามงูเหลา (มันคือชื่อถนนค่ะ ชั้นเพิ่งรู้)
แล้วก็เดินต่อไปตามแผนที่ที่ปริ้นมา
เดินผ่านบริษัททัวร์แห่งแรก เมินค่ะ เพราะชั้นหาข้อมูลมาดีว่ามันแพงกว่าบริษัทที่ชั้นจะไป 100 บาท
ส่วนกลุ่มคนไทยอีกกลุ่ม เลือกเข้าบริษัทแรกเลย
เรามาถึงบริษัทที่สอง
ชั้นคำนวนมาหมดแล้วว่ามีรถรอบ 14.00 น. เพื่อไปมุยเน่
คนละ 99.000 vnd (ประมาณคนละ140บาท)
และตัดสินใจซื้อทัวร์ทะเลทรายที่มุยเน่
กับบริษัทนี้เลย
เพราะรีวิวมาดีแล้วว่าซื้อที่นี่ถูกกว่าไปซื้อกับที่พัก
แล้วก็ซื้อตั๋วจากมุยเน่ไปดาลัด 99.000 เหมือนกัน
พร้อมตั๋วดาลัดกลับโฮจิมินห์ 245.000
จบไป

ก่อนเดินทางก็ไปเดินหาของกินก่อนค่ะ
มีเวลา2-3ชม.ในการหาร้านอาหาร
เดินวนไปวนมา เพราะขี้เกียจดูร้านมาก่อน
หากินเอาใกล้ๆ ง่ายๆละกัน
และใช่ค่ะ เวียดนามขึ้นชื่อเรื่องการขับขี่มอไซบนท้องถนนมาก
มีจำนวนเยอะะ!! และขับแบบไม่สนหมีสนแหมดใดๆ
ใครอยากปาด อยากแซง อยากเบียดใคร ย่อมทำได้
เราเป็นคนข้ามถนนก็เดินไปเลยค่ะ
เดินไปเฉยๆ เหมือนคนตาบอด อย่าหันรีหันขวาง
แค่เดินตรงไป เขาจะบีบแตรใส่ และชะลอให้เราเอง
เพราะไม่งั้นไม่มีทางข้ามถนนได้โดยเด็ดขาด

มื้อแรกเราจบที่ร้านขายบะหมี่
เวียดนามต้องกินบะหมี่
เส้นเฝอ ก็โอเคกินได้ อร่อยดี

รอเวลา 14.00 ออกเดินทางไปมุยเน่
เราจะถึงมุยเน่ประมาณ 1 ทุ่ม
ระหว่างทาง คนขับคือขับไม่ดีเลย
เบรกตลอด เหยียบจึ้กๆๆๆ นอนไม่ได้เลย
แล้วไม่มีมารยาทใดๆ ถ้าอยากแซงคือไปจี้ๆๆๆแล้วบีบแตร
พอเขาไม่หลบก็บีบๆๆ
แต่ก็ไม่มีใครโมโหกัน นั่นคือเรื่องธรรมดา
ถ้าเป็นไทยต้องลงมาต่อยกันแน่ๆ
แต่เวียดนามคือเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ใดๆ

ไปถึงที่พักประมาณ เกือบ2ทุ่มที่มุยเน่
รถบัสพามาส่งผิดที่อีก
คือชื่อที่พักซ้ำกัน แต่เราแจ้งเคาท์เตอร์ไปหมดแล้วว่าเลขที่อะไร
เขาคงไม่ได้ดู เลยต้องเดินไปที่พักจริงเอง
ดีที่ห่างกันแค่300-400เมตร


เช้ามา วันที่16ตุลาคม
ตื่นตี3 เพื่อรอรถจี้ปมารับไปทะเลทรายใดๆตามที่จองไว้
ซึ่งเราก็ต้องเดินมารอที่พักที่นางพาไปส่งผิดเมื่อวาน
เพราะพวกนางไม่รู้ว่ามาส่งเราผิด
เวลานัดคือ 4.30 น. แต่รอจน 4.50 น.ก็ไม่มีรถมารับ
เราก็กระวนกระวายใจละ เพราะบริษัททัวร์ยังไม่เปิด
จะโทรไปถามใคร ติดต่อใครก็ไม่ได้
สุดท้าย มีชาวบ้านแถวนั้นแหละ
น่าจะมารอเก็บตกนักท่องเที่ยวประจำอยู่แล้ว
ก็เดินมาถามนั่นนี่ ก็อาสาจะขับพาไปแทน
โดยให้เราจ่ายตังเขา แล้วก็ไปทวงเงินที่บริษัทคืนเอาเอง
ก็เอาวะ ไม่มีทางเลือก พระอาทิตย์จะขึ้นแล้วด้วย
เลยต้องไปกับชาวบ้านคนนี้
ซึ่งนางเป็นรถเก๋ง ไม่ใช่รถจี้ป
ทุกคนนอย แบบอ้าวรถนี้หรอ
แต่ก็ต้องไป มันทำไรไม่ได้ละ

ไปถึงทะเลทรายขาวก่อนอันดับแรก
เราได้ขึ้นรถจี้ปตรงนี้แหละ
เพราะถ้าเดินไปคือเหนื่อยมาก
เดินทะเลทรายอะ ยวบยาบๆ ก็ต้องจ้างไป
5 คน คิดเงิน 1.2ล้านดองต่อจี้ป1คัน

ก็ไม่มีอะไรนะ ไปถ่ายรูป มีสไลเดอร์ให้เล่น
เป็นไม้กระดาน เล่นกี่รอบก็ได้ ราคา5หมื่นดอง
เราก็เล่น ซึ่งเอาจริงไม่มีใครเล่นได้เกิน2รอบ 2รองคือเก่งละ รับประกันเลย5555
เพราะลงไปทีนึงคือไปไกลมากกกกก
ต้องเดินกลับขึ้นมาเอง
แล้วไม่ใช่ทางตรงอะ เดินขึ้นเนิน ซึ่งเป็นเนินทะเลทราย
บอกเลยปวดตัวไปหมดงานนี้

เสร็จแล้วไปต่อที่ทะเลทรายแดง
อันนี้ก็อารมณ์เดิม มีสไลเดอร์เหมือนเดิม
แต่ทรายจะออกสีส้มเข้ม ตามชื่อนั่นแหละ
ลงแปปเดียวละไปต่อเลย

ที่สาม หมู่บ้านประมง
ก็เป็นที่ๆแม่ค้าพ่อค้า ชาวประมงใดๆ มาค้าขายกันริมหาด
จุดเด่นคือเรือทาสีสดๆ สวยดี
แต่เหม็นคาวสัตว์ทะเลมาก555
เหม็นเค็มอะ

ที่สุดท้าย ไปต่อที่ แฟรี่สตรีม
เป็นคล้ายๆแกรนด์แคนย่อน
คือเป็นหน้าผาดินสูงๆ
ซึ่งเราเดินไปยังไม่ถึงเลย ต้องกลับ
เพราะเวลามันไม่ทันแล้ว
เคืองที่อีรถจี้ปของบริษัททัวร์ที่จองไว้แม่งไม่มาตามนัดอะ

เออกลับมาสรุปเรื่องรถจี้ป
คือตอนเราอยู่แฟรี่สตรีมเนี่ย
ชาวบ้านที่พาเรามาเค้ารู้จักกับคนขับรถจี้ปบริษัททัวร์
เขาก็ไปดีลกันเอาเอง คือบริษัทจ่ายเงินให้ชาวบ้านคนนี้
เราก็ไม่ต้องเสียไรเพิ่ม
แล้วอีคนขับรถบริษัททัวร์ก็มารับเรากลับที่พัก จากแฟรี่สตรีม
ที่มันมาช้าเพราะ... นอนหลับ
ใช่มันบอกมันนอนหลับไม่ตื่น
เหี้ยมาก อันนี้โกรธจริง
กลับมาก็มาอ่านในเพจ อื้อหือ
คนด่าเยอะมาก หลายเรื่อง
ของหายไม่สนใจบ้าง ผิดเวลาบ้าง ไม่มาบ้าง
คะแนนเพจคือ 2.9/5 ค่อนข้างเลวร้ายเลย
เราดันจองตามพันทิป ไม่ได้มาอ่านเม้นก่อน
เป็นบทเรียนเลยจ้า

รอบบ่ายหลังกลับจากแฟรี่สตรีม
ก็อาบน้ำ เตรียมตัวออกเดินทางไปดาลัด
รถออก12.00น. ซึ่งก็ออกตรงเวลาดี
แต่...
ช่วงเวลาบนรถไปดาลัด เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในทริป
นางพาไปทางลัดบ้าบอไรไม่รู้
เป็นรถบัสนะ แต่พาไปทางแบบต่างจังหวัด ชนบทอะ
ขรุขระ ลูกรัง ถนนเลนเดียวห้ามรถสวนมา
แล้วเดินทาง 4 ชม.กว่าจะถึงดาลัด
ขรุขระไปแล้ว 3 ชม. หัวสั่นกันไปเลย
แล้วซวยอีกคือได้นั่งหลังสุด
เด้งสุด นอนหลับไปแปปๆรถเด้ง หัวโขก
ด่าทุกสิ่งอย่างที่พากูมาเจออะไรแบบนี้5555

สรุปถึงดาลัด 17.00 น.
ฝนตก อากาศเย็นมาก เราเดินไปเก็บของที่ที่พัก
แล้วก็นัดกันออกมาเดินตลาดนัดกลางคืนกัน

ออกมาเดินตลาดคือทุกร้านพูดไทยได้
แต่พูดอังกฤษไม่ค่อยได้5555
ของเด็ดคือมันเผา หวานหอมอร่อย
พิซซ่าอันละ 12.000 ดอง ทำสดๆ
แล้วก็หม่าล่า อร่อยไหมไม่รู้ เพราะไม่เคยกินที่ไทย5555 เลยไม่มีอะไรเปรียบเทียบ
ต้องนั่งเก้าอี้หน้าเตาถ่านนะถึงจะได้อารมณ์

17 ต.ค. นัดกันลงมากินอาหารเช้าที่โรงแรม
ซึ่งเราตั้งใจมาก ในรูปมันสวย ดูดีมาก
และไม่ผิดหวังเลยที่เลือกที่นี่
อาหารบางอย่างต้องไปสั่งให้เขาทำ
เช่น เฝอ ไข่ดาว ฯลฯ
อร่อยทุกอย่าง เฝอจะใส่ปลาส้มด้วย เราชอบมาก
แต่แม่ไม่ค่อยชอบ555

เที่ยววันนี้เราเหมาแท็กซี่เอาเลยทั้งวัน
เพราะมีพ่อแม่ด้วย ไม่อยากตะลุยมาก
ให้รีเซปชั่นจัดการหาแท็กซี่ให้
แย่คือนางพูดอังกฤษไม่ได้จ้า
ต้องเอาโปรแกรมที่เราปริ้นไปเองให้นางดูแทน

วันเดียวเราเก็บแลนด์มาร์คเกือบครบ
- วัดจีน จำชื่อไม่ได้ละ
- โบสถ์ไก่
- โบสถ์เซนต์แมรี่
- เครซี่เฮาส์ (อันนี้ค่าเข้าแพง ไม่แนะนำ เพราะไม่คุ้มค่าเข้า) 75.000 ดอง
- สถานีรถไฟดาลัด
- ขั้นกระเช้าที่วัด truc lum
- จบที่ไปขึ้นroller coasterที่น้ำตกดาลันตา อันนี้สนุกมาก ต้องเล่นเลย แม่ยังชอบ
คนละ 150.000 ดอง ไป-กลับ

จบทริปประมาณ17.00น. มีฝนตกปรอยๆตอนอยู่น้ำตก
ถ้ามาเดือนนี้ควรพกร่มมาด้วยเพราะฝนตกทุกวัน
จบทริปก็ต้องกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม
แล้วให้แท็กซี่พาเราไปส่งที่บริษัททัวร์
เพื่อรอรถกลับโฮจิมินห์

รถบัสออกจากดาลัดประมาณ21.00
ระหว่างนั้นเราก็มีโอกาสไปเดินตลาดกลางคืนกันอีกรอบ
เพราะไม่มีอะไรจะทำ555 เลยเดินฆ่าเวลา

รถมารับเราตรงเวลามาก
เป็นรถนอนแบบที่เราไม่เคยเห็นที่ไทย
มี2ชั้น บนล่าง เรานอนข้างบน ตามเลขที่ได้มา
ที่นอนคือขาจะเหยียดได้โดยการสอดไปที่กเบาะคนข้างหน้า
เป็นคล้ายๆกล่อง บอกไม่ถูก
แต่ไม่สบายเลย5555
เราเตี้ยนะ สูง160 ขายังเหยียดไม่สุด
ต้องงอเข่า เมื่อยมาก
ละผู้ชายอะ ขาคงงอแบบไม่รู้จะไปทางไหน

ความชิบหายยังไม่จบแค่นั้น
คือบนรถ ไม่มีห้องน้ำ!!!!!!!!
เดินทาง8ชม. ไม่มีห้องน้ำ
เราเครียดมาก เพราะปกติเป็นคนตื่นมาฉี่บ่อยอยู่แล้ว
คืนนึงต้อง2-3รอบอย่างต่ำ คือแบบกูจะทำไงวะ
เลยต้องรีบๆหลับภาวนาให้ตัวเองอย่าตื่นมากลางทางเลย
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้จ้า
นอนไปได้สักพัก ประมาณ5ทุ่มตื่น
ปวดฉี่ทันที ก็แบบเอาไงดี
จะหาถุงละลงไปฉี่ท้ายรถดีมั้ย
ละถ้ารถเบรกฉี่ไหลออกมาเลอะเทอะอ่ะ
ถ้ามีคนมาเห็นอะ ถ้าฉี่ไม่ลงถุงอะ
เลยตัดสินใจไปบอกคนขับ
และอย่างที่คิดค่า หงุดหงิดใส่กูเลย
นางบอกอีก 2 ชูนิ้ว2มาให้ซึ่งไม่รู้ว่าอีก2ชม.หรืออีก2กิโล อะไรใดๆ
นี่ก็ทำหน้าเหยใส่ บอกโน แคนนอท
นางชี้ที่ข้างทาง อารมณ์แบบงั้นข้างทางได้มั้ย
เลยบอกได้ จอดเลย นี่เลยไปฉี่หน้าบ้านใครไม่รู้ ขอโทษค่ะ..
พอขึ้นรถมาพ่อกับแม่ตื่น หน้าตาเหลอหลา
พ่อก็ถาม เอ้าหนูไปคนเดียวหรอ
นี่ก็แบบไม่รู้ไงว่าใครปวด คิดว่านอนแล้ว
พอพ่อกับแม่จะลง มันก็ดุอีก
อารมณ์ว่ามันสายแล้ว ชี้ที่นาฬิกาใหญ่
นี่ก็ไม่สนใจ บอกแม่ลงไปเลย
รีบเลย มันก็จะขวางไม่ให้ลง
นี่ก็ไม่สนใจ ให้พ่อกับแม่ลง
จนมันยอม
พอขึ้นมาก็หลับ ตื่นตอนจุดพักรถ
ก็ไปฉี่อีกรอบ แล้วก็ขึ้นมานอน

18 ต.ค.
ตื่นอีกทีคือถึงโฮจิมินห์แล้ว
ไม่รู้เรื่องอะไรใดๆ จนมันมาเอะอะโวยวายไล่ลงจากรถ
เปิดไฟไล่ มาตะคอกใส่
คืออีสัส เป็นเหี้ยไรมากมั้ย

ลงมาจากรถ ตอนนั้นตี3กว่า
มองหน้ากันเอ๋อๆ ไปไหนต่ออะทีนี้
มีคนเข้ามาถามพอดี
นี่เลยบอกขออาบน้ำ 3 ชม. คิดเท่าไร
นางคิดมา 750.000 ดอง
นี่ก็ต่อจนเหลือ 500.000 นางเลยยอม
พาไปที่พัก เป็นบ้านของนาง
ทุกคนคือเหนื่อย หลับเป็นตาย
นอนที่พื้นมั่งไรมั่ง
เพราะจองห้องเดียวไง สลับกันอาบน้ำ
จน7โมงเช้าออกเดินทางต่อ

มีหลายที่ที่ต้องไป แต่ไม่ไปไหนเลย
นอกจากตลาดเบนถัน ซื้อของฝาก
ทุกคนเหนื่อยกันมากเลยไม่มีใครอยาก ำอะไรแล้ว
รวมถึงเราด้วย คือเหนื่อยมากจริงๆ
ตอนนั้นใครจะไปไหนคือไปกันเองนะ5555
ไม่เคยไปเที่ยวแล้วหมดสภาพขนาดนั้นมาก่อนเลย
ทุกวันตื่นเช้า แล้วต้องให้คุ้มอะเพราะเรามาไม่กี่วัน
เลยไม่ใช่ทริปชิวใจเลย

กว่าจะกลับไทยคือ 15.50 น.
แต่เราไปรอกันที่สนามบินตั้งแต่เที่ยง
เพราะใจเราอยากนอน
ขอที่เย็นๆ และมีเก้าอี้ให้นั่งพอแล้วจ้า ณ ตอนนี้



สรุปทริป
โดยรวมมวลความสุขมีมากถึง9/10
เพราะคนไปด้วยคือครอบครัวและเพื่อนสนิท1คน
ไม่มีทะเลาะกันเลย ทุกคนไปได้หมด
หัวเราะ ขำกับทุกสถานการณ์
โดยเฉพาะแม่จะเป็นคนเปลี่ยนสถานการณ์ตึงเครียดให้เฮฮาตลอด
มันเลยเป็นอีกความทรงจำที่ดีที่สึดสำหรับเรา

ไว้ไปกันใหม่นะ💛🇻🇳

SHARE
Writer
quixotic
Loser
ความจริงของเรา

Comments