Spell
ลมหนาวพัดยอดไม้ไกวแกว่ง เมฆหนาบดบังแสงจันทร์เพ็ญทำบรรยากาศขมุกขมัว ผู้คนต่างเข้าบ้าน พักผ่อนจากงานที่เหนื่อยมาทั้งวัน แม้กระทั่งร้านเหล้า โรงมหรสพยังเงียบเหงากว่าปกติ ไม่มีใครมองเห็นเงาตะคุ่มที่ชายป่า เดินฝ่าแรงลมมุ่งเข้าไปในเงาทะมึนของกำแพงต้นไม้โดยไม่ได้ถือโคมหรือเครื่องมือให้แสงสว่างไปด้วยแต่อย่างใด ช่องเปิดเล็กๆ ในแนวไม้นำไปสู่ทางเดินดินแคบคดเคี้ยวในความมืด ร่างนั้นเดินตามเข้าไปจนถึงกระท่อมดินที่ปลายทาง แสงไฟวูบไหวลอดออกมาจากหน้าต่างบานเล็ก แม้จะดูไม่มั่นคงนัก ประตูไม้ด้านหน้าก็เริ่มผุพัง แต่มันนิ่งสนิท เพิกเฉยกับแรงลมและฝนที่เริ่มลงเม็ด


ก๊อกๆ

“แม่มดคะ ซาบีนเองค่ะ” หญิงสาวในชุดคลุมมีฮู้ดกล่าวเสียงสั่น เธอไม่แน่ใจว่าคนข้างในจะได้ยินเสียงเรียกของเธอท่ามกลางเสียงลมและเสียงใบไม้เสียดสีกันรอบด้านไหม

“เข้ามาสิ” เสียงหญิงที่จะว่าสาวก็ไม่สาว จะแก่ก็ไม่แก่ดังลอดประตูออกมา ซาบีนรีบเปิดประตูเข้าไปข้างในตามคำเชิญ แล้วก็ถูกปะทะด้วยลมร้อน จนเธอถอดเสื้อคลุมแทบไม่ทัน

“รีบปิดประตูแล้วมาตรงนี้ เอาชิ้นส่วนของเขามาได้แล้วใช่ไหม” แม่มดกล่าว นางนั่งตัวตรงอยู่หน้าหม้อสีเงินวาวบนเตาถ่านซึ่งล้อมด้วยกำแพงหินสูงครึ่งแข้ง ซาบีนค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ แม้จะเคยมาที่นี่ พูดคุยตกลงกับแม่มดมาก่อน เธอก็ยังอดหวั่นเกรงไม่ได้


กระท่อมแม่มด ไม่ได้มีบรรยากกาศอึมครึม เต็มไปด้วยไม้กวาด หม้อยักษ์สีดำเรียงราย ฝุ่นเกรอะกรัง หรือชิ้นส่วนสัตว์ที่ระบุไม่ได้ห้อยอยู่อย่างที่เด็กๆในหมู่บ้านเคยโดนผู้ใหญ่หลอกไว้ ในกระท่อมนี้สะอาดสะอ้าน ภาชนะและขวดโหลส่วนผสมมันวาวและถูกเรียงเก็บอย่างเป็นระเบียบ มีแสงสว่างนวลจากตะเกียงจากทุกด้าน มีโต๊ะเขียนหนังสือ มุมนั่งพักประดับด้วยนกฮูกสตัฟฟ์สีขาวลายจุดเทามีแม้กระทั่งเปียโนขนาดย่อม

น่าอยู่กว่าหลายๆบ้านที่ซาบีนเคยไป


“ค่ะ ได้เส้นผมมาแล้ว” เธอล้วงเอาห่อผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋า คลี่ออกแล้วยื่นปอยผมสีทองให้กับแม่มด นางหันมารับไป ใบหน้าที่ไม่เหี่ยวแต่ก็ไม่เด็กนั้นไร้ความรู้สึก

“น่าเสียดาย ถ้าเป็นชิ้นส่วนที่มีเนื้อมีเลือดอยู่ด้วยจะได้ผลมากกว่า อย่างเช่นติ่งหู หรือนิ้วเท้า”

“ได้เส้นผมมาแบบไม่โดนจับได้ก็แทบแย่แล้วค่ะ” ซาบีนพูดเสียงเบา เธอไม่แน่ใจว่าแม่มดไม่ได้ยิน หรือไม่สนสิ่งที่เธอพูด


หญิงที่บอกอายุไม่ได้ค่อยๆหย่อนเส้นผมลงในของเหลวใสที่กำลังเดือดปุดๆทีละเส้น ทันทีที่เส้นแรกแตะผิวน้ำ ก็มีแสงวาบสีแดงพุ่งขึ้นจากปากหม้อเวทย์ ตะเกียงรอบห้องดับลงพร้อมกันโดยไม่มีลมพัด น้ำยาในหม้อเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ตลอดเวลาแม่มดกล่าวร่ายคาถาในภาษาที่ซาบีนฟังไม่ออก

“คนยาให้เท่าอายุของคนที่เจ้าชอบ” แม่มดยื่นไม้พายชนาดเล็กให้ซาบีน หญิงสาวตกใจจึงได้แต่รับมาถือไว้“อย่าบอกว่าเจ้าไม่รู้อายุเขานะ”

“รู้ค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องคนวนซ้ายหรือวนขวา” ซาบีนอ้ำอึ้ง

“วนไหนก็ได้ แค่วนให้ครบ คนไปก็ตั้งจิตถึงสิ่งที่ต้องการด้วย เร็วเข้า ก่อนที่ผมจะละลายหมด”

ซาบีนลงมือกวน น้ำยาจากที่เหลวเหมือนน้ำก็ค่อยๆข้นขึ้นจนคล้ายนม ข้นขึ้นจนคล้ายโจ๊ก ข้นขึ้นจนแทบจะดันไม้พายต่อไม่ไหว แต่เด็กสาวพยายามจนครบในที่สุด

“ดีนะที่ชอบคนรุ่นเดียวกัน” แม่มดพูดติดตลกด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ยิ่งอายุมาก ประสบการณ์มาก ความคิดซับซ้อน ความทรงจำติดหัวก็ยิ่งเปลี่ยนใจยาก”

ซาบีนยืนหันรีหันขวางอยู่หน้าหม้อต้ม “แล้วต้องทำยังไงต่อคะ”

“เสียบไม้กวนเข้าไปในกองฟืน” แม่มดกล่าวด้วยสีหน้าเดิม“และจุ่มมือเธอลงไปในหม้อ”

“อะไรนะ” ซาบีนร้อง

“ไม่ร้อนเท่าไหร่หรอก” มุมปากแม่มดเหมือนจะตวัดขึ้นน้อยๆ แต่เมื่อซาบีนกระพริบตา รอยเกือบยิ้มนั้นก็หายไป เด็กสาวมองฟองที่ผุดแล้วแตก ผุดแล้วแตกบนผิวน้ำยาข้นคลั่กในหม้ออย่างไม่ไว้ใจ

“จุ่มลงไปนานไหมคะ” ซาบีนเสียงสั่น

“ก็จนกว่าเธอจะควานหาเม็ดกลมขนาดเท่าลูกเชอร์รี่ที่อยู่ในนั้นเจอ” แม่มดกล่าวเสียงเรียบ “ไหนคราวที่แล้วมาร้องไห้ฟูมฟาย อยากได้ความรักถึงขั้นจะให้ทำอะไรก็ได้ไง เปลี่ยนใจแล้วเหรอ”

ซาบีนสะอึก เธอมองน้ำยาข้นสลับกับใบหน้าไร้อายุของแม่มดสองครั้ง ก่อนที่จะกลั้นใจจุ่มมือทั้งสองข้างของเธอลงไป

อุณหภูมิในหม้อไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด ที่จริงแล้วมันเย็นกว่าลมหนาวข้างนอกด้วยซ้ำ ซาบีนค่อยๆควานจนรู้สึกได้ถึงเม็ดกลมแข็งอยู่ที่ก้นหม้อ เธอคว้าแล้วชักมือขึ้น น้ำยาที่อยู่ในหม้อแข็งตัวเป็นหินในทันทีที่มือเธอพ้นน้ำยา แม่มดกุมมือทับมือซาบีนข้างที่ถือเม็ดแข็งอีกทีแล้วร่ายมนต์ด้วยเสียงกังวาน เมื่อร่ายจบตะเกียงในกระท่อมก็สว่างขึ้นเช่นเดิม

“พกติดตัวไว้ตลอดเวลา แล้วเขาจะหันมาชอบเจ้า” แม่มดปล่อยมือแล้วส่งผ้าให้ซาบีนเช็ดน้ำยาที่เปื้อนแขน แต่เด็กสาวไม่สนใจ

“ในที่สุด เขาจะรักข้าแล้ว” ซาบีนกรีดร้องจ้องมองลูกแก้วขาวขุ่นในมือด้วยตารื้น

“เดี๋ยวก่อนเด็กน้อย แค่เส้นผมทำให้เขารักเจ้าไม่ได้หรอก รักต้องใช้มากกว่าชิ้นส่วนร่างกายเยอะ ข้าบอกเจ้าแล้วนี่”

“แค่เขาหันมามองข้า มาชอบข้า เดี๋ยวเขาก็รักข้าเอง” ซาบีนยิ้มร่า “ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะแม่มด”

“ข้าไม่ได้ทำเพื่อคำขอบคุณหรอกนะ” แม่มดยื่นมือด้านหน้า ฝ่ามือหงายขึ้น

ซาบีนควักถุงผ้ากำมะหยี่ตุงด้วยเหรียญทองวางลงบนมือแม่มดอย่างไม่ลังเล บอกลาแล้วพุ่งออกจากกระท่อม วิ่งฝ่าฝนกลับบ้าน


“เด็กเอ๋ยเด็กน้อย” เสียงแหลมห้าวดังขึ้นจากมุมพักผ่อนของกระท่อม ฮูกขาวที่ยืนแข็งตาเบิกโพลงตลอดเวลาที่ซาบีนอยู่ในกระท่อมสะบัดขน “ท่านเองก็เถอะ ไปให้ความหวังเขาแบบนั้น”

แม่มดเดินไปตวงน้ำจากโถลงกาน้ำร้อน นางยกหม้อน้ำยาแข็งตัวออกจากเตาแล้วสลับกาเข้าแทน “ข้าไม่ได้มีหน้าที่ดูแลชีวิตใครนอกจากตัวเอง ข้าเป็นเพียงแม่ค้า จัดหาสิ่งที่มีคนมาขอซื้อ”

ฮูกขาวสะบัดปีกอย่างไร้เสียงมาเกาะบนกำแพงหินเตี้ยล้อมเตาถ่าน “ลูกแก้วเสน่ห์จากเส้นผมเป็นเวทย์เด็กเล่น ไม่กี่คืนก็หมดฤทธิ์ หลังจากนั้นเด็กน้อยอาจจะโดยเมินยิ่งกว่าเก่าด้วยซ้ำ ขี้คร้านจะวิ่งร้องไห้มาหาท่านอีก หรือไม่จะพาลพาคนในหมู่บ้านถือคบไฟจอบเสียบมาไล่ ท่านจะทำยังไง”

“ความเป็นห่วงเป็นใยของเจ้าน่าซาบซึ้งยิ่งนัก” แม่มดเทน้ำร้อนลงกาน้ำชา “แทนที่จะเอาแต่พูด เจ้าเช็ดที่เด็กน้อยทำเปรอะบนพื้นเสียก่อนที่จะขูดไม่ออก เอาหม้อเวทย์ไปทิ้งในถ้ำแล้วรีบกลับมาต้มซุปให้ข้ากิน”

“สบายเสียจริงเลยนะ” ฮูกกล่าวเสียงเบาในจังหวะที่บินไปหยิบผ้าเช็ดพื้น

“อะไรนะ เจ้าอยากเป็นภูติรับใช้เพิ่มอีกห้าสิบปีรึ”

“ไม่ได้พูดอะไรแลยเจ้าค่ะ ไม่ได้พูด” นกฮูกรีบใช้เท้าดันผ้าถูพื้นไปมาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะใช้เท้าหิ้วหูหม้อ บินเป๋ออกไปด้านนอก

แม่มดรินชาลงถ้วย ลุกไปนั่งจิบที่มุมพักผ่อน



“เด็กเอ๋ยเด็กน้อย”
SHARE
Writer
LaureaParma
Un-realist
All we can ever do is try

Comments

darkshadowz
1 year ago
ชอบการบรรยายฉากเปิดตอนแรกมากเลยค่ะ ภาษาสวยมากๆ เนื้อเรื่องก็คงความร้ายกาจ? ตามแบบฉบับแม่มดทั่วไปได้ดีมากๆเลย
Reply
LaureaParma
1 year ago
ขอบคุณนะคะ :)