อย่ายัดเยียดบทผู้ร้ายให้ใครอีกเลย
1

"คิดถึง"

"หายไปไหนตั้งนาน"

"เราชอบเธอนะ"

ฉันกลอกตามองข้อความที่เด้งขึ้นมาอย่างเอือมระอา กี่ครั้งแล้วที่ต้องเห็นข้อความพร้อมความหวังที่แนบมาเช่นนี้ กี่ครั้งแล้วที่ต้องปฏิเสธ กี่ครั้งแล้วที่ต้องรับบทที่ไม่มีใครอยากเป็น

กี่ครั้งแล้วที่จะต้องเป็น "ผู้ร้าย" ของความสัมพันธ์

ในนิยายรัก เรามักจะเห็นนางเอก (ไม่ก็พระเอก ไม่ก็เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก เอาเถอะ ใครสักคนในเรื่องแล้วกัน) ที่ไปสารภาพรักกับใครอีกคนในเรื่อง และได้รับคำตอบกลับมาเป็นคำว่า

"ขอโทษนะ เราไม่ได้ชอบเธอ"

เนี่ย หรือไม่ก็อะไรแนว ๆ เนี้ย และถ้าบทปูมาดราม่ามากพอ คนอ่านก็จะน้ำตาไหลพราก กำมือจิกหมอนแน่นด้วยความคับแค้นใจ

การสารภาพรักไม่ใช่เรื่องง่ายสักหน่อย กว่าจะเตรียมตัวเตรียมใจ รวบรวมความกล้าได้ มันไม่ง่ายเลย

ทำไมถึงปฏิเสธกันอย่างไร้เยื่อใยเช่นนั้นเล่า

ทั้ง ๆ ที่ถ้ายอมรับไป เรื่องก็จบลงอย่างมีความสุขแล้วแท้ ๆ

ทุกคนเอาใจช่วยคนที่เอ่ยคำสารภาพรักคนนั้น และพร้อม ๆ กันนั้นเอง ก็ก่นด่าสาปแช่ง "ตัวร้าย" ของความสัมพันธ์คนนั้นด้วย

แต่จะมีสักกี่คนกัน...

ที่รู้ว่าการปฏิเสธนั้น แท้จริงแล้ว ก็ยากพอ ๆ กับการบอกรักนั่นล่ะ

2

ฉันปล่อยข้อความนั้นทิ้งไว้ ถามว่ารู้สึกผิดไหม ก็นิดหน่อย แต่เมื่อนึกถึงจำนวนครั้งที่ต้องเห็นข้อความเช่นนี้ ความรู้สึกผิดพลันมลายหายไปเสียอย่างนั้น

ใช่ ฉันมันคนร้าย ฉันมันคนไร้หัวใจ เรียกอะไรก็ได้เลย ตามสบาย

แต่เชื่อเถอะ ฉันก็ไม่เคยนึกอยากให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้เหมือนกัน

ด้วยเหตุผลอันเป็นปริศนาบางประการ จู่ ๆ เพื่อนที่ฉันเคยคุยด้วย ก็ตัดสินใจว่าไม่อยากเป็นแค่เพื่อนอีกต่อไป

ซึ่งน่าเสียดาย เสียใจแทนเขาด้วย ที่ฉันยังไม่พร้อมจะขยับความสัมพันธ์ขึ้นไปมากกว่านี้

หลายอย่างเปลี่ยนไป คำพูด บทสนทนา ท่าทาง หลายสิ่งเหลือเกินที่เปลี่ยนไป เขาเรียกว่าอะไรนะ อ้อ จีบใช่ไหม

ทุกครั้งที่เขาถาม ทุกครั้งที่เขาหยอด ฉันปฏิเสธ

ใช่ ขีดเส้นใต้สองเส้นตรงคำว่า "ทุกครั้ง" 

ฉันปฏิเสธทุกสิ่งที่เขาพูด

แต่ก็ทุกครั้งอีกนั่นล่ะ ที่เขาไม่นึกจริงจังกับคำปฏิเสธของฉันเลย

ให้ตายเถอะ ฉันล่ะเกลียดคนที่คิดวลี "ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก" ขึ้นมาจริง ๆ



ไม่ว่าจะอยากให้มาถึงหรือไม่ สุดท้าย ทุกอย่างก็ต้องมาถึงจุดแตกหัก

"คบกับเราได้ไหม"

ฉันเหลือบตามองข้อความ แล้วกลอกตาต่อเป็นรูปเลขแปดไทย นึกสงสัยว่าการปฏิเสธประมาณพันกว่าครั้ง (โอเค ยอมรับก็ได้ ว่าฉันไม่ได้นับ) ที่พูดไปนี่เคยผ่านไปถึงซีรีบรัมบ้างไหม

ฉันพยายามควานหาคำตอบในสมอง พยายามเค้นอะไรสักอย่าง มองหาคำพูดอะไรก็ได้ที่จะไม่ทำให้เขาเจ็บปวดมากนัก

แต่ก็พบว่า

ฉันหาไม่เจอ

คำปฏิเสธ ยังไงก็คือคำปฏิเสธ

สุดท้าย ฉันก็เลือกคำตอบที่ง่ายที่สุด

"เราขอโทษ"

โดยที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำ ว่าทำไมฉันถึงต้องขอโทษ

บทสนทนานิ่งไป เงียบไป หายไปนานสองนาน

สุดท้าย เขาก็ตอบกลับมา

"แล้วที่ผ่านมา ให้ความหวังเราทำไม"

เอ้า!

4

คนบางคนมีความสามารถพิเศษ ถึงเราจะไม่ได้ให้ความหวังอะไรเขาเลย เขาก็จะสร้างความหวังขึ้นมาด้วยตัวเองได้เสมอ

ซึ่งไอ้ความสามารถเนี้ย มันควรเอาไปใช้กับเรื่องอื่น เช่นการช่วยผู้ประสบภัย หรือไม่ก็การแนะแนวนักเรียนสอบเข้า

ไม่ใช่ใช้กับความรัก!

จริง ๆ นะ ถ้าคิดจะสร้างความหวังขึ้นมาเอง 
ถ้าคิดจะปิดตาข้างเดียวให้กับคำปฏิเสธ
ได้โปรด อย่ากล่าวหาใครว่าเขากำลังให้ความหวังเลย

เพราะบางที ความหวังนั้นก็ไม่ได้มาจากใครอื่น เพียงตัวเราเองเท่านั้นที่ให้ความหวังกับตัวเอง

ก็แค่นั้น

5

"เธอไม่เข้าใจอะ คนปฏิเสธจะไปเข้าใจความรู้สึกของคนที่โดนปฏิเสธได้ยังไงกัน"

"มันเจ็บปวดนะ"

ทุกครั้งที่เห็นข้อความทำนองนี้ ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง
นี่ พวกคุณ ไม่คิดบ้างเหรอว่า ในโลกหนึ่ง ฉันเป็นผู้ร้าย แต่ในอีกโลกหนึ่ง ฉันก็เป็นสาวน้อยในห้วงรักที่ได้แต่แอบมองคนที่ชอบอยู่ห่าง ๆ ด้วยเหมือนกัน

ในแง่หนึ่ง ฉันชื่นชมทุกคนที่กล้าสารภาพความรู้สึกของตัวเองอย่างซื่ิอตรงนะ เพราะถ้าถามฉัน ให้ตายยังไง ฉันคงไม่กล้าบอกไปแน่

แต่ในอีกแง่หนึ่ง อย่าคิดว่าฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกคุณเลย

เพียงแต่ว่า บางที...

บางคำถามน่ะ ถ้าเรารู้คำตอบอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องถามไม่ใช่หรือ

บางครั้ง เราอาจไม่ต้องส่ง "ความคาดหวังที่ไม่จำเป็น" ไปกับคำถาม (ซึ่งก็ไม่จำเป็นเช่นกัน) ของเราก็ได้

ฉันไม่ได้คาดหวังให้คนอื่นทำตาม เพราะถ้าทุกคนคิดแบบฉัน มนุษยชาติก็คงสูญพันธุ์จนหมดสิ้น

เพียงแต่ว่า ถ้าคิดจะถามแล้ว ก็ขอให้เตรียมใจยอมรับความผิดหวังเอาไว้ด้วยเถิด

เรามีสิทธิจะรักเขา ในขณะเดียวกัน เขาเองก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธเราเช่นเดียวกัน

และนั่นคือธรรมชาติของความสัมพันธ์ ไม่ใช่บทบาทของผู้กระทำ กับผู้ถูกกระทำ
อย่ายัดเยียดบทผู้ร้ายของความสัมพันธ์โดยไม่จำเป็นให้กับใครอีกเลยแต่จนกว่าจะถึงวันนั้น

เห็นทีว่า ฉันคงต้องยอมสวมหน้ากากเป็นตัวร้าย คอยทำลายความหวังที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นต่อไป เช่นนั้นเอง...



SHARE
Writer
Celestophia
Wanderer
Jack of all trades, master of none.

Comments

nothingsky
22 days ago
เรารู้สึกผิดเลยค่ะ เคยเป็นทั้งคนที่ใจร้ายปฎิเสธ และคนที่คอยถามเช่นกัน รู้สึกผิดทั้งสองแบบเลยค่ะ 
Reply
TheyCallMeMoss
21 days ago
เข้าใจความรู้สึกเลยครับ เพราะผมก็เคยทำให้คนอื่นเจ็บเเละต้องมาเจ็บเพราะคำปฏิเสธมาก่อน TwT
Celestophia
20 days ago
รู้สึกผิดที่ต้องปฏิเสธเหมือนกันค่ะ แต่ก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะไปถามใคร ก็เลยไม่ได้เจ็บเพราะคำปฏิเสธสักทีเลยค่ะ...
upphotostory
20 days ago
เราเคยสารภาพไปแล้วไม่นานมานี้ ได้รับคำตอบสั้นๆ จากคนนั้นว่า "ขอบคุณครับ"   ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า บอกไปเขาก็ไม่ได้บอกชอบกลับมา แต่เราอยากบอกไปให้อย่างน้อยๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต อาจไม่เคยมีใครบอกเขา แล้วเราก็บอกในสิ่งที่ดีๆ ออกไป เป็นพลังบวก และเราเองก็ไม่ต้องมาเสียดายในภายหลังที่ไม่ได้บอกออกไป (ก็แอบชอบมาเป็นปีนะ)

การที่เขาไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ ทำให้เราคิดได้เองอยู่แล้วว่า ไม่มีทางที่จะมีอะไรพิเศษระหว่างกัน แถมเขามาบอกภายหลังว่า เขาชื่นชมกับความกล้าของเราที่สารภาพกับเขา  (ตอนนั้นแค่อยากบอกไปซะให้จบๆ ไม่ต้องค้างคาใจ.. ผลักภาระให้ผู้ฟังไปเลย)

นี่อาจเป็นกรณีที่ไม่ค่อยมีใครได้เจอ คือ อารมณ์ทุกอย่างมันมาแบบคิดบวก เราคิดบวกเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ชอบเรา เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่คาดหวังอะไรจากเขา  เขาเองก็มาแบบอารมณ์ดี ไม่ทำให้เรากระอักกระอ่วนใจ คงเป็นเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่มาก  และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่บ้างในฐานะพี่น้อง ซึ่งเราก็ยังทำใจอยู่นะ แต่ทุกอย่างก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เราพูดในฐานะคนที่ต้องทำใจ คือ มันจะตัดใจทันที ก็ทำได้ยาก เคยบังคับใจตัวเอง สุดท้ายคือร้องไห้ เพราะกดดันตัวเองเกินไป หัวใจนะ ถ้ามันบังคับได้ ป่านนี้ความวุ่นวายบนโลกคงน้อยลงไปเลย

ฟังดูโลกสวยนะ แต่เราเชื่อว่า โลกใบนี้มันโหดร้ายมากพอแล้ว เราควรเสริมพลังบวกให้แก่กันค่ะ

ปล1. เราเข้าใจการปฏิเสธความรักนะ เราเคยเป็นผู้ปฏิเสธ บอกเลยว่าแต่ละครั้งทำใจลำบากมาก เคยถึงกับร้องไห้ไปกับคนที่ถูกปฏิเสธเลยละ  แต่ทำอย่างไรได้ ก็เราไม่ชอบ คุณกล้าบอกเรา เราก็กล้าบอกคุณเช่นกัน  เอาใจช่วยนะคะ (ถ้าเป็นเรื่องจริง) ให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

ปล2. ขออภัยจริงๆ เขียนไปเขียนมายาวมาก  
Reply
Celestophia
20 days ago
จริง ๆ อันนี้เป็นการจบที่สวยมากเลยนะคะ เราเองก็ชื่นชมคนที่กล้าบอกความรู้สึกตัวเองเหมือนกันค่ะ เพราะเราเองก็ขี้ขลาด เลยรู้สึกว่าคนที่พูดออกไปได้เนี่ยต้องกล้าหาญมาก ๆ เลย

บางส่วนของเรื่องเป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ตอนนี้เรายังพยายามอยู่ค่ะ ที่จริงเราโอเคกับการกระทำของอีกฝ่ายนะคะ แต่เราสงสารมากกว่า มันเสียเวลามาก ๆ เลยถ้าต้องมาหวังกับคนที่ไม่ได้มีใจตั้งแต่ต้น อยากให้เขาไปเริ่มใหม่กับคนที่มีโอกาสมากกว่า แต่เราก็ไม่รู้จะทำให้มันชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ยังไงเหมือนกันค่ะ

อ้าว เขียนไปเขียนมาก็ยาวเหมือนกันเลย ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะ <3
upphotostory
20 days ago
อารมณ์ตอนนั้นมีดีกรีความบ้าบออยู่ไม่ใช่น้อย คือ ไม่ไหวละ บอกไปเห้อะ ไรงี้ละค่า  ^___^ 
Akarin
18 days ago
จุกเลยครับ 555
ที่ผ่านมา ผมก็ให้ความหวังตัวเองตลอดนะ
เเต่คิดๆเเล้วก็...เออ เป็นเพื่อนกับคนที่ชอบ
มันก็ไม่เลวนะ เราต้องยอมจ่ายราคากับบางอย่างเท่านั้น เพื่อเเลกกับความสัมพันธ์ระยะยาว
คุ้มไหม คุ้มเเหละ คิกๆๆๆ

เป็นสตอรี่ที่ดีมากๆครับ 👍

Reply
Bluebaby
18 days ago
ขอบคุณที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองค่ะ :)
Reply
SYNXPCY
5 days ago
อ่านแล้วอินมากครับ ผมเองก็อยู่ในสถานะที่ไปยัดเยียดความเป็นผู้ร้ายให้กับเขา เสียใจมากๆเหมือนกันครับ
Reply