การทำความดี..อย่างตั้งใจดี
การทำความดีอะไรก็ตาม เราทำด้วยความตั้งใจดีแล้วหรือยัง เราทำด้วยความรูู้สึกอะไร 
ที่เราทำดีไปเพื่อหวังอะไรตอบแทน หรือเพื่อขอบคุณ หรือเพราะความรัก ...
... นั่นเป็นคำถามที่เรากลับมาถามตัวเอง หลังจากที่ได้ฟังบรรยายเรื่องการละหมาด 

การละหมาด..เป็นการทำความดีเพื่ออัลลอฮ์ 
เป็นเครื่องมือที่จะทำให้จิตใจของเราสงบ มีความอ่อนน้อม อ่อนโยน
และช่วยให้เราเข้าใกล้สิ่งดีๆ ได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าหากเรายังทำสิ่งไม่ดีอยู่บ่อยๆ อาจต้องกลับมาทบทวนว่า
เราละหมาดอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า เราตั้งใจดีหรือยัง


1. คุณค่าของการทำความดี
คุณลักษณะสำคัญมากที่จะทำให้มนุษย์รอดพ้นในวันอาคิรัต (วันสิ้นโลก)
และปกป้องตัวมนุษย์จากนิสัยไม่ดี ที่จะทำให้เขารอดพ้นจากจุดอ่อนของตัวเอง
คือ การละหมาด ละหมาดเป็นประจำ ละหมาด 5 เวลาไม่เคยทิ้ง
แต่ละครั้ง ละหมาดอย่างดี 

จุดอ่อนของเรา ในที่นี้ หมายถึง 
1) ความไม่พอใจ ความโลภ 
2) การหลงลืมตัวตน เวลาดีใจก็ดีใจมาก เสียใจก็เสียใจมาก
3) การบ่น คร่ำครวญ เมื่อได้รับการทดสอบ มีความทุกข์ ไม่สบายใจ
โดยเฉพาะการบ่น เป็นเรื่องที่เรามักจะเผลอทำบ่อยที่สุด ซึ่งเมื่อเรายิ่งบ่น 
เราพบว่า ยิ่งห่างไกลจากโชคดี ห่างไกลจากเราะห์มัต (ความดีงาม) มากขึ้น
เพราะเราอาจจะเผลออารมณ์เสีย ในระหว่างที่บ่น เกิดความไม่พอใจ พูดจาไม่ดีได้

ดังนั้น ทันทีที่มีสติรู้ตัว..พยายามบอกตัวเองว่า เราขอบคุณที่เจอเรื่องดีๆ 
ขอบคุณที่ได้เรียนรู้จากเรื่องไม่ดี และขอบคุณที่เรามีโอกาสได้ฝึกตนเป็นคนที่เข้มแข็งมากขึ้น
นั่นจึงจะช่วยป้องกันเราจากการหลงลืมตัวตน มีสติ และรู้สึกพอใจกับชีวิตได้มากขึ้น
และการละหมาดจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยป้องกันสิ่งไม่ดี และมีสติมากขึ้น


2. การทำความดีอย่างมีคุณภาพ
คุณลักษณะของมุอฺมิน (ผู้ศรัทธา) ที่ประสบความสำเร็จ ประการแรกคือ
ละหมาดคูชูอฺ (ละหมาดมีคุณภาพ)
ไม่ใช่ละหมาดแบบไก่จิก ละหมาดแบบไก่จิกคือ การละหมาดของบรรดามุนาฟิกูน
และไม่ใช่..เวลาละหมาด ละหมาดแบบคนขี้เกียจ ละหมาดให้ผ่านๆ

ละหมาดแบบไก่จิก เป็นท่าทางของคนที่ละหมาดด้วยความเร่งรีบ ก้มๆ เงยๆ
ไม่ได้นิ่งสงบในแต่ละท่วงท่าของการละหมาด เช่น ระหว่างการก้ม การยืน การนั่ง
ซึ่งเราก็เคยทำผิดแบบนั้น และเมื่อได้ฟังบรรยายว่าเปรียบการละหมาดแบบนั้น
ว่าเป็นละหมาดของมุนาฟิกูน (พวกสับปลับ) 
เป็นการละหมาดเพียงเพื่อแสดงให้รู้ว่าตนละหมาด แต่ในใจไม่ได้ศรัทธาอย่างแท้จริง
ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนตัวเองให้มีสติในการละหมาด และตั้งใจให้มากขึ้น

เพราะการละหมาดอย่างมีคุณภาพ 
จะทำให้เรากลายเป็นคนที่มีคุณภาพเช่นกัน


3. ความบริสุทธิ์ใจในการทำความดี
ความอิคลาส (ความบริสุทธิ์ใจ) ในการทำอิบาดัตจะมี 3 ระดับ
1. การทำอิบาดัต เพราะหวังผลบุญจากอัลลอฮ์
ซึ่งมันข้ามคำว่า ทำอิบาดัตด้วยความขี้เกียจ
ถ้าทำด้วยความขี้เกียจ การทำอิบาดัตด้วยความรู้สึกนี้ ไม่มีแน่นอน
ความรู้สึกที่อยากจะได้ผลบุญจากอัลลอฮ์

2. การทำอิบาดัต เพราะขอบคุณอัลลอฮ์
อารมณ์ความรู้สึกของเราจะคนละแบบ ความตั้งใจจะสูง
มากกว่าที่จะต้องการแค่ผลบุญเฉยๆ 

3. การทำอิบาดัต เพราะความรักที่เรามีต่ออัลลอฮ์ (เป็นระดับที่สูงที่สุด)
จะทำอย่างไรให้เรายกระดับตัวเองในการทำอิบาดัต
เวลาที่เราละหมาดด้วยความรัก จะได้อรรถรสที่ท่านนบี (ซ.ล.) บอกว่า
1 ใน 3 ประการถ้ามันมีอยู่ในตัวมนุษย์คนใดคนหนึ่งแล้ว 
เขาจะได้สัมผัส ได้เข้าถึง ความรู้สึก ความหวานฉ่ำของการศรัทธา
คือ เขารักอัลลอฮ์ รักรอซูล มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ 

(ความหมายของการทำอิบาดัต คือ การเป็นบ่าวของพระเจ้า 
ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และละทิ้งคำสั่งห้าม 
เช่น ละหมาด และถือศีลอด การไม่ลักขโมยและผิดประเวณี)

ทุกวันนี้..เราละหมาดเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่
แต่ถ้าเราใส่ความตั้งใจเข้าไปว่า เราละหมาดเพื่ออะไร
จะทำให้เรามีสมาธิ และเข้าถึงความรู้สึกของความศรัทธามากขึ้น

ถ้าเปรียบกับการทำงานในโลกดุนยา (โลกนี้) ก็เช่นกัน
หากเราคิดว่า เป็นเพียงหน้าที่ที่เราต้องทำ ทำเพื่อหาเงิน เพื่อให้มีรายได้
แต่ลืมเข้าใจถึงหัวใจของการทำงานนั้นว่า งานนั้นให้คุณค่าอะไรกับผู้คน
เราอาจจะทำแบบไม่ใส่ใจ...


4. ความไม่บริสุทธิ์ใจในการทำความดี..ทำดีไปก็ไร้ความหมาย
ทำอิบาดัตแล้วหวังให้คนอื่นเห็น จะมีอยู่ 3 แบบ
1. ริยาอ์ (การโอ้อวด) ตั้งแต่ต้น ตั้งใจให้คนอื่นดูอยู่แล้ว
อันนี้เปล่าๆ เลย ทำไปไม่ได้อะไรเลย
2. เริ่มต้นดี อิคลาส แต่พอสักพักหนึ่ง เริ่มมีริยาอ์เข้ามา
ถ้าเราสู้กับมัน ดึงความรู้สึกกลับมาไม่ให้เกิดอาการริยาอ์ เราได้บุญด้วย
3. ริยาอ์หลังจากที่ทำเสร็จไปแล้ว   

หากเราทำความดี..เพื่อโอ้อวด เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นคนดี
มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราเลย เราอาจได้รับการยอมรับ การชื่นชม
แต่ลึกๆ ในใจ..เราก็รู้ว่า มันไม่จริงใจ

จะดีกว่าไหม..หากเราตั้งเจตนาให้บริสุทธิ์ 
ทำความดีเพื่อพระเจ้า เพื่อช่วยเหลือผู้คน 
เพื่อให้เป็นการทำความดี..อย่างมีความหมาย


5. บทสุดท้าย..ตัดสินกันที่ความดี
อัลลอฮ์สอบสวนการละหมาดเป็นลำดับแรกในวันอาคิรัต
การละหมาดสำหรับท่านนบี เป็นความสุขที่สุดในโลกดุนยา
ดุนยาสำหรับท่านนบี (ซ.ล.) ไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบได้กับการละหมาด
เวลาที่ท่านมีเรื่องทุกข์ใจ ละหมาดจะเป็นสิ่งแรกที่ท่านทำ
ชีวิตของเราที่มันวุ่นวาย พักด้วยการละหมาด
ผู้ที่ละหมาดอย่างดี จะได้เข้าสวรรค์ด้วยความมีเกียรติ
มลาอิกัตจะมาคอยต้อนรับ จะเข้ามาหาจากทุกทาง จะมาแสดงความยินดีกับเรา 

อิสลามจึงถือว่า การละหมาดเป็นเสาหลักของศาสนา ที่จะต้องทำเป็นนิสัย 
ถ้าเราละหมาดดี ความดีอื่นเราก็ดี
ถ้าเรามีเจตนาดีในการละหมาด ความดีอื่น..เราก็มีเจตนาดีเช่นกัน

แต่เวลาที่มีเรื่องทุกข์ใจ เราลืมพักใจไว้ที่การละหมาด
เพราะเรายังไม่มีความศรัทธามากพอ
ซึ่งท่านรอซูลได้เป็นแบบอย่างที่ดีของการละหมาดก่อนสิ่งอื่นใด
เพราะท่านรู้ว่า การละหมาดคือสิ่งสำคัญที่สุด หากเราได้ละหมาดแล้ว
เราก็จะโล่งใจว่าได้ทำสิ่งสำคัญไปแล้ว แล้วสิ่งอื่นก็จะดีตามมา

เราชอบที่เพื่อนให้สติเราว่า ไม่ว่าจะไปไหน หรือจะทำอะไรก็ตาม
เมื่อถึงเวลา..ให้ละหมาดก่อน เราจะได้สบายใจว่าได้ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว

การละหมาดจึงถือว่าเป็นการฝึกวินัยอย่างนึง เป็นการบังคับตนเองให้ทำเรื่องที่สำคัญก่อน
ซึ่งหากเราทำได้แล้ว ก็จะกลายเป็นนิสัยโดยอัตโนมัติ
ตอนที่อยู่ในโลกดุนยา (โลกนี้) ไม่บังคับตนเอง ในวันอาคิรัตจะบังคับตัวเองไม่ได้
ตอนที่อยู่ในโลกดุนยา เราต้องบังคับตัวเอง ให้มาละหมาด ศรัทธา ทำดี
เพราะ..ถ้าไม่บังคับตัวเองดุนยา ถึงวันอาคิรัต..คุณจะบังคับตัวเองไม่ได้ 
ร่างกายของเราจะไปในที่ที่อัลลอฮ์จะสอบสวน 

ในโลกดุนยา เราสามารถเลือกตัดสินใจว่าเราจะอยู่ฝั่งของการทำความดี
หรือจะไปทำสิ่งไม่ดี และแม้กระทั่งไม่คิดจะทำอะไรเลย
แต่ถ้าเราพยายามรักษาจิตใจและการกระทำของเราให้อยู่ในแดนบวก ในฝั่งของการทำความดี
เมื่อถึงวันสิ้นโลก วันแห่งการตัดสินว่าเราจะได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก
ถึงตอนนั้นเราจะได้รับผลตอบแทนจากการอดทนทำความดี
และหากเราไม่อดทนทำความดี เราก็ไม่สามารถเลือกไปอยู่ในสวรรค์ได้เลย


เปรียบดั่งการปลูกมะเขือ..(ในภาพ)
เราเลือกวิธีที่จะปลูกและดูแลมะเขืออย่างดีได้
แต่เราไม่สามารถบังคับให้มะเขือออกลูกได้ 
ต้นไม้จะเติบโตงดงามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ระหว่างทางล้วนๆ

"ในโลกนี้เราเลือกได้ 
แต่ในโลกหน้าเราเลือกไม่ได้ 
ขึ้นอยู่กับการกระทำดี..ในโลกนี้ล้วนๆ"

#เตือนใจกันและกัน
 #takuma
=================================================
#ขอบคุณแหล่งที่มา ของประโยคในเครื่องหมายคำพูดจากเว็บไซต์ https://islamhouse.com/th/audios/2788407/

เรียนรู้ไปด้วยกัน "Islam Canon : คำสอนที่ใช้ได้ทั่วไปในทุกสถานการณ์"
SHARE
Written in this book
Islam Canon
คำสอนที่ใช้ได้ทั่วไปในทุกสถานการณ์
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments