วิเคราะห์บทซีรีส์สไตล์เรา #TheGiftedSeries 10
เพิ่งได้ดู #TheGiftedSeries ของอาทิตย์นี้ บ้าเอ้ยยย ว่าแล้วทำไมตอนสอบกลางภาคมันดูไม่สุด ขยักก๊อกไว้ตอนคุณเวฟนี่เอง 😂

มาเริ่มกันเถอะ
ทีแรกชื่อในหัวตีกันมากๆ เพราะทุกความรู้สึกมันตีกันไปหมด สุดท้ายขอตั้งชื่อแบบนี้ละกััน"EP 10 ความเชื่อมั่นสีแดง"
แม้จะไม่ใช้อัตลักษณ์ของแคลร์ บทก็ยังแสดงให้เห็น Image Color ของเวฟผ่านเครื่องมืออื่นๆแทนได้

สีแดง ความเลือดร้อนหุนหัน เต็มไปด้วยโทสะ กระหายที่จะเอาชนะ แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ไม่สั่นคลอน และยังคงส่งความอบอุ่นผ่านดวงตาเสมอมา

เดิมทีเวฟอาจจะมาจากสีขาว (เสื้อนักเรียน) และถูกย้อมด้วยสีดำ (ของการโดนหักหลัง) เมื่อตั้งเป้าหมายแน่วแน่ขึ้น สีดำก็ค่อยๆอ่อนกำลังลง กลายเป็นสีแดงเข้ม (เสื้อกันหนาว ที่เวฟใส่คิดว่าไม่ใช่เพราะหนาว แต่ต้องการแสดงให้เห็นความร้อนรุ่มในใจอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า)

และสุดท้ายเมื่อได้ลงมือติดไฟ สีแดงก็ค่อยๆอ่อนกำลังลง จนเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย เวฟถอดเสื้อกันหนาวออก และกลับเป็นสีขาวอีกครั้ง

ความเหงาไม่เคยฆ่าใครเหรอ? ไม่จริงเลย คนที่ไม่เคยร้องไห้เพราะมันคือคนที่ไม่เคยเหงาจริงๆต่างหาก การที่เราถูกแวดล้อมไปด้วยผู้คน ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่รู้สึกเหงา

ep ที่แล้ว การปิดกั้นของเวฟ แปงค่อยๆเปิดมันออกมาช้าๆ ความเชื่อมั่นในตัวกันและกันเพิ่มมากขึ้น จากที่เวฟเคยเชื่อแค่ตัวเอง ก็เริ่มเชื่อในตัวคนอื่น และมันมาเองโดยไม่ต้องให้ใครมาบังคับให้เชื่อเช่นนั้นด้วย

ลองมาวิเคราะห์ตัวละครอื่นกันบ้างดีกว่า ep นี้ คนที่สะกิดใจเรามีอยู่หลายคน
คนแรกคือ มน.

บางครั้งเราอาจไม่ต้องการพลังพิเศษใด เพียงแค่ขอให้เราถูกแวดล้อมไปด้วยคนที่รักเราอย่างจริงใจก็พอแล้ว และเชื่อว่าทุกคนก็คงคิดเหมือนกันว่า ต่อให้มนไม่มีอัตลักษณ์ เธอก็ยังแข็งแกร่งที่สุด และเป็นที่รักของคนอื่นๆอยู่ดี

และคนที่อยากพูดถึงมากๆอีกคนคือ
ครูลัดดา.
ความเชื่อมั่นต่อความถูกต้อง ไม่โอนอ่อนไปตามกระแส ทำให้เรามองครูลัดดาว่าเป็นครูปกครองที่เยี่ยมยอด มันหาได้ยากนะ ครูที่จะทำเพื่อสิ่งที่ตนรักและเชื่อมั่นได้ขนาดนี้

แต่เมื่อด้ายที่ตึงเกินไปถูกตัดอย่างรุนแรง มันก็ได้ขาดสะบั้นลง หลักฐานคือใบหน้าของครูลัดดาหลังจากที่ตบเด็ก (ที่ใส่เสื้อกันหนาวของเวฟ) ไปด้วยโทสะ มันคือความรู้สึกผิดร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ 


คนเราผิดพลาดได้เสมอ แม้มันจะถูกต้องมาตลอด ทำให้เรามองว่าจริงๆแล้วความสมบูรณ์แบบนั้นไม่มีจริง เหมือนความเก่งของเวฟที่ตึงเกินไป จนสุดท้ายมันก็พังทลาย
หรืออย่างปุณเอง ถึงจะบอกว่าทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าไม่มุ่งมั่นกับอะไรบางอย่างแบบมน พรสวรรค์ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความตั้งใจอยู่ดี

และอย่างที่ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ "ศักยภาพสามารถถูกพัฒนาได้ให้มีมากกว่าหนึ่ง" ของโอมถือว่าก้าวกระโดนแบบขี้โกงมากๆ เพราะการที่ทำให้ของหายไปและกลับมาคนละตำแหน่งกับที่อยู่เดิมไม่เคยถูกกล่าวถึงมาก่อน (แต่ก็นะ ไม่งั้นโอมก็จะไม่มีบทอะไรอีกนอกจากเพื่อนพระเอกที่ทำตัวบ้าๆบอๆ)


และใจจริงฉากของน้ำตาลที่หนีลงมาจากดาดฟ้า ถ้าบทให้น้ำตาลใช้อัตลักษณ์ในการมองย้อนอดีตเพื่อใช้แก้ปัญหาและหนีลงมาจะคลิ้กเรามากกว่านี้อีก
สุดท้ายแล้ว นี่คือการตีความของเราเองนะ บทอาจไม่ได้บอกหรือมีนัยยะขนาดนั้น แต่เรามองว่าบางอย่างมันตีความได้มากกว่าที่ควรจะเป็นได้ ความเชื่อมั่นสร้างได้ทุกอย่าง น้ำตาลเชื่อในตัวโอมและแปง แปงเชื่อในตัวโอม แต่บางครั้งความเชื่อมั่นก็ทำลายทุกอย่างให้พังพินาศเหมือนเวฟหรือครูลัดดาได้เช่่่่่นกัน


ขึ้นอยู่กับว่า เรามองมันได้ทะลุปรุโปร่งเหมือนที่แปงมองเห็นขนาดไหน อาจจะต้องปรับตัวเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับคนอื่นบ้าง แต่เราก็ยังควรเชื่อในศักยภาพของตัวเราเอง เหมือนที่แปงบอกกับเวฟว่า 

"ถ้ามีคนมาบอกว่ามึงโง่ แล้วมึงจะโง่เหรอ" เป็นการแอบชื่นชมเพื่อนในแบบที่หล่อดีนะ เราว่า :3


SHARE
Written in this book
iKal2uS's Series Analysis

Comments