การวิจัยเชิงวาดรูป: การเดินสเก็ตช์ภาพ กับการพัฒนาเมือง
เอเชียลิงค์สเก็ตช์วอล์ค วันที่สอง มีโปรแกรม Share Talk ที่จับใจมากๆ วิทยากรคือคุณมาเรีย เอร์มิโลวา นักสเก็ตช์ครึ่งรัสเซียครึ่งญี่ปุ่น เธอเคยเป็นนักรณรงค์ประท้วงด้านสิ่งแวดล้อม (ที่ไม่ได้ผล) ที่มาเรียนต่อปริญญาเอกด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ญี่ปุ่น ที่นี่เธอได้เข้าร่วมกับกลุ่มสเก็ตช์ภาพแบบ Urban Sketcher พอได้วาดภาพแล้วก็ติดใจ กลายเป็นนักสเก็ตช์ตัวยง จนอาจารย์ต้องตามกลับมาให้ทำวิทยานิพนธ์ได้แล้ว (คุ้นๆ ไหม)

“อะโน... เธอมาเรียน ไม่ได้ให้มาสเก็ตช์ภาพ” 
อาจารย์ที่ปรึกษาตักเตือนเธอ แต่ความหอมหวานของการสเก็ตช์ ทำให้มาเรียหาทางออกที่ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง เธอผนวกเอาการเดินสเก็ตช์ภาพกับการพัฒนาเมืองมาไว้ด้วยกัน และพบว่าการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมไป สเก็ตช์ภาพไปนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

นั่นเป็นเพราะเวลาสเก็ตช์ เราต้องพาตัวเองไปในสถานที่จริงด้วยการเดินเท้า การสเก็ตช์ทำให้ฝึกสังเกตรายละเอียดในสิ่งที่เราวาด เธอพบว่าชาวเมืองบางคนเข้าใจผิด คิดว่าเถาพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่งมีใบแตกออกมาทีละสอง แต่พอได้สเก็ตช์พืชชนิดนี้จึงได้พบว่าความจริงว่ามันแตกออกมายอดละสี่

เวลาสเก็ตช์ เราจึงได้เห็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในเมือง

มาเรียสอนเด็กๆ ให้สเก็ตช์ภาพเบื้องต้นให้เป็น จากนั้นพาพวกเขาไปวาดรูปในชุมชน เด็กบางคนวาดรูปปั้นจนเห็นรายละเอียดประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในรูปปั้นโบราณ การวาดสัตว์เล็กๆ ในเมืองทำให้เด็กมีความผูกพันกับสิ่งมีชีวิตและรักธรรมชาติ เธอพาเด็กไปสเก็ตช์ภาพเหมือนให้ผู้สูงอายุ นั่นทำให้ผู้สูงวัยมีคนคุยด้วยและไม่เหงา แถมเด็กๆ ยังได้ฟังประวัติศาสตร์บอกเล่าจากพ่อแก่แม่เฒ่าอีกด้วย

สิ่งที่มาเรียพบคือ การสเก็ตช์กับความรู้ เป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้ เธอชวนแกนนำ Urban Sketcher มาให้คำแนะนำการประยุกต์ใช้การสเก็ตช์ในงานวิจัย ครั้งหนึ่งเธอระดมพลชาวสเก็ตช์มาวาดภาพเมืองโบราณจนได้ข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย เพราะเธอมีข้อมูลดิบจากสายตาของนักสเก็ตช์นับสิบคน

เธอยังกลับไปทบทวนวรรณกรรมและพบว่าครั้งหนึ่งเคยมีปรมาจารย์ด้านสาธารณสุข Uzo Nishiyama ใช้การสเก็ตช์ภาพห้องนอนของชาวญี่ปุ่นที่ให้รายละเอียดว่า พื้นที่ในบ้านของพวกเขานั้นแคบเกินไป จึงต้องใช้พื้นที่ห้องนอนกับที่กินข้าวร่วมกัน และนั่นทำให้เกิดโรค อาจารย์ท่านนั้นให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายว่า รัฐบาลควรสนับสนุนให้ประชาชนแยกพื้นที่กินข้าวกับพื้นที่นอน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

พออาจารย์ได้ยินดังนั้นก็อุทานว่า “อะโน...พวกเธอนักสเก็ตช์ก็มีของดีเหมือนกันนะ”

ปัจจุบัน มาเรียยังคงทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกอันยาวนานต่อไป เมื่อเธอเรียนจบแล้ว เราคงได้เห็นพลังของการสเก็ตช์ภาพ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือทำวิจัยอย่างมีส่วนร่วม และต่อสู้กับการพัฒนาเมืองอย่างรีแล็กซ์

“อะโน...การสเก็ตช์จงเจริญ” อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้กล่าว

หมายเหตุ: ตาม Instagram ของเธอได้ที่ https://instagram.com/maji_shiro
SHARE
Written in this book
Stories of sketching
การสเก็ตช์และไอเดียที่เกี่ยวกับ
Writer
Ekkapop
Freelancer
A writer who write his writing.

Comments