การสเก็ตช์และความเชื่อมโยงสามระดับ
ผมมาที่นี่เพื่อร่วมงาน Asia Link Sketch Walk (แต่เอาเข้าจริงก็มีนักสก็ตช์จากยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียเข้ามาร่วมด้วย จะเรียกว่า World Link ก็ไม่ผิดนัก) งานนี้จัดขึ้นที่เมืองไทจง อยู่ตอนกลางของประเทศไตหวัน

จะเรียกว่าเป็นการประชุมวิชาการก็ไม่เชิง เพราะแม้จะมีการสนทนาวิชาการอยู่บ้างในช่วงหัวค่ำ​ (เรียกว่าช่วง “แชร์ทอล์ค) แต่ก็ไม่ใคร่จะมีใครฟังเท่าใดนัก วิทยากรที่ขึ้นพูดนั้นมักจะถูกใช้เป็นนายแบบให้นักสเก็ตช์ทั้งหลายวาดภาพพอร์เทรทท้าทายความสามารถมากกว่า ดังนั้นแม้วิทยากรจะพูดไม่ดีนัก แต่ก็คงจะมีน้อยคนที่ถือสาหาความ

อย่างไรก็ตาม มีบางประเด็นที่น่าหยิบมาเล่า วิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า การสเก็ตช์ภาพเมืองนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เพราะเป็นกิจกรรมนันทนาการที่เกิดขึ้นในระดับโลก เธอวิเคราะห์ว่าอะไรทำให้คนที่ไม่ได้เรียนศิลปะ ลุกขึ้นมาจับดินสอพู่กันแล้ววาดภาพในสถานที่จริงกันอย่างมากมาย

เธอเสนอว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการสเก็ตช์ภาพช่วยให้เกิดความเชื่อมโยงในสามระดับ

ระดับแรก นักสเก็ตช์จะได้เชื่อมโยงกับตัวเอง การเดินไปวาดภาพในสถานที่จริงทำให้เราต้องเคลื่อนไหว ใช้ประสาทตา ใช้กล้ามเนื้อมัดน้อยมัดใหญ่ การจุ่มตัวในกาลเทศะนั้นๆ เป็นเวลานานพอสมควร ทำให้เราจดจำห้วงเวลานั้นได้ สามารถหวนระลึกเบื้องหลังและที่มาของภาพนั้นๆ ได้ ในขณะที่การบันทึกภาพด้วยกล้อง ไม่สามารถให้ความทรงจำได้ถึงเพียงนี้

ระดับต่อมา นักสเก็ตช์ได้เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เราไปวาด ภาพที่เราวาดนั้น เป็นวัตถุพยานหนึ่งว่าครั้งหนึ่งมีสถานที่และผู้คนเหล่านี้จริงๆ เกิดขึ้นในโลก แม้เราจะคิดว่าสถานที่ที่เราไปวาดนั้นเป็นสิ่งธรรมดา แต่ความจริงคือโลกเปลี่ยนแปลงทุกๆ วัน สถานที่ที่เราบันทึกไว้วันนี้ พรุ่งนี้อาจสูญหายหรือเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาลก็ได้ (เช่น ชุมชนป้อมพระกาฬ หรือแม้แต่หอศิปล์กรุงเพท) การเขียนภาพแบบ Urban Sketching ในบางแง่มุม จึงเป็นกิจกรรมทางประวัติศาสตร์เลยเทียว

นอกจากนี้ หากเราได้ให้เวลากับการศึกษาสถานที่ หรือเรื่องราวที่เราวาด เราอาจได้เรียนรู้เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้นๆ จากปากคำของคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นต้น การวาดภาพจึงพาเราเชื่อมโยงกับสถานที่และเรื่องราวที่เราไปบันทึกภาพ อย่างไรก็ตาม การจะสร้างความเชื่อมโยงในระดับนี้ได้ เราอาจต้องเตรียมการอยู่บ้าง เช่น การนัดหมายเจ้าของสถานที่ หรืออย่างน้อย นักสเก็ตช์ควรจะทักทายคนท้องถิ่นที่เข้ามายืนชมด้วยด้วยไมตรี บ่อยครั้งที่พวกเขาจะช่วยเติมเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ให้ภาพวาดนั้นๆ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ระดับสุดท้าย นักสเก็ตช์จะได้เชื่อมโยงกับผู้คน นอกเหนือจากเจ้าของสถานที่ หรือคนท้องถิ่นที่อยู่บริเวณสถานที่ที่เราไปวาดแล้ว นักสเก็ตช์ยังได้เชื่อมโยงกับมิตรสหายที่ชอบการวาดภาพด้วยกัน บางคนพบเพื่อนใหม่ บางคนพบเพื่อนเก่าที่เคยเจอกันในชาติก่อน มิตรภาพเหล่านี้เริ่มจากความชอบวาดภาพร่วมกัน ไปสู่การกินข้าวดื่มกาแฟ ไปเที่ยว และช่วยเหลือเกื้อกูลกันเรื่องอื่นๆ ต่อไปตามลำดับ นักสเก็ตช์ที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้จึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง โลกของนักสเก็ตช์จึงอยู่ได้อย่างไม่ยากเกินไปนัก

“การสเก็ตช์ภาพช่วยเปลี่ยนชีวิตของฉัน” วิทยากรกล่าวสรุป

ภาพประกอบ: กลุ่มนักสเก็ตช์กำลังวาดภาพอาคารในเมืองไทจง
SHARE
Written in this book
Stories of sketching
การสเก็ตช์และไอเดียที่เกี่ยวกับ
Writer
Ekkapop
Freelancer
A writer who write his writing.

Comments