[2 Short] In The Following Year (Hyewon x Eunbi) - 1
Sep,27
20.09 น.

"แกควรตื่นเต้นกับวันเกิดแกหน่อยก็ได้นะ มันมีแค่ปีล่ะครั้งเองนะเว้ย"

"แต่มันก็มีทุกปีป้ะ"

มิยาวากิ ซากุระ เพื่อนชาวญี่ปุ่นพ่วงมาด้วยการเป็นรูมเมทได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจให้กับเจ้าของวันเกิดที่ยังตื่นเต้นได้ไม่เท่าครึ่งหนึ่งของเธอเลยสักนิด คุณเพื่อนไม่แม้แต่จะฟังเธอร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์จนจบเลยด้วยซ้ำ รายนั้นเดินมาเป่าเทียนแล้วคว้าเค้กไปพร้อมคำขอบคุณที่ไร้ซึ่งโทนเสียง


หลังจากเลื่อนจานที่ตัดเค้กครีมกับผลไม้ให้ซากุระ เจ้าของวันเกิดก็ก้มหน้าก้มตาตั้งใจละเลียดเค้กในจานตัวเอง โดยมีเสียงเพื่อนร่วมบ่นห้องถึงเรื่องเดิมๆ ที่เธอไม่เคยอินกับวันเกิดหรือเทศกาลอะไรเลยเป็นซาวน์ประกอบตลอดทุกครั้งทุกปี



Dec,12
18.35 น.
 


ควอนอึนบี อายุ 21 ปีกับอีกประมาณ 2 เดือน นักศึกษาระดับมหาลัยปี 3 กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจอมาตลอด 3 ปีกับการเป็นเพื่อนของมิยาวากิ ซากุระ ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอชินกับสถานการณ์นี้ขึ้นมาสักเท่าไร


"เมื่อไรแกจะออกเที่ยวไปไหนมาไหนกับฉันกับเพื่อนๆ คนอื่นสักทีห้ะ?"


"แล้วทำไมแกต้องตื่นเต้นกับเทศกาลเดิมๆ ทุกปีด้วย"


"ก็ปีนึงมันมีแค่วันเดียวไง ไม่รู้แหละ ยังไงปีนี้แกต้องปาร์ตี้คริสต์มาสกับฉัน" ซากุระชี้นิ้วใส่อึนบีทันทีที่เธอกำลังจะอ้าปากค้าน "แล้วหยุดพูดคำเดิมเลย ไม่ต้องมาอ้างว่ายังไงมันก็มีทุกปี"


"ก็มันมีทุกปีจริงๆ อ่ะ …แกก็เลิกบังคับฉันทีสิ ฉันอยากนอนเฉยๆ กินขนมอยู่ในห้องนี่นา" อึนบีซุกมือเข้ากับกระเป๋าเสื้อโค้ทหนีอากาศเย็นที่เริ่มกัดมือเธอ "แล้วอากาศเดือนธันวาหนาวจะตาย ใครจะอยากออกไปไหน"


"กินขนมอยู่ในห้องไม่ถือว่าเป็นการต้อนรับวันคริสต์มาสค่ะเพื่อน"


"การไปปาร์ตี้ก็ไม่ถือว่าเป็นสักหน่อย"


"ก็ยังเป็นมากกว่าที่แกทำอ่ะ"


อึนบีเริ่มบึนปากใส่เพื่อนสาวแบบที่ทำทุกครั้งเวลาไม่พอใจ เธอไม่ได้นับถือคริสต์สักหน่อย ทำไมต้องไปฉลองงานเทศกาลของศาสนาคริสต์ด้วยล่ะ "ยังไงฉันก็ไม่อยากไปอ่ะ"


"งั้นแกจะทำอะไรให้ฉันเห็นว่าแกเริ่มพัฒนาเรื่องการมีอารมณ์ร่วมกับวันคริสต์มาสนี้ดีล่ะ" พอเห็นอึนบีบึนปากไม่พอใจซากุระก็เริ่มอยากจะแกล้งมากขึ้น เพื่อนคนนี้ยิ้มให้กับแค่ขนมและเตียงนอนเท่านั้นแหละมั้ง ซากุระอดสงสัยไม่ได้ว่าอึนบีจะเรียนหนักและทำกิจกรรมของมหาลัยมากเกินไปเพราะเธอไม่เคยเห็นอึนบีจะสนุกกับอะไรสักอย่าง "ไม่งั้นฉันอาจจะเก็บเรื่องปาร์ตี้ไปคิด"


อึนบีกรอกตาใส่ หาเรื่องแกล้งกันได้ตลอดนั่นแหละซากุระน่ะ เธอมองรอยยิ้มขี้เล่นของคนตรงหน้าแล้วเริ่มคิดหนักหาทางเอาตัวรอดจากปาร์ตี้คริสต์มาสที่ออกแนวจะทำให้ซานต้าและพระเยซูคิดมากซะมากกว่า ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายเมื่อนึกได้ถึงทวีตที่เธอไถเจอตอนกลางวัน เลื่อนหาอยู่สักพักแล้วชูให้ซากุระดู


"แขวนถุงเท้าไว้หน้าห้องเล่นๆ แต่มีคนเอาขนมมาใส่ให้จริงๆ" ซากุระอ่านจับใจความทวีตบนสมาร์ทโฟนที่เกือบจะตกรุ่นไปแล้วของเพื่อน "คือยังไง?"


"ฉันจะเอาถุงเท้าไปแขวนแบบนี้ไง ถ้ามีคนเอาขนมมาใส่ฉันก็ไม่ต้องไปงานปาร์ตี้ที่มีบรรยากาศชวนให้คิดมากของแก"


ซากุระแอบขำอยู่ในใจ ถึงอึนบีจะดูไม่ค่อยอินกับอะไรง่ายๆ แต่บางครั้งความคิดของเพื่อนตัวเล็กคนนี้ก็ดูน่ารักซะจนอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าเกิดเป็นคนโรแมนซ์ขึ้นมาจะน่ารักมากขึ้นขนาดไหน และเธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอึนบีเองก็ชอบเรื่องน่ารักเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ไม่แปลกที่จะรีทวิตเรื่องแขวนถุงเท้านั่นเอาไว้


"โอเค ดีล แกไม่ต้องไปปาร์ตี้" ซากุระตบไหล่ให้กำลังใจอึนบีที่ดูเหมือนมีความล้อเลียนแฝงอยู่พร้อมคำพูดทิ้งท้ายก่อนเดินโบกมือไป "หมายถึงถ้ามีคนบ้าจี้เอาขนมมาใส่แบบในทวิตที่แกให้ฉันดูอ่ะนะ ฉันไปละ ไม่ต้องรอนะคืนนี้กลับดึก เจอกัน"


"ไม่เคยรอสักครั้งเหอะ" อึนบีบึนปากให้ซากุระอีกครั้ง "ระวังตัวด้วยแล้วกัน"



19.03 น. 


หลังจากที่แยกกับซากุระ จากที่คิดว่าจะกลับไปนอนซุกเตียงอุ่นๆ ที่ห้อง อึนบีก็เลยเปลี่ยนใจแวะซื้อถุงเท้าไปแขวนตามที่พนันกับรูมเมทตัวดีเอาไว้ ช่วงใกล้เทศกาลแบบนี้ร้านที่ขายหาไม่ยากหรอก แต่ร้านถูกๆ นี่สิหายากมากกว่า


พาตัวเองเดินวนไปวนมาพลางเริ่มคิดหงุดหงิดกับอากาศเย็นๆ ที่ขนาดเอามือซุกหลบในกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วแต่ก็ยังไม่พ้นจะมากัดที่ใบหน้าแทน ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้เลยว่าจมูกเธอคงแดงพอที่จะแข่งกับกวางเรนเดียร์สักตัวได้แล้วตอนนี้ อึนบีกระชับเสื้อโค้ทตัวหนาทันทีที่ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาเพราะซิปเสื้อที่แตกเลยไม่สามารถจะรูดปิดได้ พาลมาหงุดหงิดตัวเองอีกที่น่าจะซื้อแบบติดกระดุมมาตั้งแต่แรกและเมื่อเช้าน่าจะใส่เสื้อตัวอื่นมาแทนเสื้อแขนยาวคอกว้างโชว์ไหล่ตัวนี้…จะทำไงได้ก็เมื่อเช้ามันไม่ได้หนาวขนาดนี้นี่นา


อึนบีตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านสุดท้ายที่คิดว่าถ้าราคายังแพงอยู่ก็จะเลิกซื้อแล้วเปลี่ยนเป็นตรงกลับห้องเอาถุงเท้าที่ยังไม่แกะใช้มาแขวนแทน เพราะเธอเริ่มเข้าสู่ย่านสถานบันเทิงตอนกลางคืนที่เธอไม่ชอบเข้าไปทุกที


มาคิดๆ ดู ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปปาร์ตี้กับซากุระหรอกนะ เธอเองก็อยากไปเที่ยวชิลๆ กับเพื่อนบ้าง แต่พอนึกถึงตอนที่หลวมตัวไปกับซากุระครั้งหนึ่งแล้วเธอก็ขยาดและไม่อยากไปสัมผัสมันอีก เพราะเธอดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่ได้ ไหนจะบรรยากาศแสนวุ่นวาย อากาศหนาวๆ ที่ร้อนขึ้นจากการมีผู้คนเดินเบียดชนกันขวักไขว่ กลิ่นบุหรี่อบอวลปนกับน้ำหอมโรออลชวนเวียนหัวและพวกมือไวแถมการพูดจาที่น่าเลาะฟันออกมาแล้วเรียงให้ใหม่นั่นอีก…


แต่ถึงจะเลือกไปเดินเล่นในย่านการค้าแทนก็นะ ซากุระก็ไม่ชอบอะไรแบบนี้เหมือนกับที่เธอไม่ชอบเข้าคลับผับบาร์นั่นแหละ …ให้ไปเดินคนเดียวก็ยังไงๆ อยู่ แม้เธอจะดูไม่ชอบเข้าสังคมแต่ก็ไม่ได้ชอบการไปไหนมาไหนคนเดียวซะหน่อย


เมื่อก่อนเธอเองก็อินกับวันสำคัญกับงานเทศกาลอยู่เหมือนกันนั่นแหละ อาจจะไม่เท่าซากุระ แต่ก็เรียกได้ว่าเหมือนกับคนอื่นทั่วๆ ไป ซึ่งพอการเรียนกับงานทั้งหลายที่เยอะมากขึ้นและเอาเวลาพักผ่อนเธอไปหมด เธอก็เริ่มเหนื่อยล้า จากนั้นอึนบีเลยขอใช้เวลาวันหยุดเทศกาลไปกับการนอนฮีลตัวเองแทน สุดท้ายพอเริ่มไม่ไปไหนนานๆ เข้าก็กลายเป็นว่าการไปเที่ยวดูเป็นเรื่องยากขึ้นมาซะงั้น รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนติดบ้านติดห้องไม่อินกับอะไรไปซะแล้ว ขนาดวันเกิดที่คิดว่าน่าจะพออินได้อยู่ก็ไม่รอด ทั้งๆ ที่มีเค้ก ได้อธิษฐานขอพรที่ขอไปกี่ครั้งก็ดูไม่เป็นผลเลยสักครั้ง เลยตัดสินใจเลิกศรัทธามันเอาซะดื้อๆ ไปทั้งอย่างงั้นนั่นแหละ 


อึนบีมองดูของในร้านไปพลางคิดเรื่อยเปื่อยไปและร้านสุดท้ายนี่ก็ดูเหมือนจะช่วยชีวิตเธอเอาไว้ เพราะตั้งแต่เดินมาถุงเท้าธีมคริสต์มาสของที่นี่ถูกที่สุดแล้ว ไม่คิดมากเห็นราคาก็รีบคว้าของที่ตามหาไปจ่ายตังและพาตัวเองออกมาเพื่อจะกลับห้องทันที


"นี่พี่สาว สนใจไปต่อกับพวกเรามั้ย เราเลี้ยงเอง" อึนบีเดินถือถุงกระดาษยังไม่ทันจะผ่านพ้นร้านดี เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาถือวิสาสะจับไหล่ให้เธอหยุดเดิน


อึนบีพยายามสะบัดไหล่ให้หลุดจากการเกาะกุมเมื่อมือของเด็กหนุ่มคนนึงสัมผัสโดนผิวของเธอที่โผล่พ้นเสื้อโค้ทและเสื้อยืดตัวในออกมา "ปล่อย"


"เขาบอกให้ปล่อยก็ปล่อยสิ" หญิงสาวคนหนึ่งในโค้ทน้ำตาลยาวคลุมเกือบถึงข้อเท้าเดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือที่ยกค้างไว้ตรงหู


"ยุ่งไรเนี่ย"


"ตำรวจกำลังมานะ ไม่รีบไปจะดีหรอ" แววตานิ่งๆ ดูโกรธแบบเยือกเย็นกวาดมองกลุ่มวัยรุ่นจนมาถึงอึนบี ตอนนั้นเธอกลับสัมผัสได้ว่าแววตาคู่นั้นดูอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น "เมาแล้วก็กลับบ้านไปนอนไป มากกว่านี้เดี๋ยวก็ตื่นมาในกรงขังไม่รู้ตัวหรอก"


ผู้หญิงคนนั้นชี้นิ้วเข้าหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เด็กวัยรุ่นที่จับไหล่อึนบีอยู่ยอมปล่อยมือแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนกันเลิ่กลั่ก พอคนหนึ่งในกลุ่มพยักหน้าให้ที่เหลือก็พากันเดินถอยหายเข้าไปในซอยใกล้ๆ ทันที


"ขอบคุณค่ะ" อึนบีกล่าวกับคนตรงหน้าที่แววตากลับมานิ่งเย็นชาเหมือนเดิม เธอดูคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่อึนบีแค่ยังนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน


สายตานั่นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าและวนจากเท้ากลับมาขึ้นมองหน้า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อึนบีรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาได้ในอากาศหนาวๆ แบบนี้


"แต่งตัวอย่างนี้ก็สมควรจะโดนแบบเมื่อกี้ล่ะนะ…อากาศก็หนาวจะโชว์อะไรนักหนา"


ว่าจบก็เดินส่ายหัวตรงเข้าผับแถวนั้นไป ทิ้งให้อึนบียืนขมวดคิ้วเแทบจะผูกกันเป็นปมราวกับว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนเสียงกระดิ่งจากร้านใกล้ๆ ดึงสติเธอกลับมาแต่ก็สายเกินไปที่จะด่าคืน ต้องทำใจเดินกลับบ้านไปพร้อมอาการงงๆ ปนโกรธทั้งอย่างงั้น



21.18 น. 


จนกลับมาถึงห้องอาบน้ำเสร็จ เอาถุงเท้าที่ซื้อมาไปแขวนไว้หน้าประตูห้องเรียบร้อยแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะอุ่นขา แม้จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะแต่เธอก็ยังไม่เลิกหงุดหงิดกับคำพูดของผู้หญิงคนนั้นที่พึ่งมานึกได้ว่าเคยเห็นที่ไหน อึนบีจำชื่อไม่ได้หรอก แต่รู้ว่าเป็นเด็กในเอกเดียวกับเธอ ที่จำได้ก็เพราะเคยห่วงที่เด็กคนนั้นมักอยู่คนเดียว ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่สุงสิงกับใคร แต่ด้วยความสวยเลยโดดเด่นแม้จะทำตัวเงียบๆ ไร้ตัวตนแค่ไหนก็ตาม เลยนึกว่าโดนเพื่อนๆ แกล้ง แต่ก็มารู้ว่าไม่ได้มีใครแกล้ง แค่เด็กคนนั้นเป็นคนสันโดษแล้วยังพูดตรงชนิดขวานผ่าซาก แต่อึนบีก็ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กอย่างนั้นจะเดินเข้าผับแถมพูดจาหยาบคายใส่เธอหน้าตาเฉย จำเธอไม่ได้หรือไงกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกขอบคุณกับคำขู่แบบเกลี้ยกล่อมที่ช่วยเธอจากเด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นไว้ได้


"อึนบี เป็นไรเปล่าแก"


"อ้าว กลับเร็วจัง" อึนบีมองซากุระที่ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามเธออย่างงงๆ ไหนว่ากลับดึกไงทำไมถึงกลับมาแล้วได้ล่ะเนี่ย "แล้วใครเป็นไร?"


"ก็รุ่นน้องในเอกทักมาบอกว่าแกมีเรื่องให้รีบกลับห้อง"


"ห้ะ น้องคนไหนบอกแก"


"ไม่รู้ ชื่อ H. อ่ะ ไม่ได้เอารูปตัวเองขึ้นโปรด้วย" ซากุระเลื่อนโทรศัพท์มือถือให้อึนบีดูชื่อแชท "สรุปแกไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย"


"เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร" อึนบีเลื่อนโทรศัพท์คืนซากุระ.. จะใช่เด็กคนนั้นไม่นะ ไม่รู้ชื่อด้วยสิ "ก็แค่โดนเด็กวัยรุ่นมาหาเรื่องเฉยๆ มีคนมาช่วยทัน"


"โชคดีไป แล้วไปทำยังไงถึงโดนหาเรื่องห้ะ เดินยังไงของแก"


"ก็ไปหาซื้อถุงเท้ามาแขวนไง เห็นยัง"


"เออ เห็นแล้ว ..ยังจะสบายใจอยู่ได้นะแกเนี่ย"


อึนบียักไหล่ไม่สนใจ พลางนั่งแกะส้มให้ซากุระที่อุตส่าห์รีบกลับมาหาเธอได้สักพักก็ตัดสินใจถามเรื่องเด็กคนนั้นออกไปเพราะคิดว่าซากุระน่าจะพอจำได้ในเมื่อเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่พูดเกาหลีได้คล่องป๋อของเธอรู้จักคนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้


"แกจำเด็กในเอกเราที่สวยๆ ได้ป้ะ ที่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยยุ่งกลับใครอ่ะ หน้านิ่งๆ"


"ฮเยวอนอ่ะหรอ"


"มีรูปป้ะ"


"น่าจะมีมั้งในกลุ่มอ่ะ" ซากุระหยิบส้มจากมืออึนบีเข้าปาก ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไรในเมื่อตั้งใจปลอกให้อยู่แล้ว "หาแปบ"


อึนบีมองซากุระที่ไถหน้าจอสมาร์ทโฟนได้สักพัก อีกฝ่ายก็ยื่นมาให้ดู คนในจอหน้าแบบเดียวกับผู้หญิงที่ช่วยเธอวันนี้เป๊ะๆ เธอจำหน้าไม่ผิดสินะ.. ชื่อฮเยวอนหรอ


"แกทำไมกับน้องเขาอ่ะ ชอบหรอ" ซากุระเอ่ยถามอึนบีที่เงียบไปเลยพอเธอให้ดูรูป


"บ้าบอ" เธอผลักโทรศัพท์คืนเพื่อน "น้องคนนี้แหละที่เข้ามาช่วย แถมพูดจาไม่เข้าหูใส่ฉันอีก"


"ทำไมอ่ะ"


"ก็รู้สึกขอบคุณนะที่ช่วยฉัน แต่ดันมาบอกว่าเพราะฉันแต่งตัวแบบนี้ถึงได้โดนไอ้เด็กพวกนั้นเข้ามาวุ่นวายอ่ะ"


"ก็จริงของน้องมันนะ"


"เอ๊ะแกนิ่" อึนบีปาเปลือกส้มใส่ซากุระที่ทำท่าจะเข้าข้างเด็กนั่น "ใครจะไปรู้ล่ะว่าเย็นมันจะหนาว เมื่อเช้าแดดอย่างแรง ดีที่คว้าเสื้อโค้ทมาด้วยเหอะ"


"พยากรณ์สภาพอากาศก็มีในเน็ต ตรวจดูซะมั่งนะ" ซากุระเก็บเปลืองส้มมาวางบนโต๊ะให้เหมือนเดิม "เสียเวลาเที่ยวว่ะ ฉันไปอาบน้ำดีกว่า หมดอารมณ์"


"จะไปไหนก็ไปป่ะ" อึนบียันตัวเองลุกขึ้นตามซากุระพร้อมเปลือกส้มในมือที่จะเอาไปทิ้ง "ฉันไปนอนแล้ว แกปิดไฟด้วย"


"เออๆ"



21.18 น. 


"ถ้าเราสายอีกครั้ง พี่จะบอกผู้จัดการร้านแล้วนะ ไปใส่เครื่องแบบเร็วๆ"


"ขอโทษด้วยค่ะ" 


ฮเยวอนก้มหน้าตอบพี่พนักงานงานกะบ่ายที่ต้องกลับบ้านช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเธอมาเปลี่ยนกะสายหลังจากไปเจอผู้หญิงที่เธอแอบชอบเดินฝ่าลมหนาวด้วยเสื้อคอกว้างกับโค้ทที่ไม่ยอมรูดซิปเข้าไปแถวย่านสถานบันเทิงคนเดียวแบบไม่กลัวอะไรเลย ซึ่งก็ถือว่าคุ้มที่ยอมโดนด่าและเสี่ยงโดนหักเงินค่าจ้างเรื่องเข้าทำงานสายแลกกับไปช่วยอึนบีจากเหตุการณ์ที่เธอกลัวว่าจะเกิดขึ้นได้ทันล่ะนะ


ฮเยวอนเก็บเสื้อตัวเองเข้ากระเป๋าเป้ ตรวจสอบความเรียบร้อยของชุดเครื่องแบบพนักงานก่อนออกมาประจำที่เคาท์เตอร์ เธอมาทำงานเป็นแคชเชียร์กะดึกที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงได้นานพอๆ กับที่แอบชอบอึนบีนั่นแหละ เธอไม่คิดว่าอึนบีจะจำเธอได้หรอกเพราะเธอไม่ค่อยสุงสิงกับใครตอนไปเรียน แถมการพูดจาก็ออกจะระแคะระคายหูคนฟังด้วย สรุปก็เลยไม่มีเข้าหาเธอพอๆ กับที่เธอไม่เข้าหาใคร …คิดปลอบใจตัวเองไปว่าแค่มาเรียนให้มันจบๆ เอาวุฒิไปหางานดีๆ ทำ


ตอนแรกแรกก็คิดแบบนั้นแหละ เรียนไปวันๆ เสร็จก็รีบไปทำงานพาร์ทไทม์หาเงินเก็บไว้ไปเที่ยวเล่นหาอะไรดีๆ กินไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ที่แค่เลี้ยงน้องก็ลำบากพอแล้วเธอเลยไม่อยากรบกวน แต่พอได้เจออึนบีถึงจะดูเป็นการชอบพอที่ออกจะฉาบฉวยไปนิดแค่เห็นและเฝ้ามองยังไม่ทันได้คุยก็ชอบแล้ว แต่เธอรู้ตัวดีว่าเธอน่ะชอบรุ่นพี่คนนี้จริงๆ ไม่ได้คิดไปเองเลย


และวันนี้ฮเยวอนอุตส่าห์มีโอกาสได้คุยกับพี่เขาแท้ๆ แต่นิสัยปากไวดันพาซวยไปพูดจาไม่เข้าหูอึนบีอีก ดูหน้าอึนบีตอนได้ยินเธอว่าเรื่องเสื้อผ้าสิ รู้เลยว่าคงเกลียดขี้หน้าไปแล้วแน่ๆ อยากจะช่วยเขาให้เขาประทับใจดันไปปากดีใส่อีก กะอีแค่บอกว่าเสื้อผ้าพี่มันโชว์เกินไปให้ระวังตัวเฉยๆ ทำไมถึงพูดไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหัวให้ความไม่ได้เรื่องด้านการสื่อสารของตัวเองอีกรอบหลังจากส่ายไปตอนทำเป็นเดินหนีเข้าผับแถวนั้นแก้เขิน ให้ตายสิ อึนบีจะคิดว่าเธอส่ายหัวให้เธอหรือเปล่านะ…ทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่ส่ายหัวสินะเธอน่ะ


เสียงเซนเซอร์ประตูร้านดังขึ้นเรียกให้ฮเยวอนกลับไปตั้งใจทำงาน…คิดมากไปก็ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี ได้แต่หวังว่าครั้งหน้าที่เจอกันซานต้าจะช่วยให้เธอไม่เผลอพูดจาแย่ๆ ใส่อึนบีอีก หมายถึงถ้ามันมีครั้งหน้าอ่ะนะ…


"ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ" ฮเยวอนเงยหน้าขึ้นมาทักทายลูกค้าที่นานๆ จะโผล่มาสักคนสองคนช่วยให้ร้านไม่เงียบ รอพี่พนักงานอีกคนที่จะมาเข้ากะในอีกแปดชั่วโมงข้างหน้านี้



Dec,13
05.52 น.
 


ฮเยวอนยืนมองถุงเท้าสีแดงติดเขากวางเรนเดียร์ที่แขวนอยู่หน้าประตูห้องของอึนบีหลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่อของการทำงานนั่งเฝ้าเคาท์เตอร์รอลูกค้าสักคนหลงมาซื้อของในยามวิกาล มองซ้ายมองขวาพอไม่เห็นว่ามีใครอยู่แถวนั้น ฮเยวอนก็ควักขนมช็อกโกแลตที่ซื้อมาจากร้านที่เธอทำงานอยู่ใส่ไว้ในถุงเท้า ถึงอึนบีจะไม่รู้เจตนาของเธอแต่ก็ถือว่าเป็นของขวัญแทนคำขอโทษที่เธอพูดจาแย่ๆ ใส่วันนี้แล้วกัน


อย่าพึ่งคิดว่าเธอเป็นโรคจิตตามติดชีวิตอึนบีนะ ก็แค่เป็นโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตของเธอที่จะมีได้นั่นแหละ เธอบังเอิญได้อยู่หอเดียวกับอึนบีแถมชั้นเดียวกันด้วย …แต่จะแอบคิดก็ได้นะ ที่ได้รู้ว่าอยู่หอเดียวกันเพราะฮเยวอนเจออึนบียืนซักผ้าอยู่ร้านข้างล่างตึกเลยเนียนเดินตามขึ้นมาดูว่าอยู่ชั้นไหนห้องไหน ทั้งๆ ที่ผ้าตัวเองก็ยังไม่ได้ซักเลยสักตัว แต่ก็เจอกันแค่ครั้งนั้นนั่นแหละหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยเจออึนบีที่หออีกเลย จริงๆ ไม่น่าแปลกใจหรอกในเมื่อเวลาเรียนของเราไม่ตรงกัน


ฮเยวอนทิ้งตัวลงนอนกับเตียงเบาๆ หลังจากทำธุระส่วนตัวด้วยเสียงที่เบาที่สุดประหนึ่งอยู่ในหนังเรื่อง A Quiet Place เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงรูมเมทของเธออย่างยูจินที่ควบตำแหน่งเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอจะต้องตื่นไปเรียนแล้ว ซึ่งดูจากกองหนังสือและรายงานบนโต๊ะแสดงว่าอีกคนคงจะพึ่งได้นอนเมื่อไม่นานนี้แน่ๆ เลยไม่อยากรบกวนเวลานอนอันน้อยนิดของยูจิน


"คือถ้ามึงจะนอนดิ้นไปดิ้นมาเหมือนไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวกหรือปลิงโดนโรยเกลือใส่ก็ไปนอนนอกห้องไป รำคาญ"


ดูเหมือนที่พยายามทำตัวเงียบๆ ไม่รบกวนยูจินจะไม่เป็นผลสักเท่าไร ในเมื่อสุดท้ายแล้วเสียงบ่นที่ดูเหนื่อยล้าของอีกคนในห้องก็ลอยมาหาเธอที่นอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงเพราะนอนไม่หลับอยู่ดี …จะให้ทำยังไงได้ ก็เรื่องของอึนบีมันกวนใจเธอนี่นา


"ก็คนมันนอนไม่หลับนี่หว่า" ฮเยวอนบ่นกับตัวเองแต่สุดท้ายก็ข่มตาหลับไป



08.32 น. 


"แกชนะพนันแล้วว่ะ อึนบี" ซากุระเอื้อมตัวผ่านประตูห้องมาสะกิดอึนบีที่มัวใส่รองเท้าให้ออกมาดูของข้างนอกห้อง "สงสัยฉันจะได้ไปปาร์ตี้คนเดียวซะแล้ว"


อึนบีออกมาหน้าห้องตามที่เพื่อนสนิทเรียก เธอมองกล่องช็อกโกแลตในมือแล้วแอบอมยิ้มน้อยๆ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนเอาขนมมาใส่ให้จริงๆ คนในหอนี้ใจดีกว่าที่เธอคิดนะ อยากรู้จังว่าใคร เธอจะซื้อขนมไปตอบแทนบ้าง "เพื่อนแกเยอะจะตาย ไม่มีฉันไปไม่เห็นเป็นไรเลย"


"จ้าๆ หมั่นไส้ ค่อยๆ ยิ้มเนาะ ฟันออกหมดแล้วแม่กระต่าย" ถึงจะแซวไปอย่างงั้นแต่ซากุระออกจะดีใจแทนเพื่อนที่ดูไม่ค่อยยิ้มมาหลายวันแค่กล่องขนมช็อกโกแลตธรรมดาแต่อึนบีก็ดูผ่อนคลายขึ้น "แกว่าใครเป็นคนเอามาใส่ ฉันว่าต้องเป็นคนที่แอบชอบแกชัวร์ๆ"


"บ้าบอ ใครจะมาชอบฉัน" อึนบีเก็บขนมพร้อมกระชับกระเป๋าสะพายเตรียมไปเรียน "เขาอาจจะคิดว่าแกเป็นคนเอามาแขวนก็ได้"


"เอ้า ไม่แน่หรอก ช่วยหลงตัวเองนิดนึงก็ได้มะ" ซากุระล็อคห้องก่อนรีบเร่งเดินตามเพื่อนให้ทัน "คือเหมือนตั้งใจซื้อมาให้มากกว่าเดินผ่านแล้วบังเอิญเห็นเลยใส่ไว้อ่ะ"


"คิดมาก"


"ทำไม แกจะบอกว่าซานตาคลอสมาใส่ไว้หรือไง"


"งี่เง่า"


ถึงอึนบีจะไม่เชื่อว่าเป็นขนมที่คนแอบชอบเธอเอามาใส่ไว้ตามที่ซากุระพูด แต่แค่เห็นอึนบีอมยิ้มให้ขนมของเธอฮเยวอนก็แทบจะกรีดร้องออกมาแบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมหอแล้ว …รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ข่มตานอนยังไงก็ไม่ยอมหลับเลยตัดสินใจคว้าบุหรี่มานั่งสูบตรงตรงบันไดหนีไฟที่มันเยื้องกับห้องของอึนบีพอดีจริงๆ ไม่งั้นเธอคงไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่ช่วยฮีลจิตใจยิ่งกว่าบุหรี่ในมือแล้ว


"กูจะไปเรียนแล้ว มึงมัวมานั่งยิ้มอะไรเนี่ย ไอ้คัง" ยูจินเหวี่ยงกระเป๋าเรียกสติฮเยวอนที่นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่ตรงบันไดหนีไฟหน้าห้อง "สูบบุหรี่หรือพี้กัญชา ไปนอนไป เดี๋ยวก็ไม่ตื่นไปเรียน"


"จะไปเรียนก็ไปสิวะ ขัดความสุขคนอื่นเขาจังเลย" ฮเยวอนดับบุหรี่กับขวดโซจูที่หยิบติดมือมาไว้เคาะขี้เถ้ากันไม่ให้ร่วงพื้นแล้วเสี่ยงโดนป้าเจ้าของหอตามมาด่า


"แล้วไหนว่าจะเลิก"


"ก็พยายามอยู่"


"ที่มึงทำนี่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าพยายามเลย"


"เอาน่า ฝากไปทิ้งด้วย" ฮเยวอนตบไหล่ยูจินให้ทำใจแล้วยื่นขวดโซจูขวดนั้นใส่มือ "ไปนอนละ เจอกัน"


ยังไม่ทันที่ยูจินจะได้บ่นอะไรเพิ่มเติม รูมเมทตัวดีที่ทิ้งภาระไว้ให้เธอก็หนีเข้าห้องไปซะก่อน เลยต้องจำใจเอาไปทิ้งให้อย่างช่วยไม่ได้



17.46 น.  


หลังจากเมื่อเช้าโดนยูจินไล่ไปนอนแล้วเธอก็ข่มตาหลับจนมีแรงตื่นมาเรียนได้ปกติ และผ่านการทำควิซที่เธอไม่เคยได้อ่านทบทวนเลยสักครั้ง อาศัยแต่ความจำตอนที่เรียนในชั่วโมงล้วนๆ มาได้ ฮเยวอนชอบมานั่งรอเวลาไปทำงานอยู่ที่อ่างน้ำพลุหลังมหาลัยจนเป็นกิจวัตร ตอนเย็นมันเงียบสงบมีแค่เสียงน้ำไหลเพราะทางนี้ไม่ได้มีที่เที่ยวหรือร้านให้นั่งหาอะไรกินแบบข้างหน้า นักศึกษาเลยไม่ค่อยผ่านกันมาสักเท่าไร


ถึงจะรับปากกับยูจินไว้ แต่ฮเยวอนก็อดไม่ได้ที่จะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พอติดแล้วมันจะเลิกก็ยากอ่ะนะ พยายามหาหมากฝรั่งมาเคี้ยวหรือลูกอมมาอม แต่สุดท้ายก็เผลอตามใจตัวเองทุกที


"นี่เธอ เขาห้ามสูบบุหรี่ในเขตมหาลัยนะ"


"นี่มันข้างหลัง ในมหาลัยที่ไหนกัน" ฮเยวอนพูดตอบคนมาใหม่แบบไม่ได้เงยหน้ามอง ไม่ใช่คนแรกหรอกที่เข้ามาเตือนเธอแบบนี้ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจทุกครั้ง


"ยังไงมันก็ไม่สมควรนะ เป็นผู้หญิงมานั่งสูบบุหรี่โจ่งแจ้ง"


"อย่ายุ่งน่า ไปไกลๆ ไป มันม่ะ.." พอเงยหน้าสบตากับคู่สนทนาที่กวนใจไม่ยอมไปไหน ฮเยวอนก็กลืนคำว่า ‘เหม็น’ ลงคอทันทีและก็กลายเป็นคนติดอ่างไปอัตโนมัติ "เอ่อ..คือ…มัน..ม่ะ..เหม็น"


"เธออีกแล้วหรอ" พออึนบีเห็นว่าเป็นฮเยวอนก็คว้าบุหรี่จากปากของรุ่นน้องมาดับ "สูบบุหรี่ด้วยหรอ เมื่อวานก็เข้าผับ ทำตัวดีๆ สิ ใครมาถามเสียชื่อมหาลัยชื่อเอกเราหมด"


"ยังไม่หมดมวนเลย มันแพงนะ…มวนสุดท้ายแล้วด้วย" ฮเยวอนส่ายหัวให้กับตัวเองตามนิสัยติดตัวที่แก้ไม่หาย เพราะทำงานหาเงินใช้เองก็จริงแต่มาเห็นคุณค่าเงินเลยพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปเอาทำไมตอนนี้วะเนี่ย


อึนบีมองฮเยวอนส่ายหัวใส่เธออีกรอบ โดนดุไปขนาดนั้นแล้วยังจะเสียดายบุหรี่มวนสุดท้ายแถมยังทำกิริยาไม่เหมาะสมใส่เธออีก… นี่บังเอิญเจอเลยกะจะเข้ามาขอบคุณให้เป็นเรื่องเป็นราวจะได้ไม่มีอะไรค้างคากันสักหน่อย แต่พอเธอมาเห็นรุ่นน้องหน้านิ่งคนนี้นั่งเป็นสิงห์อมควันอยู่ก็อดจะดุด่าว่ากล่าวไม่ได้ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้สำนึกเลยสักนิด และอึนบีเริ่มเหม็นควันบุหรี่ที่ยังลอยอยู่แถวนี้จนไม่อยากจะคุยต่อด้วยแล้ว เธอจึงเตรียมหันหลังจะเดินหนี


ฮเยวอนเห็นอย่างนั้นเข้าก็ดูเป็นครั้งแรกที่ร่างกายมันไวกว่าปาก เธอคว้าสายกระเป๋าสะพายของอึนบีไว้ได้ทันแต่เหมือนจะคว้าไปแรงเกินไปนิดนึง กระเป๋าเลยหลุดจากไหล่ของเจ้าลงไปนอนแช่น้ำพลุพร้อมโทรศัพท์มือถือที่กระเด็นออกมาอยู่ก้นอ่าง ฮเยวอนมองหน้าอึนบีที่มองหน้าเธอก่อนหันไปมองกระเป๋าใบโปรด ทำให้ฮเยวอนรู้ขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือตอนนี้รุ่นพี่ในเอกคนนี้คงจะทั้งเกลียดขี้หน้าทั้งโกรธเธอเลยแหละ


อึนบีเข้าไปงมกระเป๋าและโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาจากน้ำก่อนจะเดินหนีไปโดยที่ฮเยวอนยังไม่ทันจะได้ขอโทษเลยสักคำกับเหตุการณ์เมื่อวานและที่เกิดขึ้นตอนนี้ …ดูท่าซานตาคลอสจะไม่ชอบหน้าเธอพอๆ กับอึนบีเลยนะ เพราะแต่ละครั้งที่ฮเยวอนเจอแล้วได้คุยอึนบีไม่มีครั้งไหนเลยที่จะจบลงด้วยดี…เช่นวันนี้ มันจบลงที่ฮเยวอนนั่งยีผมตัวเองอย่างหงุดหงิดใจ แค่คำว่า 'เดี๋ยว' แทนที่จะเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเขาเนี่ย ทำไมไม่พูดออกไปวะ



18.29 น. 


เสียงปิดประตูดังจนทั้งตึกแทบจะสะเทือนของอึนบีทำเอาซากุระที่กำลังนั่งทาเล็บพักผ่อนจากการเที่ยวอยู่สะดุ้งตกใจจนทาเลยเล็บไปไกล เธอมองดูเพื่อนสาวเหวี่ยงกระเป๋าใบโปรดที่ชุ่มน้ำพร้อมโทรศัพท์ที่ทะนุถนอมมาตลอดลงบนโต๊ะอุ่นขาอย่างไม่ใยดี


"เป็นอะไรของแกเนี่ย…เหวี่ยงโทรศัพท์แบบนั้นเดี๋ยวมันก็พังหรอก"


"ก็มันพังแล้วไงถึงได้กล้าโยนน่ะ"


"ห้ะ ไปทำอะไรมา"


"เด็กคนนั้น ฮเยวอนน่ะ วันนี้บังเอิญเจอเห็นนั่งอยู่ที่อ่างน้ำพลุหลังมหาลัย" อึนบีทิ้งตัวลงนั่งด้วยอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่น "เห็นว่าสูบบุหรี่เลยเตือนดีๆ ก็คือยังคงพูดจาไม่เข้าหูฉันแถมทำกระเป๋าฉันร่วงน้ำ โทรศัพท์ก็เลยพังเนี่ย"


"จริงๆ ใครก็รู้นะว่าน้องมันชอบไปนั่งสูบบุหรี่แถวนั้น เขาเตือนกันจนเลิกเตือนไปนานแล้ว เพราะน้องมันไม่สนใจ" ซากุระก้มหน้าก้มตาทาเล็บต่อ "แกเถอะ บ่นน้องมันจังเลย สนใจอะไรน้องมันนักหนา"


"ก็จะเข้าไปขอบคุณเรื่องเมื่อวานป้ะ จะได้ไม่มีอะไรติดค้าง"


"จ้าๆ ไปอาบน้ำกินข้าวไป แล้วค่อยมานอนคิดว่าจะเอายังไง"


อึนบีมองไปยังโทรศัพท์ที่เธออุตส่าห์ดูแลรักษามันอย่างดีถอนหายใจก่อนจะลุกไปทำตามที่เพื่อนสนิทอย่างซากุระบอก เธอหวังว่าการอาบน้ำมันจะช่วยให้อารมณ์ของเธอเย็นขึ้นมาไม่มากก็น้อยล่ะนะ



มาช้าแต่ก็มานะ 5555 กะว่าจะอัพตอนเที่ยงคืน แต่ก็ไม่ทัน (อีกแล้ว)

เปลี่ยนบรรยากาศจากคู่กาอึนบีมาเป็นฮเยบีมั่ง
เรื่องก็เรื่อยๆ เปื่อยๆ ไม่มีอะไรมาก สบายๆ ผ่อนคลายรับปีใหม่กันไปเนาะ

ปกก็วาดเองอีกเช่นเคย..และก็ออกมาเป็นใครไม่รู้อีกเช่นเคย 55555

ไม่เสียเวลาไปต่อตอนสองกันดีกว่า เย่ะ


#ในปีต่อไปฮเยบี
SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments

Watercolor
2 years ago
ต้องทุบฮเยวอนสักที
Reply