เมื่อฉันป่วยเป็นโรคซึมเศร้า#10(คนเดิมในร่างใหม่)
ก้าวเข้าสู่เดือนที่สิบ ที่ฉันตัดสินใจรักษาโรคซึมเศร้าอย่างจริงจัง สิ้นเดือนนี้ฉันก็ต้องเข้าไปพบจิตแพทย์อีกครั้ง ฉันพยายามเรียบเรียงความคิดว่าฉันจะเล่าอะไรให้หมอฟังดี จะบอกว่าฉันหายแล้ว อยากหยุดยา หรือ จะรับยาต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะมั่นใจว่าฉันจะไม่กลับมาคิดฆ่าตัวตายอีก

ในชีวิตคนหนึ่งคนมันมีปัจจัยมากมายที่จะทำให้เกิดความเครียด กดดัน เสียใจ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตลอดช่วงชีิวิตในชาตินี้ของเรา จะต้องพบเจอเรื่องไม่คาดฝันสักกี่ครั้ง แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะผ่านมันมาได้

ก่อนหน้านี้ ฉันใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ อยากได้อะไรก็ได้ เงิน งาน ความรัก แค่คิด..ทุกสิ่งที่อย่างก็มากองอยู่ตรงหน้า ฉันไม่เคยเตรียมใจรับกับความผิดหวังที่จะเข้ามา

ฉันเติบโตขึ้น และเริ่มมีความต้องการของตัวเอง จุดหนึ่งของชีวิตฉันเหนื่อยหน่ายกับการผูกมัดความสุขของตัวเองกับความต้องการของคนอื่น ฉันอยากมีอิสระในการใช้ชีวิต และรำคาญเสียงของคนรอบข้าง

วงกลม 3 วงแรกที่ฉันเคยเล่าถึงในตอนเก่าๆ นั่นคือ เรื่องที่ทำงานเก่า พ่อแม่ และ แฟน เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตฉัน เมื่อฉันลาออกจากงานและอยู่ว่างๆ สถานการณ์ต่างๆทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าและดีไม่พอที่จะมีชีวิตอยู่

ทำไมฉันถึงรู้ตัวว่าตัวเองป่วย? เพราะฉันรู้สึกว่าควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นอารมณ์เชิงลบและคิดวนเวียนกับเรื่องเดิมๆ ฉันอยากหนี หนีไปไหนก็ได้ หนีไปจากคนที่คอยทำร้ายฉัน ฉันเคยหนีออกจากบ้าน แล้วไลน์กลับมาด่ากราดคนที่ทำร้ายจิตใจฉัน เมื่อฉันตั้งสติได้ ฉันรู้สึกว่าไม่น่าทำแบบนั้นลงไปเลย แล้วฉันก็กลับมาโทษตัวเองอีก

วันนี้ 16 ตุลาคม 2561

ฉันคิดว่า วงกลมที่ 1 เรื่องที่ทำงานเก่า

มันไม่สามารถกลับมาทำร้ายฉันได้อีกแล้ว ฉันให้อภัยทุกคนและปล่อยวาง ตอนนี้ฉันออกนอกบ้านมากขึ้น ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ โดยปราศจากความคิดที่ว่าคนข้างนอกทุกคนต้องการทำร้ายฉัน พวกเขาเป็นคนเลว และชอบแทงข้างหลัง ตอนนี้ฉันได้เจอเพื่อนใหม่ที่น่ารักมากมาย มันลบล้างความคิดเดิมๆไปจนหมดสิ้น

ส่วนวงกลมที่ 2 เรื่องพ่อแม่ที่คาดหวังให้ฉัน ทำตามที่เขาต้องการ

ฉันรู้สึกว่าฉันคิดถูก ที่ตัดสินใจเล่าเรื่องอาการป่วยให้พ่อแม่ฟัง ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกเสียใจในช่วงแรกว่าทำไมพ่อแม่ไม่ยอมรับว่าพวกเขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันป่วย

มาถึงตอนนี้ฉันเข้าใจอะไรๆมากขึ้น ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูก เขาก็แค่อยากให้ฉันมีความมั่นคงในชีวิต สามารถเลี้ยงตัวเองได้ พ่อแม่ฉันไม่ได้รวยมาก่อน เขาเลี้ยงฉันมาในช่วงที่เขากำลังสร้างตัว การมีลูกหลายคนทำให้พวกเขาไม่มีเวลาดูแลได้ทั่วถึง มันคงเป็นเรื่องปกติที่ความต้องการในวัยเด็กของฉันถูกละเลย และฉันมักจบความคิดว่า พ่อแม่รักลูกคนอื่นมากกว่า ฉันจึงพยายามเรียนให้เก่ง เพื่อพ่อแม่จะได้หันมาสนใจฉันบ้าง

ตอนนี้ฉันให้อภัยพ่อแม่แล้ว พวกเราไปทำบุญด้วยกันมากขึ้น คุยกันเรื่องไร้สาระ หัวเราะด้วยกัน ฉันเริ่มเข้าใจความคิดของผู้สูงวัย เพราะตอนนี้ฉันเองก็แก่ขึ้นทุกวัน และเข้าใกล้วัยชราเต็มที

วงกลมที่ 3 เรื่องแฟนของฉัน

จากการอยู่ร่วมกันมา 3 ปี รู้จักกันมา 6 ปี มันมีบางมุมที่เขาไม่เข้าใจฉัน และ ฉันไม่เข้าใจเขา มันเป็นเรื่องของการทำความรู้จักคนๆหนึ่งให้ลึกถึงใต้ภูเขาน้ำแข็ง ฉันเพิ่งอธิบายเรื่องอาการป่วยของฉันให้แฟนฟัง เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ฉันอธิบายพร้อมใส่อารมณ์เต็มที่ ฉันโทษเขาว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการโรคซึมเศร้าของฉันกำเริบและไม่หายสักที ฉันบอกเขาว่าหมอให้ลดยาลงครึ่งหนึ่ง มันทำให้ฉันกลับมาหงุดหงิดง่าย และควบคุมตัวเองไม่ได้ 

ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม เขาทำท่าไม่ค่อยสนใจอาการป่วยของฉัน ฉันเดาว่าเขาคงรู้สึกผิดและทำตัวไม่ถูกที่จะต้องอยู่กับคนป่วยจิตเวช

มีวันหนึ่งเขาทำให้ฉันโมโหถึงขั้นอาการปรี๊ดแตก วันรุ่งขึ้นฉันตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ฉันเกลียดเขาและไม่อยากเจอหน้าเขา ฉันตัดสินใจบอกเลิกด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังอดทน ยังอยู่กับฉัน จนทุกวันนี้อาการฉันดีขึ้น เรากลับมายิ้มหัวเราะให้กันอีกครั้ง เขาเรียนรู้ที่จะทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้น

วงกลมที่ 4 คือตัวฉันเอง

จากการป่วยครั้งนี้ มันทำให้ฉันเรียนรู้ว่า ความต้องการของคนเรามันเปลี่ยนแปลงไปตามช่่วงอายุ ตอนเด็กเราคิดว่าเราชอบสิ่งนี้ แต่พอโตมาเราก็เปลี่ยนความชอบไปเรื่อยๆ

เป้าหมายในชีวิตก็เหมือนกัน มันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุ ก่อนหน้านี้ ฉันแค่คิดว่าอยากทำอะไรก็ได้ให้ร่ำรวย มีฐานะ มีชื่อเสียง เพื่อให้ทุกคนยอมรับและภูมิใจในตัวฉัน ซึ่งฉันก็มาค้นพบว่ามันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฉันเครียด หดหู่ ไม่มีความสุขกับอะไรสักอย่าง

ฉันค้นพบเป้าหมายใหม่ ตอนที่ได้คุยกับจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

มันใช้เวลาหลายเดือนกว่าฉันจะวางเป้าหมายอันเก่าลง หมอบอกฉันว่า
คนเราทำทุกอย่างก็เพื่อที่จะมีความสุขไม่ใช่หรือ 
แล้วทำไมคุณไม่มีความสุขเลยตอนนี้หล่ะ

หมอมอบหมายการบ้านให้ฉัน กลับไปค้นหาว่า ตอนนี้ทำอะไรแล้วมีความสุข

ซึ่งฉันเลือก การเล่นดนตรี 
แต่...ฉันเล่นดนตรีอะไรไม่เป็นเลย 
ฉันแค่อยากเล่นดนตรีอะไรก็ได้และได้ร้องเพลงไปด้วย
ฉันชอบร้องเพลง แม้ไม่ไพเราะเท่าไหร่ แต่ฉันรู้สึกมีความสุขที่ได้ร้องเพลง

ฉันลงเรียน อูคูเลเล่ 4 ครั้ง ในเดือนตุลาคมปี 2560
ตอนนั้นจับคอร์ตยังผิดเลย โดนครูด่าอีกตะหากว่าไม่ค่อยซ้อม
ตอนเรียนเล่นได้แค่เพลงเดียว แถมดีดไปด้วยก็ร้องเพลงผิดอีกตะหาก
การฝึกใช้มือซ้ายและขวาไปพร้อมกัน(มือซ้ายจับคอร์ต มือขวาดีดขึ้นลง) 
สร้างความสับสนให้ฉันไม่น้อย

ฉันยังคงพยายามต่อเนื่องแม้จะหมดคอร์สเรียนแล้ว ฉันหันเล่นเองที่บ้าน
เพราะอย่างน้อยฉันมีความหวังลึกๆว่า การใช้มือซ้ายจะช่วยพัฒนาสมองส่วนขวา
ซึ่งเป็นส่วนอารมณ์ความรู้สึก เผื่อว่าฉันจะมี EQ มากขึ้น

วันนี้ฉันเล่นเป็นเพลงได้หลายสิบเพลงพร้อมร้องประกอบได้ด้วย 
ฉันมีความสุขที่ได้เล่นดนตรี

มันจึงนำมาสู่เป้าหมายใหม่ในชีวิต คือ มีความสุขในปัจจุบัน รักษาสุขภาพให้ดี รักตัวเอง

พอมีเป้าหมายนี้ ฉันปล่อยวางทุกอย่าง ฉันหันมาศึกษาธรรมะมากขึ้น ฉันเลิกยึดติดกับผลลัพท์และความสมบูรณ์แบบ

แต่แล้วฉันก็ยังค้นพบว่า แม้ว่าฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเท่าไหร่ หากความรู้สึกที่มีต่อตัวเองยังคงเดิม ฉันก็ยังสามารถคิดลบๆกับตัวเองได้อยู่ดี

ฉันเป็นเด็กอ้วนดำ ที่สมัยประถมโดนเพื่อนbully โดยการล้อว่าอ้วนดำน่าเกลียด แม้ว่าตอนสมัยสาวๆช่วงอายุ 20 กว่าปี ฉันจะลดน้ำหนัก กระหน่ำกินกลูต้าและทำศัลยกรรม จนสวย มีคนมาจีบมากมาย แต่....ลึกๆแล้วฉันก็ยังไม่มั่นใจในตัวเอง 
เราจะเป็นอย่างที่เราคิดกับตัวเอง
ฉันตาสว่างตอนที่ฉันดูซีรีย์เรื่อง insatiable ใน Netflix จนจบ นางเอกเป็นคนที่อ้วนมาก แต่เมื่อเธอผอมลงก็ตัดสินใจ แก้แค้นคนที่เคยล้อเลียนเธอ เรื่องนี้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตของฉันอย่างมาก
แม้ว่าฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเท่าไหร่แต่ข้างในฉันยังเป็น fatty patty คนเดิม
มันคือประโยคที่นางเอกคิดขึ้นมาในหัว
ใช่เลย มันคือฉันนี่หว่า แม้ภายนอกฉันจะดูดีขึ้นทุกอย่าง แต่ลึกๆแล้วฉันยังคงมองตัวเองเป็นคนที่ด้อยค่า คงเป็นจุดนี้ละมั้งที่หากว่าฉันเจอสถานการณ์แย่ๆ ฉันจะเก็บมาโทษตัวเองเป็นคนแรก

ปัจจัยนี้ ทำให้ฉันยังคงต้องกินยาต่อไป

บทสรุปของตอนนี้ ฉันเคลียร์วงกลม 1-3 หมดแล้ว มันทำร้ายฉันไม่ได้อีก เหลือแค่วงกลมวงที่ 4 เนี่ยแหละ ที่ยังคงวนเวียนมาทำร้ายฉัน

ใครจะรู้ว่า คนที่ทำร้ายเราได้เจ็บที่สุด ก็คือตัวเราเอง
SHARE
Written in this book
เมื่อฉันป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
ประสบการณ์ชีวิตของผู้ป่วยคนหนึ่งและสาเหตุของโรคซึมเศร้า
Writer
HYGGE
Writer
HYGGE >> ชื่อเราอ่านว่า ฮุกกะ หรือ ฮูก้า แล้วแต่จะเรียก ความหมาย คือ ความสุขง่ายๆ แบบไม่ต้องพยายาม เราเป็นนักเล่าเรื่อง...เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ความรู้สึก และ ข้อคิดที่ได้ เราไม่ค่อยตามกระแสคนอื่น เพราะคนอื่นมีคนเป็นไปแล้ว เป็นตัวเองง่ายกว่า เราชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย เพราะเราเกลียดความวุ่นวาย เรามักคิดต่าง ในช่วงเวลาที่คนอื่นคิดเหมือนกัน เราพูดน้อย แต่เราเขียนเยอะ งานเขียนของเรามีหลายแบบ แต่ใช้นามปากกาต่างกัน เราเขียนบทความ งานวิจัย หนังสือเตรียมสอบ เราเขียนนิยาย เรื่องสั้น How-to อืม...อะไรอีกดีล่ะ เราว่า ใน storylog คงมีความเป็นตัวเองมากที่สุด เพราะไม่มีใครมาจ้างเขียน555 ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน จะพยายามเขียนงานดีๆออกมาให้ทุกคนได้ติดตามนะคะ

Comments

OnlyBrother
10 months ago
สู้ๆนะครับ
Reply
HYGGE
10 months ago
สู้จ้า..ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว
detectivevic
10 months ago
เขียนได้ดีมากครับ ตอนนั่งอ่านเหมือนกับตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่องเลย ขอบคุณครับที่ได้เขียนแชร์ออกมาเพื่อให้คนที่กำลังเป็นหรือที่เป็นอยู่ คนรอบข้างเพื่อให้เข้าใจ ให้กำลังใจกัน ขอให้หายไวๆและกลับมาใช้ชีวิตให้มีความสุขตามปกติครับ สุ้ๆครับ
Reply
giffly
8 months ago
ขอบคุณนะคะที่ยังคอยเขียนอยู่ จะตรมอ่านตลอดนะคะ:)
Reply