งบกระแสเงินสด
คนที่ประกอบธุรกิจ ทุกคนคงน่าจะรู้จักกับสภาพที่ธุรกิจ กำไร มียอดขายมากมาย แต่ๆๆๆ ทำไม ไม่มีเงินจ่ายแม้กระทั่งพนักงาน???

เป็นเพราะคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ ยังเข้าใจผิดว่าเมื่อกิจการได้กำไร ยังไงซะเงินสดหมุดเวียนก็ไม่ขาดมือ ซึ่งเข้าใจผิดอย่างแรงเลย



อธิบายง่ายๆ เงินสดเปรียบเสมือน กระแสเลือด ส่วนกำไรเปรียบเสมือนสารอาหาร

คนเราขาดสารอาหารได้ แต่ขาดการหมุนเวียนของเลือดไม่ได้



กำไร ของธุรกิจมาจาก รายได้ - ค่าใช้จ่าย

รายได้จะอยู่ฝั่งเครดิต ของทางบัญชีซึ่งเกิดจาก สองส่วนคือ การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า หรือ การเพิ่มขึ้นของเงินสด ซึ่งอยู่ฝั่งเดบิต



ส่วนค่าใช้จ่าย จะอยู่ฝั่งเดบิต แปลว่ามันเพิ่มขึ้น ซึ่งแบ่งง่ายๆ คือ เป็นต้นทุน ที่ในอนาคตจะไปเกิดเป็นรายได้ หรือ เป็นค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองที่หมดไปแต่ละเดือน



คราวนี้ลองคิดดูว่า สมมติขายของได้ เยอะแยะเลยนะ แต่ๆๆๆ ให้เครดิตลูกหนี้ 30 วัน แปลว่า ในช่วง 30 วันนี้มีแต่ตัวเลข รายรับ แต่ไม่เห็นเงิน เรามียอดขายลูกหนี้อาจไม่ใช่เงินสดที่เข้ามา ซึ่งเป็นปกติมากในการขายใน Volume ที่มากๆ

หากเราบริหารจัดการเรื่องการติดตามหนี้ไม่ดี สิ่งที่ตามมาคือ การขาดเงินสดในมือ (เงินสดฝืด) แต่ว่า ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตลอดเวลาเช่น ค่าเงินเดือน ค่าสาธาณูปโภค ค่าดอกเบี้ยจ่าย และ อื่นๆ



แล้ว ปัจจัยของกระแสเงินสดล่ะมาจากไหน ดูง่ายๆคือ

ถ้าลูกหนี้ลดลง เงินสดเพิ่มขึ้น (เก็บเงินลูกค้าได้)

ถ้าสินค้าคงคลังลดลง เงินสดเพิ่มขึ้น (ขายของออก)

ถ้าเงินกู้เพิ่มขึ้น เงินสดเพิ่มขึ้น (ไปกู้ธนาคารมา)

ถ้าเจ้าหนี้ ลดลง เงินสดลดลง (ไปจ่ายเงินเจ้าหนี้)

ถ้าสัดส่วนหุ่นเพิ่มขึ้น เงินสดลดลง (เอาเงินไปซื้อหุ้น)



พูดง่ายๆ ถ้าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น เงินลด ถ้าหนี้สินเพิ่มขึ้น เงินสดเพิ่ม ถ้าทุนลด เงินสดลด

ด้วยปัจจัยนี้แหร่ะ ผู้ประกอบการมือใหม่มักพลาดตรง ไปเน้นว่าต้องมีกระแสเงินสดในการดำเนินการโดยไปเน้นผิดฝั่งคือฝั่งหนี้สิน ทำให้ไม่ว่าธุรกิจจะกำไรยังไง ในแต่ละเดือนก็ยังปวดหัวกับกระแสเงินสดอยู่ดี



ดังนั้น ก่อนจะมาเป็นผู้ประกอบการ ขอแนะนำและเน้นเป็นอย่างยิ่งเลยว่า ไปศึกษาบัญชีให้แน่นๆเสียก่อน และวางแผนด้านการเงินและการงานให้ดีๆนะครับ แล้วค่อยลงมือ

ที่มา www.acccloud.co
SHARE

Comments