เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง
วันหยุดนักขัตฤกษ์ เนื่องในวันสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว เราไปบ้านเขา แต่ไม่ได้บันทึกไว้ มีเพียงภาพถ่ายจาก time hop ที่มาเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ปีนี้ก็เช่นกัน เราไปบ้านเขา บุกเดี่ยวแบบชวนใครก็ไม่พร้อม เมื่อวานเราก็ขับรถไป-กลับ กุยบุรี เพื่อไปทวงหนี้กับแม่

เช้าวันที่ 14 ต.ค.เราไลน์ไปกึ่งแจ้งความประสงค์กึ่งขออนุญาตเขาไว้ก่อนว่าคืนนี้เราจะไปมิตติ้งรอบกองไฟกับเขา เขาตอบกลับมาว่าไม่มีใครมาในรอบนี้ไม่ว่าจะเป็นน้องชายเขาหรือเพื่อนๆคนอื่น เราจึงพูดติดตลกว่าชวนป๊าดิ ซึ่งก็แบบทีเล่นทีจริง ปรากฏเขาตอบกลับมาว่า กินกับป๊าหกโมงครึ่งเด้อ

เมื่อถึงเวลานัด เราก็ไปถึงก่อนเวลานิดหน่อยเพราะนัดเพื่อนมาส่งของทะเล เขานั่งคุยกับเพื่อนแถวบ้าน เรานั่งสักพัก ป๊า กับ เพื่อนของป๊า ก็มา ก็มีความเกร็งๆกันเล็กน้อย ตามประสาแอลกอฮอล์ยังไม่เข้าปาก สักพักอาหารทะเลก็มาส่ง ก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อย จนน้า ถามถึงเขาว่าเมื่อไหร่จะพาแฟนมา เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร น้าก็หันมามองหน้าเรา เราก็เสตามองไปที่อื่น น้าก็ถามซ้ำ เราเลยตอบว่า เขาสายกรรมฐานยังไม่เปิดหรอก แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย
(เอาจริงๆ มันก็รู้สึกแปลกๆนะ แบบเราก็ไม่รู้สึกร้อนรนอยากจะต้องให้เขาบอกขนาดนั้น แต่ก็นะ ยังไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย)
สักพักแม่เขาเดินออกมาถามว่า มากับใครพักที่ไหน เราบอกมาคนเดียว พักที่ i resort ค่ะ
(ปกติพักที่รีสอร์ทบ้านเขา แต่ตอนนี้ที่ตระกูลเขามีปัญหาเรื่องมรดกที่จัดการไม่ได้ ตระกูลเขาเลยปิดรีสอร์ทไปก่อน)
แม่เขาหันมาพูดกับเราว่า ถ้ามากันหลายคนมานอนบ้านแม่ก็ได้ แต่นี่มาคนเดียว บ้านนี้ก็มีหนุ่มโสด มันจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ผ่ามพาม
เราก็ยิ้มแหะๆ นี่มันเป็นการเปิดสงครามรึป่าว แต่เราอ่ะไม่คิดจะนอนบ้านเขาอยู่แล้ว มันไม่สมควร และเราก็ถือด้วย
แล้วในวงก็สนทนากันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องค่าครองชีพ การใจเย็นต่อเรื่องต่างๆ นินทาน้องชายเขา และการเดินทางกลับกรุงเทพ มันก็ไม่เชิงขอกลับด้วยนะ เขาแค่พูดลอยๆว่ากลับพรุ่งนี้ ป๋าก็ถามว่าไม่กลับพร้อมญาติ เขาบอกว่าญาติกลับเช้ามาก เดี๋ยวเขากลับเองดีกว่า เราก็เลยถามว่ากลับพร้อมกันป่ะหล่ะ เขาบอกได้ๆ แล้วหันมาบอกเราว่า กลับบ่ายโมงนะ อยากอยู่กับแม่นานๆหน่อย ตลกป่ะ อารมณ์แบบไม่ต้องเกรงใจกันแล้วใช่ป่ะ รถฉันก็เหมือนรถเธองี้ 5555 จนเราไปเข้าห้องน้ำรอบสองกลับมาป๊ากับน้าเขาก็หายไปแล้ว เรานั่งคุยกับเขาสองคนอีกสักพัก ก็คุยสัพเพเหระที่ไม่ได้เกี่ยวกับความรักสักเท่าไหร่ แล้วเขาก็พูดว่า เดี๋ยวไปนั่งร้านเพื่อนเขามั้ย ซึ่งเราก็ไปทุกปี และเกือบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เราก็คิดว่าดึกแล้วและสองคน ก็ยังจะไปหรอวะ สุดท้ายก็ไป
เริ่มตั้งวงตอนเกือบเที่ยงคืน เราก็เริ่มจะกินไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังนั่งกินต่อจนตีสองกว่า เบียร์เหลือประมาณขวดกว่า เราขอพักตาโดยนอนเตียงไม้ที่ติดทะเลแล้วก็หลับไป
หลับสนิทเลยแหละ จนได้ยินเสียงเขาเรียก ลืมตามาตีสามกว่า เก็บของเตรียมตัวกลับ นั่งรถมาเขาก็บ่นอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วก็เรื่องนัดกลับบ้านก็ยังคงพูดเช่นเดิม บ่ายโมงเจอกัน
เรารู้สึกว่าเราสนิทกันแบบไม่ต้องมีพิธีรีตองแล้วใช่ป่ะ
พอบ่ายวันกลับมาถึงเราจอดรถ เขาเล่นกับหมาอยู่หน้าบ้าน แม่เขาเดินออกมาถามเราว่าได้ไปเที่ยวไหนมาบ้างเราบอกไม่ได้ไปไหนเข้าไปตัวเมืองมาเมื่อวาน แม่ถามว่าไม่มาชวนเขาไปด้วยหล่ะ(เอ้า!!งงในความไม่หวงลูกเฉย!!)ก็เลยตอบไปว่า เขาน่าจะไม่ไป น่าจะอยากอยู่กับแม่นานๆ
แล้วเขาก็หันไปเก็บรองเท้า กระเป๋า พร้อมประโยคของแม่ว่า ไม่ต้องรีบ ค่อยๆดูอย่าลืมอะไร (นี่ชิลกับฉันขนาดนี้เลย)
แล้วก็เดินทางด้วยกันมา 5 ชม.ระหว่างการเดินทาง เขาก็เล่าเรื่องตระกูลเขา เราก็เล่าเรื่องตระกูลแลกเปลี่ยนกันไปมา ทุกๆครั้งจะเป็นเรื่องอินไซค์ขึ้นไปเรื่อยๆ และเมื่อคืนสรุปนางเมาจ้า แต่ที่ชอบสุดของรอบนี้คือ เขากวนอะไรเราสักอย่าง แล้วเราถามเขาว่าหนวดจะเอาไว้มั้ย เขาหันมาตอบเราว่า หนวดเธอก็ยาวเหมือนกันนะ ดูความแสบของมัน!!

ช่วงนี้ดูไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ แต่อยู่ด้วยก็สบายใจดี
#รัก

SHARE

Comments