The Last Day
ลมเย็นจากพัดลมตั้งโต๊ะ พัดมาปะทะหน้าเบาๆ ฉันหลับตาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ 
หน้าจอlaptopถูกเปิดค้างไว้ แสดงไฟล์wordที่ว่างเปล่ามานานกว่าสองอาทิตย์
"เขียนไม่ออก" ฉันนึกแล้วถอนหายใจยาว

เมื่อลืมตาขึ้นฉันมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝนมืดทมึน
ท้องฟ้ามืดมัว ไม่ต่างจากความคิดของฉันในตอนนี้ 

ฉันเลื่อนส่งงานนิยายออกไป พอนึกถึงหน้าครูที่สอนเขียนนิยายแล้วรู้สึกผิด
สองอาทิตย์แล้วที่ฉันเงียบหายไป จากการติดต่อกับครู
ฉันไม่กล้าแม้แต่จะส่งสติ๊กเกอร์ทักทายไปใน group line นักเขียน
เพราะฉันกลัวโดนทวงงาน 

มันเป็นการลองเขียนนิยายครั้งแรกของฉัน อุปสรรคใหญ่ที่ฉันเจอคือ ความคิดของตัวเอง

ฉันชอบคิดว่าตัวเองยังไม่ตกผลึกในไอเดียได้ดีเท่าไหร่นัก การเข้าใจตัวละคร บทบรรยายฉากต่างๆ พอมันไม่ชัดในหัวสมอง ก็ไม่สามารถบรรเลงคีย์บอร์ด พิมพ์ออกมาเป็นงานได้
หรือถึงแม้จะดันทุรังเขียนจนจบบท ก็ไม่กล้าส่งให้ครูอ่านกลัวคำวิจารณ์และคำดุด่าต่างๆนาๆ 
การเขียนนิยายเริ่มกลายเป็นยาขม ที่ฉันไม่อยากที่จะแม้แต่แตะต้องมัน

แล้วฉันก็ค้นพบจุดอ่อนอีกอย่างในการเขียน คือ ฉันอ่านน้อยเกินไป 
ครั้งล่าสุดที่อ่านเรื่องยาวๆ ก็คงจะเป็นเทพนิยายกริมม์ ที่ฉันอ่านจบสามเล่มรวดในสมัยเรียนอยู่ชั้นประถม ฉันสนุกเพลิดเพลินกับเรื่องราวแฟนตาซี การผจญภัย ฉันจินตานาการว่าได้ท่องเที่ยวอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย การเป็นคนอ่านกับเป็นคนเขียนช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

โตมาหน่อย ฉันเริ่มอ่านนิยายลูกกวาด แนวรักกุ๊กกิ๊ก หวานใส เมื่อฉันอ่านแนวนั้นมากก็ติดการเล่าเรื่องแบบนั้นมา

พอเริ่มมาเรียนการเขียนนิยายจริงจังกับนักเขียนชั้นครู เมื่อส่งงานครั้งแรกก็โดนด่าเละเทะ

ครูวิจารณ์ว่างานของฉันมันไม่น่าอ่าน บทบรรยายมันสั้น และภาษาที่ตัวละครคุยกันมันเป็นภาษากระแส เมื่อเวลาผ่านไปมันจะล้าสมัย
"ครูอยากให้เธอเขียนงานที่มันคลาสสิก น่าหยิบขึ้นมาอ่านเสมอแม้ว่าเวลาผ่านไป 10-20ปี"
ครูทำหน้าจริงจัง แล้วพูดต่อ
"นี่เธอเคยอ่านนิยายชั้นครูบ้างไหม ครูไม่อยากให้เธออ่านนิยายของนักเขียนใหม่นะ อย่าไปเลียนแบบเขา"

ฉันเห็นด้วยกับครูในทันที นักเขียนรุ่นใหม่มักอยากเขียนเรื่องราวให้แซ่ป และขายได้ บางเรื่องเน้นขาย 18+ จนมันดูโป๊เปลือยเกินไป แม้มันจะขายดีในช่วงเวลาหนึ่งก็ตาม

ฉันตาสว่างกับคำสอนของครู ฉันอยากผลิตงานออกมาดีๆ แต่บางครั้งก็วนติดอยู่กับวงเวียนแห่งความสมบูรณ์แบบของตัวเอง จนท้อแท้และหยุดเขียน

"ก็แค่ลงมือทำหรือเปล่า" คำตอบโผล่มาในสมอง
ตามมาด้วยเสียงรถพยาบาลแว่วมาแต่ไกลแล้วค่อยๆ ดังขึ้น ฉันเปิดตามองออกไปนอกหน้าต่าง

ท้องฟ้าเปิดแล้ว แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา ไอร้อนแผ่ขยายเข้ามาในห้อง

"ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตฉันจะทำอะไร" ฉันมองตามรถพยาบาลที่วิ่งห่างออกไป
"เขียนนิยายให้จบเล่ม" เสียงเล็กๆตอบกลับมา แทบจะทันที

แล้วคุณหล่ะ อยากทำอะไร?
SHARE
Writer
HYGGE
Writer
HYGGE >> ชื่อเราอ่านว่า ฮุกกะ หรือ ฮูก้า แล้วแต่จะเรียก ความหมาย คือ ความสุขง่ายๆ แบบไม่ต้องพยายาม เราเป็นนักเล่าเรื่อง...เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ความรู้สึก และ ข้อคิดที่ได้ เราไม่ค่อยตามกระแสคนอื่น เพราะคนอื่นมีคนเป็นไปแล้ว เป็นตัวเองง่ายกว่า เราชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย เพราะเราเกลียดความวุ่นวาย เรามักคิดต่าง ในช่วงเวลาที่คนอื่นคิดเหมือนกัน เราพูดน้อย แต่เราเขียนเยอะ งานเขียนของเรามีหลายแบบ แต่ใช้นามปากกาต่างกัน เราเขียนบทความ งานวิจัย หนังสือเตรียมสอบ เราเขียนนิยาย เรื่องสั้น How-to อืม...อะไรอีกดีล่ะ เราว่า ใน storylog คงมีความเป็นตัวเองมากที่สุด เพราะไม่มีใครมาจ้างเขียน555 ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน จะพยายามเขียนงานดีๆออกมาให้ทุกคนได้ติดตามนะคะ

Comments