ฝนที่ตกในเดือนกุมภา กับการจากลาของหญิงสาว
 วันนี้เป็นเหมือนวันนั้นของปีที่แล้ว วันที่มีฝนตกแทบจะทั้งวัน วันที่ผมตื่นมาดื่มกาแฟตอนเช้า และนั่งทำงานจนถึงบ่าย ในห้องเดิม ที่มีผ้าม่านสีขาว หน้าต่างกระจกที่มีหยดของน้ำฝนเกาะอยู่ และดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าในแจกันสีขาว ที่ผมเพิ่งเปลี่ยนใหม่เมื่อวันก่อน

ทุกอย่างรอบตัวผมเหมือนเดิม เหมือนเดิมเกือบจะทุกอย่าง เว้นแต่ว่า...

ไม่มีเธออยู่แล้ว 

เธอที่จะนั่งวาดรูปอยู่อีกมุมของห้องนี้ บนผ้าใบผืนใหญ่ที่แต่งแต้มให้เกิดภาพวาดที่งดงาม งดงามเหมือนตัวเธอเอง

เธอที่มีใบหน้างดงามกว่าใครเท่าที่ผมเคยเจอ

เธอแตกต่าง...

ผมชอบที่จะมองเธอตอนตั้งใจทำอะไรสักอย่าง สังเกตใบหน้าที่ปากอิ่มกระจับนั้นถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด ปลายจะมูกที่รั้นขึ้นมาจนมองเห็นชัดจากด้านข้าง ขี้แมลงวันเม็ดเล็กที่คางฝั่งขวาของเธอ และมือของเธอที่คีบบุหรี่ที่มีกลิ่นมิ้นอ่อนๆ เสมอ เธอจะสูบมันในตอนที่เธอเธอคิดงานไม่ออกหรือมีเรื่องให้ต้องคิด เธอบอกมันช่วยได้เยอะ



เราเจอกันครั้งแรกในวันธรรมดาที่รถติดขนัด 

และผมชอบเธอ...

ใช่ผมชอบเธอ ชอบที่เธอโดดเด่นจากคนอื่นๆ ทั้งที่เธอใส่แค่เสื้อเปิดไหล่สีขาวธรรมดาและกางเกงขาม้าสีดำ พร้อมรองเท้าส้นสูงสีแดง ผมเข้าไปทำความรู้จักเธอในวันนั้น เราแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อของกันและกัน เราคุยกันมาเรื่อยๆ ผมได้รู้จักเธอ เธอเป็นนางแบบ และทำงานศิลปะไปด้วย เธอชอบวาดรูป และตอนนี้เธอกำลังทำนิทรรศการภาพวาดของเธอ ที่เธอบอกว่ามันจะถูกจัดขึ้น อาจจะเป็นในหอศิลป์สักที่ในกรุงเทพ เธอบอกยังเลือกไม่ได้

ในวันที่นิทรรศการภาพวาดของเธอถูกจัดขึ้น ผมไปร่วมยินดีพร้อมกับดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าช่อเล็กที่เธอชอบ

งานของเธอส่วนใหญ่จะถูกวาดลงบนผืนผ้าใบด้วยสีอะคริลิค โทนสีจะเป็นสีโทนเย็นไปซะส่วนใหญ่ เธอบอกว่ามองแล้วจะรู้สึกใจเย็น และรู้สึกนิ่ง

แต่มีภาพหนึ่งของเธอที่สะดุดตาผม แตกต่างจนเหมือนหลุดมาจากอีกที่หนึ่ง มันสีภาพสีดำทึบโดยที่ไม่มีสีอื่นเฉียดเข้ามาใกล้ผืนผ้าใบสีดำผืนนี้

“มันคือความเงียบ” เธออธิบายให้ผมฟัง

“สีดำน่ะหรอ”

“ใช่ เราใช้มันแทนกลางคืน ทั้งเย็น สงบนิ่ง และเงียบ”

“...”

“ตอนกลางคืนนั่นแหละเป็นช่วงเวลาที่เงียบที่สุด เงียบจนน่ากลัว”

“...”

“เราไม่ได้กลัวความเงียบกันหรอก แต่พอเวลาที่เราเงียบเราจะใช้ช่วงเวลานั้นเพื่อสำรวจตัวเอง และเรากลัวจะเจอตัวเองในแบบที่เราไม่พอใจในความเงียบต่างหาก” 


ช่วงเวลาหกเดือนที่เราได้ศึกษาซึ่งกันและกัน หลังเดือนที่หกเราตกลงเป็นแฟนกัน เธอย้ายเข้ามาอยู่คอนโดเดียวกันกับผม

เราทำเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ ไปกินข้าว ดูหนัง และมีเซ็กส์กันในบางครั้ง

หลังจากที่มาอยู่ด้วยกันทำให้ผมรู้จักเธอมากขึ้น เธอจะหลับก่อนเที่ยงคืนเสมอ หลับไปพร้อมเปิดเพลงของ john lennon แทบจะทุกคืน

ห้องของผมไม่เคยเงียบเหงาหลังจากที่เธอมาอยู่ด้วย และแจกันในห้องทำงานก็ไม่เคยจะว่างหรือมีซากของดอกไม้ที่เหี่ยวแล้วอยู่เลย เพราะเธอจะเปลี่ยนมันตลอดเมื่อดอกไม้ดอกเดิมเริ่มเปลี่ยนสี และมันจะเป็นดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าเสมอ

ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองผ่านไปอย่างราบรื่นในแต่ละวัน เราเข้ากันได้ดี และผมคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีเธออยู่ด้วย

จนวันหนึ่งในช่วงเดือนกุมภา ในวันเกิดปีที่ 25 ของเธอ มันคือวันพิเศษ ใช่ผมบอกเธอแบบนั้น และเธอก็บอกว่ามันพิเศษเหมือนกัน มันพิเศษจนเกินไป

มันเป็นวันที่มีฝนตกค่อนข้างหนักตั้งแต่ช่วงเช้า ผมตื่นขึ้นมาดื่มกาแฟเป็นปกติ และนั่งทำงานจนถึงบ่าย เพื่อรอที่จะไปซื้อของมาทำมื้อเย็นวันนี้กับเธอ จนเวลาบ่ายสี่โมงที่เหมือนฟ้าจะเป็นใจ ฝนหยุดตกในเวลาสี่โมงกว่าๆ เราไปซื้อของโดยเลือกทำเมนูง่ายๆ อย่างสเต็กคู่กับมันฝรั่งต้มลูกเล็กๆ และสลัดผักที่เธอชอบ พร้อมกับไวน์แดง เป็นดินเนอร์เล็กๆ ของผมกับเธอ หลังมื้อเย็นเรานั่งดูหนังกันที่ห้องนั่งเล่นจบไปสองเรื่อง

เป็นวันเกิดที่ไม่มีเค้กและร้องเพลงวันเกิด ที่บอกว่าเธอโตเกินกว่าจะทำอะไรแบบนั้นแล้ว แต่เธอไม่รู้อะไรหรอก เพราะตอนเที่ยงคืนของเมื่อวานผมร้องเพลงนั้นให้เธอในตอนที่เธอหลับไปแล้ว

เราเข้านอนกันตอนห้าทุ่ม ฝนเริ่มกลับมาตกอีกครั้ง และแรงจนได้ยินเสียงตกกระทบของเม็ดฝนที่ตกกระทบกับความมือในคืนนี้

เรานอนคุยกันเรื่องทั่วไป ผมกอดเธอไว้ จับมือเธอ และถามว่าเธอขอพรอะไรในวันเกิดปีนี้

“ขอให้ตลอดไปไม่มีอยู่จริง” 

เธอบอกคำอวยพรนี้เสร็จเธอก็จูบผม เราจูบกัน ผมจูบตอบเธออย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ จูบที่เป็นทั้งความรักและความภักดีให้เธอ เป็นจูบที่ขอบคุณ ขอบคุณที่เกิดมาให้ผมได้รู้จัก

“หลังจากนี้มันจะเปลี่ยนแปลงตลอดไป อย่าตามหา แต่ขอแค่ให้คิดถึงบ้าง แค่นี้ได้ไหม” เธอพูดแปลกๆ ผมอยากจะถามแต่สายตาเธอที่มองผมนั้นกลับบอกว่าอย่าถาม อย่าถามแม้สักคำถามเดียว และผมทำได้แค่พยักหน้าและดึงเธอมากอดไว้ จูบลงบนหน้าผมของเธออย่างเนิ่นนาน

เหมือนมีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปตลอดกาล

และผมขอ ผมขอให้ตลอดไปไม่มีจริง...



ในเช้าของวันถัดมา ที่นอนข้างผมมันว่าง ว่างจนเกินไปและมันเย็นเหมือนที่ตรงนี้ไม่เคยมีใครนอนอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน ผมกังวล กังวลจนกลายเป็นความกลัว

ผมตามหาเธอทุกมุมห้องแต่ไม่เจอ โทรติดต่อไม่ได้ ไม่มีโพสต์อิทติดไว้หน้าตู้เย็นเหมือนทุกครั้งที่เธอจะออกไปที่ไหนสักที่ เสื้อผ้าของเธอยังอยู่ที่เดิม รูปภาพผู้ชายที่เพิ่งระบายสีแค่ส่วนผมในผืนผ้าใบที่เธอวาดค้างไว้เมื่อวานยังอยู่ที่เดิม

ทุกอย่างเหมือนเดิม

เพียงแต่ไม่มีเธอแล้ว... ไม่มี



เสียงฝนหยุดลง พร้อมกับท้องฟ้าสีใสเวลาสี่โมงเย็นดึงผมกลับมาจากความคิดในอดีต

ผมลุกไปเปิดเพลง stand by me ของ john lennon เพื่อไม่ให้ห้องเงียบจนเกินไป



I won’t cry, I won’t cry

No I won’t shed a tear

Just as long as you stand, stand by me



หลังจากวันนั้นผมทำตามที่เธอขอ

ไม่ตามหา...

แต่คิดถึง... ตลอด... ตลอดไป...

SHARE
Writer
024Second
Charlie.
เป็นผู้ที่ชื่นชอบผักและผลไม้

Comments