ความเจ็บปวดที่เรียกว่า ความคาดหวัง
หลังจากที่ชีวิตฉันวุ่นวายอยู่สักพักใหญ่ๆ 
ในที่สุดก็ปรับตัวได้กับสถานที่ใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ
บ่อยครั้งที่ฉันอยู่ท่ามกลางคนมากมาย....แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว
ฉันจึงกลับไปหาเพื่อนที่ทำงานเดิมๆ สถานที่เดิมๆ 
แล้วที่ๆเราจะปลดปล่อยตัวเองไปกับเพื่อนๆมากที่สุด คงไม่พ้นสถานบันเทิง
หลังฉันออกปาร์ตี้กับเพื่อนๆบ่อย เรียกได้ว่าเกือบทุกวันศุกร์ก็ว่าได้
ไปบ่อยจนพนักงานของร้านจำหน้าได้เลยทีเดียว

บ่อยครั้งที่ฉันออกมานั่งสูบบุหรี่ที่ชานระเบียงของร้าน 
ปล่อยความรู้สึกให้ว่างเปล่า 
ให้เสียงเพลงในร้านที่ดังออกมาจากประตูกระจกเข้าสู่โสตประสาทเบาๆ
ปลดปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปตามสายลมที่พัดควันสีเทาที่ออกจากปากฉันแล้วจางหายไป
กาวสายตามองไปรอบๆ แล้วก็บังเอิญไปสบตากับใครคนนึง ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าร้าน
สายตาคมๆของผู้ชายไหล่กว้างในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทคนนั้น กับคนที่สามารถคุมสติได้น้อยเต็มทีอย่างฉัน มันไม่ยากเลยที่จะตกหลุมรักเขาให้อย่างจัง
บ่อยครั้งที่ฉันเผลอกวาดสายตามองหาเขาในร้าน 
สรุปว่าเขาเป็นผู้จัดการร้าน
เอาละสิ ต่อจากนี้ได้เข้าร้านนี้บ่อยแน่

แล้วก็ตามนั้น สรุปฉันไปมันทุกอาทิตย์ไปเลย
พอใกล้วันเกิดตัวเอง เพื่อนๆก็ถามว่าจะเลี้ยงไหม เลี้ยงที่ไหน
ด้วยความพูดแบบส่งๆไม่ได้คิดอะไรก็บอกเพื่อนไปว่า
'เลี้ยงร้านเดิมแหละ แต่พวกแกต้องให้เขาถือเค้กมาให้เราเป่านะ'
หลังจากตัวเองพูดเสร็จก็ลืมไปหมดเลย
จนวันที่เลี้ยงจริงๆ ด้วยความที่ตัวเองกะจะเมาแบบไร้ซึ่งสติจึงให้เพื่อนผช.ไปรับ
วันนี้เขาเป็นคนมารับหน้าประตูร้าน 
กับคำพูดเดิมๆ 'มีโต๊ะยังครับ'
นี่ก็บอกว่าจองไว้แล้ว ชื่อ... เขาก็พาเดินไปโต๊ะ แล้วตัวเองก็หันกลับมาบอกเพื่อนผช.ว่า
'มึงไปเดินห่างๆดิ เดี๋ยวเขาคิดว่าเป็นแฟนกู'
เพื่อนๆมาช้ากันเป็นชั่วโมง ทำให้ฉันยืนเคว้งอยู่กะเพื่อน 2คน
พอเวลาใกล้เที่ยงคืน ก็กำลังจะออกไปสูบบุหรี่เพราะจะรอ EDM ขึ้น
เพื่อนก็ห้าม บอกเดี๋ยวค่อยไป รอก่อน
นี่ก็งง รออะไรวะ แล้วเพลง HBD ก็ขึ้น มีแสงเทียนสว่างขึ้นมาทางบันได 
แต่เป็นของโต๊ะอื่น คนทางนี้ยืนหน้าแห้งเลย
ยกแก้วดื่มย้อมใจ งอนเพื่อนก็ไม่ได้ แต่ตาก็เห็นเขาคนนั้นเดินขึ้นมาแล้วแหละ 
แต่นอยด์เพื่อนอยู่เลยไม่ได้สนใจ
แป๊บเดียวเขาก็เดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมกับเค้ก 2ก้อนเล็กในมือ 
เชี่ย เขิน เขินมาก แบบหน้าจะระเบิด
นี่ก็ยืนเขินบิดไปมา เพลงจบจะเป่าเค้กก็ไม่ได้ นักร้องจะอวยพร
นี่ไม่ได้สนใจอะไรทั้งใครทั้งนั้น สนใจแค่คนถือเค้ก
เหมือนคนสายตาสั้น สิ่งรอบข้างเริ่มละลายและพร่าเบลอ
เหมือนใครสักคนหมุนนาฬิกาให้ช้าลง แล้วค่อยๆปิดเสียงรบกวนรอบข้างให้หายไป
มองไปสบตา เขาก็ยิ้มให้ จังหวะนี้เริ่มสงสัย 
เคยมีใครเขินตายบ้างไหมนะ ถ้ามีคงเป็นฉันคนแรก
หลังจากที่เป่าเค้กแล้วทุกอย่างจบลง เขาก็กลับไปทำงาน 
นี่ไล่กอดเพื่อนทุกคนที่ทำให้ เพื่อนตามใจมาก ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะทำให้จริงๆ
Big surprise ของปีที่จะไม่มีวันลืม
หลังจากนั้นก็ เมาเป็นหมา 
เพื่อนก็เริ่มยุ เขาเบอร์ไหม เอาไลน์ไหมเดี๋ยวไปขอให้
นี่บอก ไม่ต้อง เดี๋ยวไปขอเอง

พอร้านปิด แค่ลำพังจะเดินลงบันไดยังขาเปรี้ย
เพื่อนบอก มึงเข้าไปเลย เขายืนอยู่นั่น
แต่รอบข้างมีผญ.ยืนล้อมเขาอยู่ประมาณ 4-5คน
เลยทำได้แค่ยืนตั้งสติรอสักพัก ให้เขาออกไปแล้วถึงเดินเข้าไป
'ขอไลน์ได้ไหม'
'อันนี้ขอเองรึขอให้เพื่อน'
'ขอเองดิ'
'...' พยักหน้า
'มีแฟนยังคะ'
'...' ส่ายหน้า
'....'
'มันแอดไอดีไม่ได้อะ' เขาบอก นี่ใจฝ่อแล้ว คงไม่ให้แน่ๆ
'...'หยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา สแกน QR code
'ปกติผมไม่ค่อยให้ไลน์ใครนะ' 
'ทักไปจะตอบใช่ไหมอะ'
'...' พยักหน้า

หลังจากนั้น เราก็คุยกันทุกวัน คุยกันจนรู้ว่าเขาเป็นกราฟฟิคดีไซน์ 
มีงานประจำทำ แต่ก็มาช่วยร้านเหล้าเพราะเป็นร้านของญาติ 
เราคุยกัน ทุกวัน ไม่ว่าจะตื่นเช้าหรือเข้านอน 
มักจะเป็นเขาที่คุยเป็นคนแรกและคนสุดท้ายเสมอ

จนเวลาเลยมาได้สัก 2เดือน
อะไรๆก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาหายไป หายไปเลยจากบทสนทนาของเรา
ประมาณ 2วันเต็มๆ จนฉันทนไม่ได้ เริ่มว่า 
'นี่คุณจะยังคุยกับเราอยู่ไหม' 
เขาบอกว่า 'คุย แต่ผมงานเยอะมากจริงๆ'
ฉันก็โอเค รอ รอให้เขาทักมา ไม่กล้าทักไปกวน
มีบ้างที่เราจะคุยกันในแต่ละวัน แต่มันก็แค่เพียงไม่กี่ประโยค 
เขาทิ้งฉันไว้กับความคิดที่แสนยุ่งเหยิงของตัวเอง 
ในหัวมีแต่คำว่าทำไม? ทำไม? 
ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันเป็นอะไรที่ดี ดีมากๆ 
เมื่อวันก่อนคุณยังมาของพลังจากเราอยู่เลย 
แล้วทำไม เพราะอะไรกัน?
เขาปล่อยให้ฉันยืนอยู่ในจุดดาวน์ของความรู้สึก
จนฉันเริ่มไม่รู้สึกอะไร จากที่เจ็บ มากๆ จนชินชา
แล้วจากนั้นทุกอย่างมันก็น้อยลง มากๆ อย่างเห็นได้ชัด
จนเริ่มหายไป 
จนวันนึง ที่ฉันมานั่งทำงานที่ร้านกาแฟ แล้วเจอเรา
เราออกไปสูบบุหรี่ด้วยกัน
ฉันถามว่า 'เรายังคุยกันอยู่ไหม'
'คุยสิ ก็เป็นเพื่อนกันไง'
'หรอ เราทำตัวไม่ถูก'
'...'
Dead air 
เราต่างไม่มีใครพูดอะไรกันอีกเลย
แล้วเขาก็เดินกลับออกไป ทิ้งฉันไว้กับบุหรี่ในมือ
ไม่รู้ว่านานจนบุหรี่ไหม้หมด หรือใจฉันที่พังแบบไม่มีชิ้นดี
ในหัวตื้อไปหมด ไม่มีคำพูดอะไรที่จะคิดออก
แล้วเดินกลับเข้าร้านไปทำงานต่อแบบงงๆ 
นี่คือคนเป็นเพื่อนกันเขาทำกันแบบนี้หรอ?
ทำไมอยู่ดีๆ ก็อยู่ในเฟรนโซนได้ละ
เพื่อน...

ในเมื่อฉันเลือกที่จะที่จะให้เขาเดินเข้ามาในชีวิต
เมื่อเขาเลือกจะเดินออกไปเราจะไปบังคับให้เขาอยู่ก็คงจะไม่ได้
บางทีเขาอาจจะแค่รู้สึกดี แต่ไม่ได้รู้สึกรัก
สุดท้าย ก็มีแค่ตัวเองที่ต้องกลับมาดูแลความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง
ฉันทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นสักพักใหญ่ 
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 
นึกถึงวันที่ฉันแอบมองเขา
วันที่เราเผลอสบตากัน
วันที่คุณถือเค้กมาให้
วันที่ไม่ว่าคุณจะไปไหน หรือทำอะไรก็จะถ่ายรูปมาให้ดูเสมอ
วันที่คุณบอกฝันดีครับก่อนนอน หรือมอนิ่งในตอนบ่ายโมงที่คุณเพิ่งตื่น
ทุกภาพ ทุกประโยคมันวาร์ปเข้ามาให้ความคิด
สิ่งที่ฉันจะทำได้ คือการเก็บรวบรวมเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นไว้ในหัวใจ
แล้วพยายามลืมทุกความเจ็บปวด ความผิดหวังที่ได้รับให้เร็วที่สุด 
สักวันนึง ที่ฉันเจอหรือนึกถึงหน้าคุณ ฉันจะยิ้มออกมาได้ 
หวังว่าวันนั้นจะมาถึงเร็มๆนี้นะ

ขอบคุณที่เดินเข้ามาสร้างความทรงจำดีๆ แม้จะเป็นเวลาสั้นๆก็ตาม
SHARE
Writer
Apinn
Writer
นักสะสมประสบการณ์

Comments