ประตูรั้วที่ไม่มีกลอน
ไม่ชอบโดนกักขังแบบนี้เลย


FREEDOM ใครๆ ก็รู้ใช่มั้ย ว่าแปลว่า อิสระผมก็รู้เช่นกัน และผมก็ชอบอิสระเหลือเกิน

แต่... ชีวิตผมกับตรงกันข้าม
ผมเกิดในครอบครัวที่มีรั้วล้อมรอบความคิด
พฤติกรรม และการใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก
พ่อที่เคร่งเรื่องกฎระเบียบวินัยมาก โดยอาชีพ

ในตอนเด็กผมไม่ได้เดือดร้อนกับรั้วพวกนั้นเท่าไหร่นะ เพราะผมเอาแต่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

ผมค่อนข้างรักสันโดษ และโลกส่วนตัวสูงน่ะ
เลยมีแม่เป็นเพื่อนสนิทมากกว่า
แทนที่จะเป็นเด็กรุ่นเดียวกัน

จนกระทั่งโตขึ้น ก็ตามวัย ผมมีเพื่อน มีสังคม
และ.. เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง
อยากเที่ยว อยากเล่น อยากรู้ และอยากลอง


แต่รั้วพวกนั้นกั้นผมไว้


ผมพลาดกิจกรรมในวัยเด็ก
ไปเยอะมากๆ เลยก็ว่าได้
ผมถูกวางกรอบให้ใช้ชีวิตไปกับครอบครัว
มากกว่ากลุ่มเพื่อน ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดว่ามันแย่นะ

แต่ มันทำเอาเวลาผมไปงานเลี้ยงรุ่น
ผมดันไม่มีความทรงจำอะไรไปคุยกับใครเขาเลย
55555 ก็นะ เด็กที่ไปไหนตามอำเภอใจไม่ได้
เด็กที่เกินเวลามากก็ไม่ได้


จะชวนกี่ที ก็ได้คำตอบเหมือนเดิม มันเลยเวลา


ไม่โทษใครหรอก ผมโทษตัวเอง
ที่ไม่ยอมแหกรั้วกั้นพวกนั้นออกมา


ผมจึงเริ่มแหกรั้วขั้นแรกด้วยการ
เลือกโรงเรียนเอง ไปโรงเรียนที่ไกลเขาที่สุด

ไกลครับ แต่ก็เถลไถลไม่ได้เหมือนเดิม
จนม.2 ผมไม่ยอมให้เขาดูตาราง และเขาเองก็ยุ่ง
ผมจึงเริ่มมีเวลาหลังเลิกเรียน
แอบเที่ยวกับเพื่อนบ้าง แม่งโคตรสนุก

สุดท้ายผมโดนจับได้ครับ
ช่วงจะมีกีฬาสีพอดี โดนคุมเวลาเคร่งกว่าเดิม
เคยถึงขั้นจะไม่ให้ทำกิจกรรมซ้อมกีฬา
เพราะไม่ได้ระบุอยู่ในตารางเรียนด้วยซ้ำ

ผมจึงฝันอยากจะมีชีวิตที่อิสระ มากเหลือเกิน
จนมหาลัย ความเกเรของผมก็เพิ่มมากขึ้น
ด้วยธรรมเนียมการรับน้องที่มักจะเลิกดึก
ทำให้ผมได้มีเวลาเถลไถลมากขึ้น

เลวร้ายที่สุดคือการแอบหนีออกจากบ้าน
ไปเที่ยวหลังทุกคนหลับ ทำตัวไม่เอาถ่าน
และแน่นอนว่าเกรดปีหนึ่งดิ่งลงเหว
กว่าจะรู้ตัวว่าไอ้การประชดประชันแบบนี้
มันมีแต่ทำให้ตัวเองเสียกับเสีย
ผมก็พลาดซะแล้ว...

ผมมาคิดได้ตอนปีสอง ตั้งใจเรียน
เลิกเที่ยว เลิกดื่ม เลิกสูบ
เลิกเกเรและเลิกเถไถลเกินควร
ประเดิมเทอมแรกด้วยการคว้า A แทบทุกวิชา

แต่ก็ไม่มีผลอะไรนัก เกรดที่ดิ่งลงเหวตอนปีหนึ่ง
ทำให้เกรดปีสอง ที่ต่อให้สวยยังไง มันก็ขึ้นมาได้ไม่เยอะนัก

ผมก็ยังคงพยายามาเรื่อยๆ
พยายามคว้า A ให้ได้ทุกตัว
แม้มันจะเครียดมากๆ แบบที่ผมไม่ชอบ
ผมก็ทำ เพราะหวังแค่ว่า
ถ้าเขาเห่นว่าผมตั้งใจ เขาจะให้อิสระผมบ้าง

แต่ก็เปล่าเลย ผมยังคงถูกผลักเข้ามาให้อยู่ในรั้ว
ในกรอบที่เขาวางไว้
เหมือนต่อให้ผมแหกชั้นแรก ผมก็เจอชั้นสอง
แล้วจะมีรั้วอีกหลายคอกล้อมผมอยู่

จนตอนนี้ผมเรียนจะจบแล้ว
ผมถึงเพิ่งเริ่มรู้สึกว่า
เขาเริ่มปล่อยให้กลับบ้านช้าได้บ้างแล้วนะ

เห้อ เหนื่อยนะครับ
ที่ต้องคอยพยายามตลอด
เพื่อแลกกับบางอย่าง
ที่เรียกว่า อิสระ


ก็รู้แหละว่าผลพลอยได้มันดีกับตัวเอง
แต่ระหว่างทางมันทุกข์นะ

ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้น ก็เพื่อจะระบายความในใจ
และก็เพื่อเป็นกำลังให้กับใครหลายๆ คน
ที่ทางบ้านค่อนข้างจะห่วงเรา และเคร่งมากๆ
ว่า อย่าน้อยใจพวกเขาจนเข้าใจผิดไปนะครับ
เขาแค่เป็นห่วงเรามากไปเฉยๆ เพราะต่อให้เติบโต
จนเรียนจบ หรืออาจจะใกล้เลขสามแล้ว พวกเรา..
ก็ยังเป็นแค่ลูกน้อยในอ้อมกอดเขานั่นแหละ
พยายามเข้านะครับ ทุกคน :)

ทำให้เขาเห็น ว่าเราพร้อมออกบินด้วยตัวเองแล้ว
บางการกระทำมันมีปัจจัย และเหตุผลแฝงนะครับ
สำหรับผมน่ะ ที่ไม่ค่อยได้ไปไหนตามอำเภอใจ
เพราะตอนเด็กมักจะอ้อนด้วยการทำตัวไม่เอาไหน
55555 ไม่แปลกหรอกครับที่เขาจะห่วงนัก
แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ ผมแหกกฎเองบ้าง
หรือแอบไปทำงานพิเศษบ้าง ผมก็โตขึ้น
และในที่สุดทางบ้านก็เชื่อมั่นแล้วแหละ
ว่าผมน่ะ ดูแลตัวเองได้นะ .

ตอนนี้ผมก็กำลังเติบโตอย่างแข็งขัน เพื่อให้ทางบ้านหายห่วง เรื่องผมจะไปเล่นซนในที่ไกลๆ และเกิดบาดเจ็บน่ะครับ

เพราะงั้น.. มาพยายามเติบโตไปด้วยกันนะ .





SHARE
Written in this book
แค่ระบาย ให้มันหมดไป
ความรู้สึกที่ไม่ถูกตกตะกอน
Writer
Writebyme
เตาะแตะ หัดโต
เรื่องเล่าจากเราถึงคุณ

Comments