Day of love
12/10/2561

 
สองวันที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ไปเรียนแล้วก็กลับห้องมานอน วิดีโอคอลคุยกับเพื่อน นั่งอ่านหนังสือ ออกไปเดินกางร่มตากฝน มีเท่านี้แหละ ส่วนวันนี้ได้เรียนแบดมินตันแบบปฏิบัติสักที ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าตนเองชอบกีฬาประเภทที่มีแร็คเก็ตกับเน็ต เป็นกีฬาประเภทที่สามารถเล่นได้ดี ทำให้สนุกกับการเรียน หลังจากนั้นก็ไปเรียนภาษาอังกฤษต่อ ออกจากห้องเรียนมาตอน 17:32 น. ฟ้าเปลี่ยนสีจากฟ้าครามเป็นสีดำมืด อุณหภูมิที่อยู่ๆก็ลดฮวบมาเป็น 16 องศา ทำให้หนาวจนปากสั่น กลับห้องมาก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ได้แต่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาเพื่อสร้างความอบอุ่น จนเพื่อนไต้หวันมา ไล กับ เฉา มาชวนไปหาอะไรกิน เราก็ไม่รู้จะกินอะไร เดินไปเรื่อยตามทางมืดๆ มีแสงไฟจากโทรศัพท์นำทาง อากาศก็เย็นจนปวดเท้า จนสุดท้ายเราก็จบที่ 7-11 เดินเข้าไปซื้อมาม่าคนละถ้วยพร้อมน้ำผลไม้ที่มีแอลกอฮอลนิดหน่อยผสมคนละกระป๋อง ออกมานั่งกินหน้า 7-11 อากาศหนาวกับมาม่านี่มันสวรรค์ชัดๆ

จนกินหมดเราถึงเอ่ยปากพูดคุยกัน คำถามแรกที่โดนถามคือ มีแฟนหรือยัง ขอตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ไม่มีครับ แล้วก็ถามคำถามนั้นกลับไปยังเพื่อนไต้หวัน เฉายังไม่มีแฟน มันว่าอย่างขำๆว่ากะจะมาหาสาวญี่ปุ่นที่นี่แหละ ส่วนไลมีแฟนเป็นคนไต้หวันด้วยกัน เธอเรียนอยู่ที่ไต้หวันนู้น ไลเล่าให้ฟังต่อว่าตอนจะมาที่นี่ก็เกือบจะเลิกกับแฟน เพราะต้องมาอยู่ตั้ง2 ปี แต่ก็ไม่ได้เลิก เพราะไม่มีเหตุผลอะไรให้เลิก ก็แค่ห่างกัน ถ้าไว้ใจกันก็ไม่มีปัญหา คือตอนที่แฟนไลรู้ว่าจะมาญี่ปุ่นก็กังวล ผมก็ไม่เข้าใจมากหรอกเพราะไม่เคยมีแฟน คงคล้ายๆกับการคิดถึงครอบครัวกับเพื่อนละมั้ง แต่ทำไมต้องเลิกกัน นั่นสิ ทำไม? ไลบอกว่างี้ครับ ถ้าห่างกันขนาดนั้นก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะรอได้มั้ย ระยะทางมันสำคัญมากๆ แม้จะคุยกันทุกวันแต่ถ้าไม่ได้เจอกัน อยู่ด้วยกัน ความรักความเข้าใจความคิดถึงมันจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ แต่ไลก็บอกอีกว่า ไม่รู้ว่าจะคิดเรื่องแบบนี้ไปทำไม ในเมื่อรักกัน ตัดเรื่องพวกนี้ไปซะ ถ้ารักกันจริงก็ต้องรอได้ ดังนั้นไอ้ที่คิดมาทั้งหมดมันก็แค่ความกลัว กลัวไปเอง กลัวว่าคนที่รักจะเปลี่ยนไป ไอ้ความกลัวนี่แหละที่จะทำให้คนรักเปลี่ยนไปจริงๆ คือตอนที่เหมือนจะเลิกกันเพราะแฟนไลโกรธที่ไลจะมาอยู่ญี่ปุ่น ความรู้สึกคงเหมือนโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวตั้ง2ปี อันนี้ผมเข้าใจดีเลยว่ามันจะเหงามากแค่ไหน ห่วงหาขนาดไหน ไลว่ากว่าจะง้อได้ก็เป็นสัปดาห์เลย สุดท้ายเธอยอมเข้าใจและให้อภัยไล มันก็เล่าอีกยาวว่าตอนแรกที่คบกันไม่ได้ทะเลาะกันเลยแต่หลังมาเริ่มมีปากเสียงกันบ้าง แต่ทุกครั้งไม่ไลก็เป็นอีกฝ่ายที่เข้าไปง้อก่อนตลอด ไม่ปล่อยให้ค้างคา ทั้งสองก็ให้อภัยกันมาตลอดถึงจะทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ รวมถึงการมาอยู่ญี่ปุ่นของไลก็เช่นกัน

“ถ้ารักเราจะให้อภัย ถ้าให้อภัยเราจะรัก” เป็นคำพูดจากหนังสือ อาจารย์ในร้านคุกกี้ ของนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า นิ้วกลม เป็นหนังสือที่ผมชอบหยิบขึ้นมาอ่านอยู่บ่อยๆ เขาอธิบายไว้ว่า ถ้าเราจะตกลงปลงใจสร้างครอบครัวกับใครสักคน เราต้องมั่นใจว่าเรารักกัน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรักของคนสองคนนี้ เพราะเมื่อเรารักเขา หากมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นในระหว่างที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เราจะให้อภัยซึ่งกันและกัน และนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะประคับประคองให้ครอบครัวของเราไปได้ตลอดรอดฝั่ง คนเราเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วมันต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว และถ้าเราไม่รักกันจริง ๆ เมื่อใครคนหนึ่งทำผิด เราจะไม่ยอมให้อภัยเขา และนั่นจะนำมาซึ่งปัญหา, “เมื่อให้อภัย..เราจะรัก” เพราะในจังหวะที่ให้อภัย ประตูหัวใจจะเปิดออก และความรักก็อาศัยจังหวะนี้เองสอดตัวเข้ามาในช่องที่เปิดกว้างขึ้น หากไม่มีการให้อภัย ประตูคงปิดตายอยู่อย่างนั้น หัวใจที่มีแต่ความโกรธเกลียดย่อมไม่มีพื้นที่ให้กับความรัก

ตอนนี้ไลก็ยังคบกับแฟนอยู่ มันบอกถ้าไปไต้หวันแล้วไปหามันจะพาไปแนะนำให้รู้จัก จากที่ผมได้ฟังไลเล่าแล้วก็คิดว่า อนาคตคนที่ไลจะสร้างครอบครัวด้วยคงเป็นเธอคนนั้นนั่นแหละ แม้อนาคตจะไม่แน่นอนแต่ตอนนี้แน่นอนว่าทั้งสองรักกันดีและจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน เราคุยกันจนเริ่มรู้สึกว่าอากาศหนาวเริ่มถาโถมเข้ามาอีกรอบแล้ว เลยเดินกลับเข้าไป7-11 หยิบกาแฟร้อนคนละกระป๋องแล้วเดินกลับหอ ไอ้ที่คุยกันนานไม่ใช่เพราะอะไร สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงครับ บางทีต้องเพิ่งพี่กูเกิลกูรูของโลก แต่ใจความหลักๆก็ประมาณที่กล่าวไปข้างบน ตอนนี้อยู่หอแล้วก็กลับมานั่งเงียบๆคนเดียวเหมือนเดิม แต่เดี๋ยวจะไปอาบน้ำแล้วไปบุกห้องเพื่อนไต้หวัน ไปนอนเล่นเกมแก้เบื่อ

อ่อ เพื่อนไต้หวันมีทริคในการอาบน้ำมาฝาก ด้วยความที่ฝักบัวที่หอจะเปิดได้แค่น้ำเย็นกับน้ำร้อน คือมันไม่อุ่นนะมันร้อนจี๋เลย ปรับยังไงก็ไม่อุ่น จะปรับเป็นปกติก็ไม่ได้เพราะมันจะเย็นจัด ไม่มีความพอดีเลย แต่ด้วยความที่อากาศหนาว เพื่อนเลยแนะนำให้เปิดน้ำร้อนแล้วเปิดประตูอาบน้ำ ลมหนาวจะพัดเข้ามาในขณะที่เราอาบน้ำร้อน อุณหภูมิมันจะพอดีกัน ซึ่งผมลองแล้วมันโครตดี ฟินมาก ณ จุดนี้คือไม่อายอะไรแล้ว อยากอาบน้ำอย่างสบายใจ



SHARE
Writer
Windl
Amm
Everyday may not be good, but there is something good in everyday.

Comments