W(8)

รอนาน ๆ ก็อาจทำให้ใจวุ่นวาย
รู้ดีแต่ยังน้อยใจ
เพราะฉันเป็นคนเดียวที่รอ 
เสียงดนตรีสดจากยูทูปดังผ่านลำโพงบลูทูตตัวเล็กของผม เสียงร้องของนักร้องเจ้าของบทเพลงฟังดูเศร้า หากก็สุขในเวลาเดียวกัน 

ผมฟังเพลงนี้วนไปมาหลายรอบแล้วล่ะ ไม่รู้ทำไม ถึงได้กรอวนกลับไปที่จุดเริ่มต้นทุกครั้งที่การแสดงในคลิปจบลง

แท้ที่จริงแล้วผมอาจจะเข้าใจความหมายของเนื้อเพลงอย่างถ่องแท้ก็ได้นะ เพราะตอนนี้ผมก็ยังรอคน ๆ หนึ่งอยู่ 
แม้ว่าโอกาสที่จะได้หวนคืนกลับมาเคียงข้างกันจะเหลือน้อยจนแทบริบหรี่

รอแล้วได้อะไรล่ะ? 
;รอบนี้ไม่ใช่ชื่อเพลงแน่ ๆ  
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน หลาย ๆ ครั้งคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ก็มักจะผุดขึ้นจากส่วนลึกของหัวใจ กวนความรู้สึกให้เคืองขุ่น หงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง

มึงมันโง่ - เพื่อนผมเคยด่าผมในวันที่เรานั่งคุยกันอยู่ในร้านอาหารยามค่ำคืน ผมหัวเราะ พยักหน้ารับคำของมัน

ถ้าการรอของผมต่อเขาคนนั้นจะทำให้ผมโง่ ผมยินดี
ระหว่างผมกับเขา, สถานะของเราเป็นเพื่อนสนิทที่มากกว่าเพื่อน เราเคยคบกันครั้งหนึ่ง แต่ความแตกต่างที่เกิดขึ้นทำให้เราคุยกัน ตกลงกันว่าจะยุติสถานะนั้นกลับมาเป็นเพื่อนกันดังเดิม

เขาไม่รู้หรอกว่าผมแม่งโคตรรักเขา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังรัก...ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เขามีแฟนใหม่หลังเราเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมได้ประมาณปีเศษ ส่วนผมไม่มีใคร

เราใกล้ชิดกันมาก, หมายถึงผมกับเขา
ใกล้ชิดในที่นี้ของผมคือเราสนิทชิดเชื้อกันมากกว่าตอนที่เคยคบเป็นแฟนกันเสียอีก

จนสุดท้ายผมก็หลงเขาจนมีคนอื่นไม่ได้แบบทุกวันนี้

ทำไมถึงยังรอกู? - ซี, นามสมมติของเพื่อนรักเอ่ยถามผมขณะที่เรากำลังนั่งเล่น ตากลม ชมจันทร์อยู่ที่ระเบียงห้องของมัน

กูรักมึง - ผมตอบก่อนจะจ้องตามัน หวังว่าสิ่งที่อยู่ในใจจะสามารถสื่อออกไปผ่านแววตาให้คนเด๋อตรงหน้ารู้เสียบ้าง

ช่วงหลังมาผมค่อนข้างตัวติดกับมันด้วยเหตุผลหลายประการ 

มันมีปัญหากับแฟน, หนักจนอาการป่วยที่ทุเลาลงของมันกำเริบรุนแรงจนต้องส่งแอดมิตที่โรงพยาบาล

ผมโกรธ, 
โกรธแฟนมันที่ทำเพื่อนตัวเองจนมีอาการหนัก
และแน่นอนว่าโกรธตัวเองที่ช่วยอะไรเพื่อนรักไม่ได้

ใช้เวลาร่วมสองสัปดาห์กว่าอาการของมันจะกลับมานิ่งตามปกติ ผมที่อยู่ดูมันตลอดก็โล่งใจ 

หลังออกจากโรงพยาบาล ผมรู้สึกว่าซี, มันเข้าหาผมด้วยทีท่าที่ประหลาดไปจากเดิมให้ผมเห็นมุมที่ไม่เคยได้เห็นจากมัน 

ผมไม่ได้เอ่ยถาม แต่รู้สึกได้ว่าเพื่อนตัวเองเปลี่ยนไป

ตามปกติ ซีมักจะตัวติดกับแฟน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่ช่วงสัปดาห์นี้มันแทบจะอยู่คนละที่กับเขา พอผมถามมันก็ทำหน้าเหม็นเบื่อ

หมอ กู...สับสน - มันว่าขึ้นในคืนที่มันมาค้างอยู่บ้านผม ในห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟจากด้านนอกสอดส่องเข้ามาทำให้ไม่เห็นสีหน้าคนพูด

สับสนไร? - ผมถามบ้าง คราวนี้คนข้างกายขยับตัวเล็กน้อย มันพลิกร่างตะแคงมาทางผม ดวงตากลมใสที่ผมชอบจับจ้องเขม็ง

กู..ชอบมึงแล้วล่ะ 
สิ้นคำกล่าวนั้นเราต่างเงียบ ปล่อยให้เสียงเครื่องปรับอากาศดังทำลายบรรยากาศไปพลาง 

จะขอกูคบปะเนี่ย? - ผมเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างเราสอง แต่คนข้างกายยังคงเงียบ จะมีก็แค่แรงเขยื้อนตัวพร้อมกับสัมผัสเบา ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณข้างเอว 

อีกฝ่ายเอื้อมแขนมากอด ซุกหน้าลงกับไหล่เป็นคำตอบ

ผมยิ้ม, ยิ้มกว้างแทบจะที่สุดในช่วงปี
ยกมือขึ้นลูบหัวคนข้างตัวเบา ๆ ผมรู้แล้วล่ะว่าที่รอมาตลอดเวลา ผมรอเพื่ออะไร

สำหรับผม การรอคอยมีความหมายเสมอ

แม้ว่าโอกาสต่อการรอคอยนั้นจะมีน้อย แต่มันก็ไม่ผิดที่เราจะรอใครสักคน 

หากใครคนนั้นเปรียบเท่ากับความสุขของเรา

ทุกการรอคอยมีปลายทางของมันครับ และผมเชื่อว่าทุกผลลัพธ์ที่ออกมาให้เห็นย่อมสร้างบทสุดท้ายของการรอในแต่ละครั้งนั้น ๆ ต่างกันออกไป


อืม, อย่างตอนนี้สถานะของผมกับมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ
เราไม่ใช่เพื่อนสนิทที่มากกว่าเพื่อน
แต่เราเป็นคู่กัน


คู่ที่เรียกว่า 
"แฟน"



(หมอ,2018)


.
ตะวันวาด



SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments